สวัสดีนะคะ... ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะ ว่าอยากโทรไปเล่าเรื่องนี้ในรายการคลับฟรายเดย์มากค่ะ แต่เราเป็นคนที่ส่อสารเป็นคำพูดไม่ค่อยจะเข้าใจ คือประมาณว่าเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกน่ะค่ะ แต่ถ้าพิมพ์เอาจะดูเข้าใจง่ายมากกว่า
คือเรา ชื่อย่อว่า อ. นะคะ จริงชื่อเรามีสองพยางค์ค่ะ แต่ย่อแค่พยางค์เดียวดีกว่าสั้นๆจำง่าย คือเราก็อายุไม่ได้มากนักนะคะ วัยรุ่นปลายๆค่ะ 27 ปี รูปร่างหน้าตาธรรมดาค่ะ ไม่สวยไม่ขี้เหร่ คือเรามีแฟนอยู่คนนึงค่ะ แฟนเราจะแก่กว่าเรา 5 ปี ค่ะ เค้าอายุ 32 เป็นผู้ชาย รูปร่างสูงผอม แต่มีกล้ามมีซิกแพคค่ะ ผิวคล่ำ แต่หน้าตาไม่หล่อเลยค่ะ พี่เค้าชื่อย่อ ป. คือเรารู้จักกันผ่านแม่ของพี่ปอ ค่ะ คือเราและแม่ของเค้าทำงานอยู่ที่เดียวกัน แม่ของพี่ปอเป็นพนักงานอาวุโสค่ะ แต่อยู่ในแผนกเดียวกับเรา แม่เค้าจะสนิทกับเรานะคะ แม่เค้าเป็นคนมีอายุที่ดูไม่เหมือนคนมีอายุ ดูแลรักษาตัวเอง คุยแต่เรื่องวัยรุ่น แต่งตัวตามเทรนตามสมัย ทำให้เราจะไปไหนไปด้วยกันตลอดค่ะ จนมีวันนึง แม่เค้าชวนเราไปช้อปที่ตลาดนัดเป็นเพื่อนเค้าน่ะค่ะ เราก็ไป เค้าบอกว่าลูกชายเค้าขายรองเท้ามือสองอยู่ที่นี่ เราก็โอเค แต่ไม่ได้อะไรค่ะ เราได้เจอเค้า แต่ไม่ได้แนะนำ เราแค่สวัสดีเค้าตอนแม่เค้าแนะนำเราให้พี่เค้ารู้จักค่ะ จนเจอกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีพูดคุยกันมั้งค่ะ แต่ไม่เยอะค่ะ ด้วยความที่นิสัยเราเข้ากับคนยากเพราะคุยไม่เก่ง แต่ถ้าสนิทแล้วก็จะคุยเยอะเลยค่ะ
จนมาวันนึงแม่เค้าก็มาเล่าให้เราฟังว่า ลูกชายเค้าต้องชอบเราแน่ๆเลยค่ะ เราก็งงๆนะคะ เราก็ถามกลับว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นอย่างนั้นค่ะ ทั้งๆที่เราก็แถบไม่ได้คุยไรกันมากมายเลย แม่เค้าก็ตอบว่าไม่รู้เห็นวันก่อนถามว่าเรามีแฟนรึยัง ?? แม่เค้าก็ตอบว่าน่าจะยัง จะมาวันก่อนนะ ลงรองเท้าลอตใหม่เจอคู่นึงเค้าบอกว่าจะฝากแม่เค้าเอามาให้เรา เพราะเห็นเราชอบใส่รองเท้าแบบนี้ ไซส์น่าจะได้พอดี (รองเท้ารัดส้น แต่พื้นหนาๆเพิ่มความสูงนิดหน่อยเพราะเราตัวเตี้ยค่ะ แค่157) เราก็บอกว่า อ่อค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เราเกรงใจ เอากลับคืนพี่เค้าเถอะค่ะ เอาไว้ขาย แม่เค้าก็บอกว่า ไม่ได้เอามาหรอกมันเอากลับไปเรา มันบอกว่าไม่ให้ดีกว่าของมือสอง บางคนก็ไม่ชอบใส่หรอก ไม่รู้เอาไปให้จะใส่รึป่าว (ตั้งแต่เราไปที่ร้านเค้าเราไม่เคยซื้อรองเท้าเค้าเลยอะค่ะ เพราะเราจะไม่ชอบซื้อไรจุกจิกจะรอให้พังก่อนหรือว่าอยากได้จริงๆค่อยซื้อค่ะ) วันต่อมาที่ไปตลาดนัด เราก็ซื้อรองเท้าเค้ามาคู่นึง แล้วไปอีกก็ใส่คู่ที่เราซื้อจากร้านเค้ามาใส่ให้เค้าเห็นค่ะ เค้าจะได้เลิกคิดว่าเรารังเกียดของมือสองค่ะ จนผ่านมาเรื่อยๆ เค้าก็มาขอเบอร์เราไปจากแม่เค้าแล้วโทรมา..