ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าผมเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก ชีวิตประจำวันของผมคือทำงาน กลับบ้าน ไม่ค่อยได้พบเจอผู้คน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แม้แต่เพื่อนร่วมงานเอง ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็แทบไม่ได้คุยกันเลยครับ ... ผมถึงต้องมาตั้งกระทู้ เพื่อระบายให้ใครต่อใครที่ไม่รู้จักฟังอยู่นี่ยังไงล่ะครับ
ต่อจากกระทู้ที่แล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ไม่ลงลิงค์นะครับ กดไปดูเอาเองนะ
...หลังจากที่ผมจมอยู่กับมุมมืดๆ แบบนั้นมาเกือบเดือน เมื่อคืนผมก็เลยตั้งกระทู้ขึ้นมาครับ หลังจากตั้งกระทู้เสร็จผมก็เลื่อนอ่านกระทู้อื่นๆ ไป มีแสดงความคิดเห็นบ้างประปราย แต่ก็มาสะดุดกับคอมเม้นในกระทู้ผมครับ เขาเขียนมาคำนึงว่า เราต้องทำใจให้ได้ เพราะเขาไม่อยู่กับเราแล้ว ... ทำให้ผมกลับมาคิดครับ ผมคิด แต่ยังคงนั่งมอจุดสีเขียวๆ นั่นอยู่
ผมนั่งมองจุดสีเขียวๆ จนรู้สึกถึงความผิดปกติทางร่างกายครับ ... มือผมสั่น ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ... อาการแบบนี้เป็นมาสาม-สี่วันแล้วครับ เพราะผมกินข้าววันละมื้อ และกาแฟวันละแก้ว ตอนกลางวันเท่านั้น
ผมเลิกมองจุดสีเขียวนั่น แล้วก้มมองมือตัวเองที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ... มันสั่นจนน่ากลัว ... ผมกลัว และตกใจมาก ที่ผมทำร้ายตัวเองได้ขนาดนี้
ผมไม่ร้องไห้ กับเรื่องนี้เลย ในช่วงสองถึงสามเดือนมานี้ ... เป็นเพราะอะไรน่ะเหรอครับ ... เคยดู Club Friday SHOW ตอนของ พี่ป๋อมแป๋ม นิติ กันไหมครับ
สมองของผมมันอาจจะได้รับคำสั่งมาจากที่ไหนสักที่ ว่าผมเข้มแข็ง รึอาจจะเพราะหน้าที่ การงาน และสังคม ... แต่ตอนนั้น หัวใจผมมันไม่ไหวแล้ว ผมต้องแสดงออกทางความรู้สึกบ้าง ... ผมสั่งมันแล้วครับ แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีน้ำตา
หลังจากตีสี่กว่าๆ ผมก็หลับ และตื่นมาตอนตีห้าครึ่ง ... อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวเสร็จ ผมก็เดินออกไปนั่งเล่นที่สระน้ำแถวบ้าน เปิดเพลงพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ฟังไปเพลินๆ ... มีอยู่สองสามครั้ง ที่บางความคิดมันสั่งให้ผมกระโดด แต่ไม่ครับ ... แค่คนคนเดียว มันทำอะไรชีวิตผมไม่ได้หรอก
มีบางทีที่เสียงพี่ปูเงียบไป ผมคิดว่า "ถ้าผมโดดลงไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" (เป็นความคิดที่เลวร้ายที่สุดที่ผมไม่ชอบ และไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับผมเลยครับ) ... ไม่มีเรื่องดีๆ เลยสักอย่างเดียว
ผมไม่ได้กระโดดลงไป...
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่หกโมงครึ่ง จนถึงแปดโมงกว่าๆ ก็รู้สึกตัวเพราะแดดมันเริ่มร้อนแล้วครับ ก็เลยกลับมาที่บ้าน ... ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาวันนี้ ผมยังไม่ได้เปิด ไลน์ หรือ เมสเซนเจอร์ เลยครับ ... ผมบอกกับตัวเองว่า ตั้งแต่นี้ไป ผมต้องพยายามไม่อยากรู้เรื่องของไอ้จุดเขียวๆ นั่นอีก
จุดสีเขียวๆ ที่ผมนั่งมองมันมาเกือบทั้งเดือน เพื่อให้มันมากัดกินความคิด ทำลายความรู้สึก ทำให้ผมเป็นคนไม่ปกติทางอารมณ์ ทำให้ผมต้องเสียงาน (แต่ประหยัดเงินได้เยอะเลยครับ รายจ่ายลดลงมาก) ผมต้องตัดมันทิ้ง
ผมคิดไปถึงการปิดเฟสบุ๊คซะด้วยซ้ำ ... ทำไมผมถึงไม่บล๊อคเจ้าของจุดเขียวๆ นั่นน่ะเหรอครับ ... เพราะผมรู้ดีว่า ถ้าตราบใดที่ผมยังมีบัญชีเฟสบุ๊ค ผมก็สามารถค้นหาไอ้จุดเขียวๆ นั่นได้อยู่ดี ... แต่ผมยังไม่ลบครับ
ผมต้องใช้มันทำให้ผมเป็นปกติซะก่อน มันจะวางอยู่ใกล้ๆ ผม และไปกับผมในทุกๆ ที่ ในฐานะของสิ่งของ แต่ผมจะไม่เปิดมัน ... หนามยอก ต้องเอาหนามบ่งครับ
วันนี้ผมยังกินข้าว 1 มื้อ และเริ่มจะอ้วก ... มันกลืนไม่ลงจริงๆ ครับ ...
