AI สร้างภาษาพูดกันเอง!? ปัญญาประดิษฐ์ คืออะไร? และอาจเป็นภัยคุกคามของมนุษย์!!

วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์นั้นเอง คล้ายๆกับหุ่นยนต์ที่มีสมองนั้นล่ะ และพวกมันมีความน่ากลัวอย่างไร? เป็นภัยคุคามของมนุษย์หรือไม่? ไปดูพร้อมกันเลยครับ

มีทั้งแบบอ่านและเป็นคลิปวีดีโอสนุกๆน้าจ้าา

สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวคลิกเลยจ้าาา

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


อ่านต่อได้เลย

สวัสดีครับวันนี้ ก็อยู่กับผมวายแมนและวายแมนเรดิโอชาแนล อีกเช่นเคยนะครับ
วันนี้เราจะพามารู้จัก กับ Ai หรือปัญญาประดิษ ที่อาจจะมีทั้งผลดีและผลเสียกับพวกเราในอนาคตนะครับ

เดี๋ยวนี้เราได้เห็นหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีความฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย
ซึ่งการสร้างความฉลาดให้กับสิ่งไม่มีชีวิตแบบนี้เราจะเรียกสิ่งนั้นๆ ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
อย่างล่าสุดเราได้เห็นหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาเหมือนมนุษย์มากๆ
ซึ่งนอกจากจะจำลองลักษณะทางกายภาพของคนแล้วหุ่นยนต์เหล่านี้ยังมีความสามารถหลายๆ ด้านที่คล้ายคลึงกับมนุษย์อีกด้วย
อย่างเช่นหุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าว หรือหุ่นยนต์พนักงานต้อนรับที่สามารถสื่อสารได้ถึง 5ภาษา แต่ทั้งนี้คำว่า AI
ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนคนเท่านั้น อย่าง JAVIS ในหนังเรื่อง Iron Man
หรือรถยนต์ไร้คนขับเองก็นับว่าเป็น AI เช่นกัน


แต่ว่าการมาของ AI เหล่านี้แม้จะดูล้ำ และมาช่วยทุ่นแรงงานคนได้เป็นอย่างดีแต่ก็อาจจะไม่ได้เป็นผลดีนักในระยะยาว
เพราะหลายๆ คนที่คลุกคลีกับ AI อย่างเช่น Stephen Hawking เองก็ออกมาเตือนว่าความฉลาดของ AI
ที่ถูกพัฒนาสู่ขั้นสูงสุดแล้วนั้นอาจจะนำมาสู่จุดจบของมวลมนุษยชาติ เพราะมันจะสามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างรวดเร็ว
โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์อีกต่อไปต่างกับมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการไปอย่างช้าๆ ซึ่งท้ายที่สุดอาจตกเป็นเบี้ยล่างของสิ่งที่ตนประดิษฐ์ขึ้น
นอกจากนี้ Elon Musk CEO ของ Tesla บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังและ Bill Gates เอง
ต่างก็ออกมาแสดงความกังวลว่าสุดท้ายแล้ว AI จะฉลาดเกินการควบคุมและอาจกลายเป็นภัยคุกคามมนุษย์ได้เช่นกัน

ก่อนอื่นเลยเราอาจจะต้องมาทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่าขีดความสามารถของเหล่าคอมพิวเตอร์ในตอนนี้เป็นอย่างไร
และมันจะก้าวไปได่ไกลแค่ไหน … ในทุกๆ วันนี้เรามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นมีมากมายและพร้อมรองรับการคิดค้น
และการเพิ่มพูนความสามารถของเหล่า AI อย่างเช่นระบบ Deep Learning
ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่างได้ด้วยตัวเอง โดยระบบนี้จะเป็นการจำลองเครือข่ายประสาทแบบเดียวกับในสมองของมนุษย์
ให้เครื่องจักรสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น การรับรู้รูปแบบของภาษาเพื่อเอามาแปลความต่อ,
การค้นหาภาพข้อมูลด้วยรูปภาพ หรือการจดจำในหน้าคนอย่างที่ใช้ใน Facebook เป็นต้น


ครั้งหนึ่ง นักพัฒนาเคยสร้างปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาสามตัว สมมติว่าชื่อ Alice, Bob และ Charlie
แล้วก็ ‘ให้งาน’ กับปัญญาประดิษฐ์ชื่อ Alice ว่า ให้สื่อสารกับ Bob โดยที่ Charlie ซึ่งฟังการสื่อสารนั้นอยู่ด้วย
ฟังไม่รู้เรื่องซิ พูดง่ายๆ คือให้ Alice กับ Bob สื่อสารกันอย่างเข้าใจด้วยการเข้ารหัส โดยที่ไม่ให้ Charlie เข้าใจไปด้วย –
ผลลัพธ์ก็คือ หลังจากใช้เวลาสักพัก Alice กับ Bob ก็สื่อสาร ‘เข้ารหัส’ กันได้อย่างเข้าใจ โดยที่ Charlie
ไม่เข้าใจได้จริงๆ แต่ปัญหาก็คือ สิ่งที่ Alice กับ Bob สื่อสารกันนั้น ตัวนักพัฒนาเองก็ไม่สามารถแกะรหัสออกมาได้ว่า
จริงๆ แล้ว มันสื่อสารอะไรกัน (คือไม่สามารถทำวิศวกรรมย้อนกลับได้)

นั่นคือ Alice กับ Bob ก็ได้ประดิษฐ์ ‘ภาษาใหม่’ ขึ้นมาคุยกันเป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุด ปัญญาประดิษฐ์ก็ได้พัฒนาภาษาของตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เหตุเกิดที่ Facebook –
เมื่อนักพัฒนาจับแชตบอทสองตัวมาคุยกัน ปรากฏว่าคุยไปคุยมา พวกมันก็เริ่มพัฒนาภาษาของตัวเองขึ้นมาจนได้

