คือเราอยู่คอนโดโดยที่เราขออนุญาตทางนิติแล้ว และเลี้ยงในห้องแบบระบบปิด นานๆจะให้มาเล่นหน้าห้องบ้าง
แต่เราก็อยู่ดูตลอด มั่นใจได้เลยค่ะว่าไม่มีแน่นอน แมวเราไม่มีนิสัยถ่ายไม่เป็นที่ ตื่นมาเค้าจะฉี่ในกระบะทรายทุกวัน
ซึ่งดูเหมือนว่าคู่กรณีไม่ชอบแมว แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยไปรบกวนใคร ก็งงเหมือนกัน แล้วจะเดือดร้อนอะไร
เรามั่นใจเลยว่าเค้าสร้างเรื่องกลั่นแกล้งเราแน่ๆ หลักฐานอะไรก็ไม่มี แต่ด้วยเหตุผลอะไรเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ คือเราไปคุยกับทางนิติแล้ว กับปัญหานี้ และทางนิติก็เข้าใจเรา ไม่ได้มีปัญหาอะไร
แต่เราต้องการป้องกันไว้ครั้งต่อไป ซึ่งเราก็ได้ไปพูดคุยกับคู่กรณีแล้ว ว่าหากเจอครั้งต่อไป(จะเจอได้ไง ก็กุเรื่องนิ)
ให้เรียกเรามาดูผลงานแมวเราด้วยทันที แต่หลังจากที่เรากลับมาแล้ว เรามาคิดๆดูว่า เอ..แล้วหากเค้าจะแกล้งเราจริงๆ
เค้าไปเอาแมวที่ไหนมาฉี่ไว้เอง แล้วมาบอกว่าเป็นผลงานของแมวเรา ทีนี้เราจะทำยังไงล่ะ (คนกลางเป็นทางนิติฯ)
เราจึงอยากปรึกษาว่า หากเราจะนำฉี่แมวเราไปตรวจพิสูจน์ตัวตนแมวของเรา ที่ทำเหมือนกับคน จะทำได้มั้ยค่ะ
แล้วเราจะนำผลที่ได้นั้น ไปยื่นไว้กับทางนิติฯไว้ก่อนเลย เกิดวันหนึ่งวันใด คู่กรณีเป็นอย่างที่เราคาดการณ์ไว้
คือต้องการจะแกล้งเรา เราก็จะนำฉี่ที่ทางเค้าบอกว่าเป็นฉี่ของแมวเราไปตรวจ แล้วเรานำผลที่ได้นั้น ไปให้นิติฯ
เพื่อให้เปรียบเทียบกับผลของแมวเราที่ให้ทางนิติฯไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เราแก้ปัญหาแบบนี้จะมีผลดีไม่ดีอย่างไรคะ
หรือมีวิธีการอะไรที่ดีกว่านี้บ้าง คือเรามั่นใจล้าน% เลยค่ะว่าเราถูกใส่ร้าย เค้าพูดไม่จริง ให้การที่โกหก แต่เรา
ก็ต้องเตรียมป้องกันอะไรไว้บ้าง ที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่แมวเรา ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ เมื่อมีคนมากล่าวหาเราว่า แมวเราไปฉี่หน้าห้องเค้า!
แต่เราก็อยู่ดูตลอด มั่นใจได้เลยค่ะว่าไม่มีแน่นอน แมวเราไม่มีนิสัยถ่ายไม่เป็นที่ ตื่นมาเค้าจะฉี่ในกระบะทรายทุกวัน
ซึ่งดูเหมือนว่าคู่กรณีไม่ชอบแมว แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยไปรบกวนใคร ก็งงเหมือนกัน แล้วจะเดือดร้อนอะไร
เรามั่นใจเลยว่าเค้าสร้างเรื่องกลั่นแกล้งเราแน่ๆ หลักฐานอะไรก็ไม่มี แต่ด้วยเหตุผลอะไรเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ คือเราไปคุยกับทางนิติแล้ว กับปัญหานี้ และทางนิติก็เข้าใจเรา ไม่ได้มีปัญหาอะไร
แต่เราต้องการป้องกันไว้ครั้งต่อไป ซึ่งเราก็ได้ไปพูดคุยกับคู่กรณีแล้ว ว่าหากเจอครั้งต่อไป(จะเจอได้ไง ก็กุเรื่องนิ)
ให้เรียกเรามาดูผลงานแมวเราด้วยทันที แต่หลังจากที่เรากลับมาแล้ว เรามาคิดๆดูว่า เอ..แล้วหากเค้าจะแกล้งเราจริงๆ
เค้าไปเอาแมวที่ไหนมาฉี่ไว้เอง แล้วมาบอกว่าเป็นผลงานของแมวเรา ทีนี้เราจะทำยังไงล่ะ (คนกลางเป็นทางนิติฯ)
เราจึงอยากปรึกษาว่า หากเราจะนำฉี่แมวเราไปตรวจพิสูจน์ตัวตนแมวของเรา ที่ทำเหมือนกับคน จะทำได้มั้ยค่ะ
แล้วเราจะนำผลที่ได้นั้น ไปยื่นไว้กับทางนิติฯไว้ก่อนเลย เกิดวันหนึ่งวันใด คู่กรณีเป็นอย่างที่เราคาดการณ์ไว้
คือต้องการจะแกล้งเรา เราก็จะนำฉี่ที่ทางเค้าบอกว่าเป็นฉี่ของแมวเราไปตรวจ แล้วเรานำผลที่ได้นั้น ไปให้นิติฯ
เพื่อให้เปรียบเทียบกับผลของแมวเราที่ให้ทางนิติฯไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เราแก้ปัญหาแบบนี้จะมีผลดีไม่ดีอย่างไรคะ
หรือมีวิธีการอะไรที่ดีกว่านี้บ้าง คือเรามั่นใจล้าน% เลยค่ะว่าเราถูกใส่ร้าย เค้าพูดไม่จริง ให้การที่โกหก แต่เรา
ก็ต้องเตรียมป้องกันอะไรไว้บ้าง ที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่แมวเรา ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