JJNY : เสดตะกิดดี๊ดี...ซี้จุกสูญ บาทแข็งทำทัวร์เล็กเดี้ยง หวั่นลามทัวร์ใหญ่มีปัญหาตาม แอตต้าวอนรัฐช่วยด่วน!

กระทู้คำถาม
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือบริษัททัวร์ขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กด้านการท่องเที่ยว อาทิ การปล่อยสินเชื่อกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ หลังพบว่าปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัวมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้บริษัททัวร์รายเล็กมีกำไรน้อยลง จากเดิมอาจได้ราว 5% ก็จะเหลือ 3% ซึ่งทำให้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทเริ่มมีปัญหาตามมา และหากในอนาคตค่าเงินบาทแข็งไปจนถึงระดับ 10% จะส่งผลกระทบไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ด้วยอย่างแน่นอน เพราะยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาเป็นจำนวนมาก รายได้ก็อาจจะไม่ได้ตามเป้าหมาย เพราะปัญหาจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน

“ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการรายเล็กเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ด้วย 2 ปัจจัยหลักคือ ทุนใหญ่ที่เริ่มเข้ามาทำให้บริษัทเล็กๆ เริ่มแย่ ขาดลูกค้า ไม่มีเงินมาบริหารสภาพคล่อง และยังต้องเผชิญกับปัญหาค่าเงินบาทไทยที่ตอนนี้แข็งค่ามากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาเฝ้าระวังมาก ทั้งนี้ หากคู่ค้าประเทศต่างๆ ค่าเงินบาทแข็งเหมือนกันก็ไม่เป็นไร แต่อย่างมาเลเซียที่เมื่อ 2 เดือนก่อน ค่าเงินอ่อนลงก็มีผลกระทบมาถึงเรื่องท่องเที่ยว ทำให้คนมาเลเซียเดินทางมาเที่ยวไทยน้อยลงไปด้วย ตรงนี้ก็ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่รัฐบาลควรหาแนวทางแก้ไข”

นายวิชิตกล่าวว่า ส่วนกรณีที่บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ถูกยกฟ้อง เชื่อว่าไม่น่าจะทำให้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลปราบปรามปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง และทำให้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญลดลงไปมาก แต่สมาคมยังเน้นย้ำ 3 ประการที่ต้องการเสนอให้รัฐบาลยังคงดำเนินการต่อ คือ
1.ต้องการให้รัฐบาลเข้มงวดกับการปราบปรามปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนอมินีผิดกฎหมาย เพราะฝั่งรัฐบาลจีนเห็นด้วยว่าเป็นปัญหาสำคัญ แต่หากทางไทยกลับมาหย่อนกับปัญหาดังกล่าว สุดท้ายแล้วปัญหาจะกลับมาเกิดขึ้นใหม่ ทำให้ประเทศเจอกับปัญหาเดิมๆ และมีรายได้ที่ลดลง

2.รัฐต้องเข้มงวดกับการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ทราบปัญหาและเห็นสัญญาณว่าแต่ละปีได้ภาษีจากผู้ประกอบการเท่าใด และหากปีใดรายได้ลดลงไป ก็อาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญอาจจะกลับมาอีกครั้ง

3.เรื่องมัคคุเทศก์ (ไกด์) ยังขาดแคลน ตรงนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลปัญหาดังกล่าว เพราะในสภาพความจริงปัจจุบันยังพบว่าไกด์จีนไม่เพียงพอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะที่ผ่านมาเวลาที่ทางแอตต้าเสนอเรื่องไปยังสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เพื่อขอไกด์มาช่วยงาน แต่กลับไม่สามารถหาไกด์มาช่วยได้ ซึ่งในวันที่ 15 กันยายนนี้แอตต้าร่วมกับกรมการท่องเที่ยวน่าจะได้ข้อสรุปจำนวนไกด์ที่มีอยู่จริงแล้วเสร็จ เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาเรื่องวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีวีซ่า ที่เห็นว่านอกจากมีบริการที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว ยังน่าจะมีติดตั้งบริการนักท่องเที่ยวที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพราะในช่วงที่เหลือของปีเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันตลาดเริ่มกลับมาบวกเพิ่มมากขึ้น

“สัญญาณการท่องเที่ยวทั้งจากตลาดจีน ตลาดดาวรุ่งทั้งยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง รวมถึงอาเซียน ยกเว้นสิงคโปร์และมาเลเซีย ตรงนี้น่าจะมีมาตรการรองรับกับสัญญาณนักท่องเที่ยวที่จะมากันเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นว่า หากผู้ประกอบการรุกทำตลาดยุโรปตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้นก็จะน่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะยังไม่มีใครเข้าไปทำตลาดนี้อย่างจริงจัง ขณะที่ตัวตลาดมีศักยภาพและมีโอกาสการเติบโตอีกมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือ ต่อไปทัวร์ช้อปปิ้งจากจีนจะขายไม่ค่อยได้ เพราะนักท่องเที่ยวรู้ข้อมูลต่างๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น ทำให้จะซื้อแต่สิ่งจำเป็น และถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดจีนมีโอกาสเป็นตลาดเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือเอฟไอทีเพิ่มมากขึ้น”
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่