ภาษาที่พวกมันพัฒนานั้นไม่ได้ต่างจากภาษาเรานักหรอกนะครับ หากคุณดูประโยคที่มันพูด คุณอาจจะคิดว่า เฮ้ย
นี่มันเป็นแค่บั๊กหรือข้อผิดพลาดของโปรแกรมหรือเปล่า เพราะมันจะพูดประโยคอย่าง
i can i i every thing else หรือ balls have zero to me to me to me to me
ซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งดูเหมือนคนพูดติดอ่างหรือคนเพี้ยน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แชตบอตสองตัวนี้ ‘เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน’
ในบางครั้ง (นั่นคือ การพูดซ้ำๆ หรือใช้แกรมม่าร์ที่คนไม่เข้าใจ ก็มี ‘ความหมาย’ ในแบบของมันเอง)


มีผู้เปรียบเทียบกรณีภาษาที่แชตบอทประดิษฐ์ขึ้นมาคุยกันเองนี้กับปรากฏการณ์ cryptophasia
ซึ่งคือการที่ฝาแฝดพัฒนาภาษาขึ้นมาสื่อสารกันเองสองคน คนอื่นไม่เข้าใจ (กระทั่งพ่อแม่ก็ตาม)

ซึ้งนอกจากfacebook ก็ยังมี ai ตัวอื่นๆของเว็ปอื่นๆเช่นกัน ยกตัวอย่างของgoogle และtweeter
สำหรับการแข่งขันเกมส์โกะ ระหว่างมนุษย์ กับ AI ของ Google โดยมีการนำแชมป์โลกโกะอย่าง Lee Sedol
โดยในสามเกมส์แรก Alpha go ซึ่งเป็น AI จาก Google
สามารถเอาชนะไปได้ และล่าสุด Lee Sedol เพิ่งจะกลับมาชนะได้เป็นเกมส์แรกในเกมส์ที่ 4 หลังจากพ่ายแพ้ไปใน 3 เกมส์แรก
มีการพัฒนาให้มีการเรียนรู้เองแบบมนุษย์ทำให้ความสามารถของ AI เพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมากสามารถใช้ในการ
แก้ปัญหาที่ยาก ๆ ได้หลาย ๆ ปัญหา

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ชาวเน็ตทั่วโลกได้ใช้ AI แชทที่ชื่อว่า “Tay” ในทวิตเตอร์ ก็ต้องรีบปิดระบบทันทีเนื่องจาก Tay
ดันเรียนรู้นิสัยแปลก ๆ และโพสต์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น คลั่งไคล้ฮิตเลอร์ หมกมุ่นในเรื่องเพศ และอื่นๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559
ทางไมโครซอฟท์ก็ได้ออกมารับทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งเปิดเผยจุดประสงค์ของการพัฒนา Tay
และสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมา

หากเพียงความคิดของ Tay ยังไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ ทาง SXSW ยังได้นำเสนอหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งที่ชื่อ “Sophia”
และพูดคุยกัน โดย Dr. David Hanson ซึ่งเป็น CEO ของ Hanson Robotics ได้ถาม Sophia
ว่า “คุณต้องการที่จะทำลายมนุษย์มั้ย?” เมื่อจบประโยค Sophia จึงตอบข้อความสั้นๆว่า
“Okay, I will destroy humans!“ แปลได้ดังนี้ “เอาล่ะฉันจะทำลายมนุษย์!”

ตอนนี้ในโลกเรามีสองทีมใหญ่ ๆ ที่วิจัยหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ลักษณะนี้อยู่ คือ Hiroshi Ishiguro Laboratories
ที่สร้าง Geminoid โดยศาสตราจารย์ Hiroshi Ishiguro
พร้อมนำหุ่นยนต์ Geminoid-F มาจัดแสดงละครที่เมืองไทยแล้วด้วยและอีกหนึ่งทีมคือ Hanson Robotics
ที่ทำหุ่นยนต์ Sophia
Dr. David Hanson เป็นผู้นำทีมวิศวกรและนักออกแบบสร้าง Sophia ขึ้น หุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก
Audrey Hepburn และภรรยาของ Hanson เริ่มใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2015 ผิวหนังของ Sophia
ทำจากซิลิโคนที่จดสิทธิบัตรแล้ว เวลาพูดคุย สามารถแสดงสีหน้าได้ถึง 62 รูปแบบ ข้างในนัยน์ตามีกล้องซ่อนอยู่
สามารถกรอกลูกตาไปมาได้ สบตากับคนที่กำลังพูดคุยด้วยได้ ระบุได้ว่าคนที่คุยด้วยเป็นใคร
ใช้เทคโนโลยีของ Google Chrome voice recognition ในการฟังเสียง

Hanson บอกว่า “เป้าหมายของเราคือ จะทำให้ Sophia มีความสามารถ มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์
เราออกแบบหุ่นยนต์นี้มาเพื่องานด้านสุขภาพ การรักษา การศึกษา และการบริการลูกค้า” ขณะที่หุ่นยนต์ Geminoid
ของ Ishiguro ทำมาเพื่องานต้อนรับแขกในโรงแรม เป็นไกด์นำชมพิพิธภัณฑ์ และเป็นติวเตอร์สอนภาษา
Hanson กล่าวถึงหุ่นยนต์ในอนาคตด้วยว่า “วันหนึ่งหุ่นยนต์จะเหมือนกับคนจนแทบแยกไม่ออก
หุ่นยนต์เดิน เล่น สอน ช่วยเหลือ และสร้างสัมพันธ์กับผู้คนได้”
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่