แต่ผมจะดีขึ้น ให้เร็วที่สุดครับ
ขอบคุณที่มีพื้นที่นี้นะครับ ได้ระบายมันออกบ้างก็คงจะดี ... เพราะผมคิดว่า ผมยังไม่กล้าพอ ที่จะเล่าเรื่องแบบนี้ให้คนรอบตัวผมฟังครับ
ขอกำลังใจให้ผมเดินออกมาจากมุมมืดๆ ทีครับ
ต่อจากกระทู้ที่แล้ว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
...หลังจากที่ผมจมอยู่กับมุมมืดๆ แบบนั้นมาเกือบเดือน เมื่อคืนผมก็เลยตั้งกระทู้ขึ้นมาครับ หลังจากตั้งกระทู้เสร็จผมก็เลื่อนอ่านกระทู้อื่นๆ ไป มีแสดงความคิดเห็นบ้างประปราย แต่ก็มาสะดุดกับคอมเม้นในกระทู้ผมครับ เขาเขียนมาคำนึงว่า เราต้องทำใจให้ได้ เพราะเขาไม่อยู่กับเราแล้ว ... ทำให้ผมกลับมาคิดครับ ผมคิด แต่ยังคงนั่งมอจุดสีเขียวๆ นั่นอยู่
ผมนั่งมองจุดสีเขียวๆ จนรู้สึกถึงความผิดปกติทางร่างกายครับ ... มือผมสั่น ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ... อาการแบบนี้เป็นมาสาม-สี่วันแล้วครับ เพราะผมกินข้าววันละมื้อ และกาแฟวันละแก้ว ตอนกลางวันเท่านั้น
ผมเลิกมองจุดสีเขียวนั่น แล้วก้มมองมือตัวเองที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ... มันสั่นจนน่ากลัว ... ผมกลัว และตกใจมาก ที่ผมทำร้ายตัวเองได้ขนาดนี้
ผมไม่ร้องไห้ กับเรื่องนี้เลย ในช่วงสองถึงสามเดือนมานี้ ... เป็นเพราะอะไรน่ะเหรอครับ ... เคยดู Club Friday SHOW ตอนของ พี่ป๋อมแป๋ม นิติ กันไหมครับ
สมองของผมมันอาจจะได้รับคำสั่งมาจากที่ไหนสักที่ ว่าผมเข้มแข็ง รึอาจจะเพราะหน้าที่ การงาน และสังคม ... แต่ตอนนั้น หัวใจผมมันไม่ไหวแล้ว ผมต้องแสดงออกทางความรู้สึกบ้าง ... ผมสั่งมันแล้วครับ แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีน้ำตา
หลังจากตีสี่กว่าๆ ผมก็หลับ และตื่นมาตอนตีห้าครึ่ง ... อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวเสร็จ ผมก็เดินออกไปนั่งเล่นที่สระน้ำแถวบ้าน เปิดเพลงพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ฟังไปเพลินๆ ... มีอยู่สองสามครั้ง ที่บางความคิดมันสั่งให้ผมกระโดด แต่ไม่ครับ ... แค่คนคนเดียว มันทำอะไรชีวิตผมไม่ได้หรอก
มีบางทีที่เสียงพี่ปูเงียบไป ผมคิดว่า "ถ้าผมโดดลงไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" (เป็นความคิดที่เลวร้ายที่สุดที่ผมไม่ชอบ และไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับผมเลยครับ) ... ไม่มีเรื่องดีๆ เลยสักอย่างเดียว
ผมไม่ได้กระโดดลงไป...
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่หกโมงครึ่ง จนถึงแปดโมงกว่าๆ ก็รู้สึกตัวเพราะแดดมันเริ่มร้อนแล้วครับ ก็เลยกลับมาที่บ้าน ... ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาวันนี้ ผมยังไม่ได้เปิด ไลน์ หรือ เมสเซนเจอร์ เลยครับ ... ผมบอกกับตัวเองว่า ตั้งแต่นี้ไป ผมต้องพยายามไม่อยากรู้เรื่องของไอ้จุดเขียวๆ นั่นอีก
จุดสีเขียวๆ ที่ผมนั่งมองมันมาเกือบทั้งเดือน เพื่อให้มันมากัดกินความคิด ทำลายความรู้สึก ทำให้ผมเป็นคนไม่ปกติทางอารมณ์ ทำให้ผมต้องเสียงาน (แต่ประหยัดเงินได้เยอะเลยครับ รายจ่ายลดลงมาก) ผมต้องตัดมันทิ้ง
ผมคิดไปถึงการปิดเฟสบุ๊คซะด้วยซ้ำ ... ทำไมผมถึงไม่บล๊อคเจ้าของจุดเขียวๆ นั่นน่ะเหรอครับ ... เพราะผมรู้ดีว่า ถ้าตราบใดที่ผมยังมีบัญชีเฟสบุ๊ค ผมก็สามารถค้นหาไอ้จุดเขียวๆ นั่นได้อยู่ดี ... แต่ผมยังไม่ลบครับ
ผมต้องใช้มันทำให้ผมเป็นปกติซะก่อน มันจะวางอยู่ใกล้ๆ ผม และไปกับผมในทุกๆ ที่ ในฐานะของสิ่งของ แต่ผมจะไม่เปิดมัน ... หนามยอก ต้องเอาหนามบ่งครับ
วันนี้ผมยังกินข้าว 1 มื้อ และเริ่มจะอ้วก ... มันกลืนไม่ลงจริงๆ ครับ ...
แต่ผมจะดีขึ้น ให้เร็วที่สุดครับ
ขอบคุณที่มีพื้นที่นี้นะครับ ได้ระบายมันออกบ้างก็คงจะดี ... เพราะผมคิดว่า ผมยังไม่กล้าพอ ที่จะเล่าเรื่องแบบนี้ให้คนรอบตัวผมฟังครับ