เราก็คุยกันไปจนคบเป็นแฟนค่ะ เราดูเป็นไม่เจ้าชู้ค่ะ เอาการเอางาน เราเลยคบเค้า ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว เรามองว่าดีนะคะผู้ชายแบบนี้ เราก็เลยตัดสินใจคบค่ะ ไม่มองที่หน้าตา เพราะหวังว่าเราคงโชคดีแล้วที่ได้เจอผู้ชายดีๆ แบบนี้ จนผ่านมาสักระยะนึง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 3-4 เดือนค่ะ เค้าชวนเราไปอยู่คอนโดของเค้าที่เค้าพึ่งซื้อไว้ ตอนแรกเราก็ลังเลค่ะ แต่เค้าบอกว่า คนเป็นแฟนกันอยู่ด้วยไม่ผิดหรอก อยู่ด้วยกันก็ประหยัดขึ้น ไม่ต้องเสียค่าห้อง หลายต่อ เราก็โอเคค่ะ ย้ายเข้าไป เดือนแรก เค้าบอกว่า ค่าห้องไม่พออ่ะ ถึงพอค่าห้องแต่ไม่พอลงของ แต่ไม่ได้ขอนะคะ เค้าแค่มาพูดให้ฟังเฉยๆ แต่เราเป็ฯคนที่ชอบสงสารคนง่ายอยู่แล้ว เราเลยอาสาให้เค้าไปเอง เราก็คิดซะว่า อยู่ห้องเองก็ต้องจ่ายเหมือนกัน แต่อันนี้ก็เหมือนช่วยคนที่เรารักด้วย เดี๋ยวมาต่อนะคะ เราขอตัวไปอาบน้ำทานข้าวก่อน พึ่งเลกงินมาเหนื่อยมากค่ะ
รักแท้หรือแค่หวังผลประโยชน์ !!
คือเรา ชื่อย่อว่า อ. นะคะ จริงชื่อเรามีสองพยางค์ค่ะ แต่ย่อแค่พยางค์เดียวดีกว่าสั้นๆจำง่าย คือเราก็อายุไม่ได้มากนักนะคะ วัยรุ่นปลายๆค่ะ 27 ปี รูปร่างหน้าตาธรรมดาค่ะ ไม่สวยไม่ขี้เหร่ คือเรามีแฟนอยู่คนนึงค่ะ แฟนเราจะแก่กว่าเรา 5 ปี ค่ะ เค้าอายุ 32 เป็นผู้ชาย รูปร่างสูงผอม แต่มีกล้ามมีซิกแพคค่ะ ผิวคล่ำ แต่หน้าตาไม่หล่อเลยค่ะ พี่เค้าชื่อย่อ ป. คือเรารู้จักกันผ่านแม่ของพี่ปอ ค่ะ คือเราและแม่ของเค้าทำงานอยู่ที่เดียวกัน แม่ของพี่ปอเป็นพนักงานอาวุโสค่ะ แต่อยู่ในแผนกเดียวกับเรา แม่เค้าจะสนิทกับเรานะคะ แม่เค้าเป็นคนมีอายุที่ดูไม่เหมือนคนมีอายุ ดูแลรักษาตัวเอง คุยแต่เรื่องวัยรุ่น แต่งตัวตามเทรนตามสมัย ทำให้เราจะไปไหนไปด้วยกันตลอดค่ะ จนมีวันนึง แม่เค้าชวนเราไปช้อปที่ตลาดนัดเป็นเพื่อนเค้าน่ะค่ะ เราก็ไป เค้าบอกว่าลูกชายเค้าขายรองเท้ามือสองอยู่ที่นี่ เราก็โอเค แต่ไม่ได้อะไรค่ะ เราได้เจอเค้า แต่ไม่ได้แนะนำ เราแค่สวัสดีเค้าตอนแม่เค้าแนะนำเราให้พี่เค้ารู้จักค่ะ จนเจอกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีพูดคุยกันมั้งค่ะ แต่ไม่เยอะค่ะ ด้วยความที่นิสัยเราเข้ากับคนยากเพราะคุยไม่เก่ง แต่ถ้าสนิทแล้วก็จะคุยเยอะเลยค่ะ
จนมาวันนึงแม่เค้าก็มาเล่าให้เราฟังว่า ลูกชายเค้าต้องชอบเราแน่ๆเลยค่ะ เราก็งงๆนะคะ เราก็ถามกลับว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นอย่างนั้นค่ะ ทั้งๆที่เราก็แถบไม่ได้คุยไรกันมากมายเลย แม่เค้าก็ตอบว่าไม่รู้เห็นวันก่อนถามว่าเรามีแฟนรึยัง ?? แม่เค้าก็ตอบว่าน่าจะยัง จะมาวันก่อนนะ ลงรองเท้าลอตใหม่เจอคู่นึงเค้าบอกว่าจะฝากแม่เค้าเอามาให้เรา เพราะเห็นเราชอบใส่รองเท้าแบบนี้ ไซส์น่าจะได้พอดี (รองเท้ารัดส้น แต่พื้นหนาๆเพิ่มความสูงนิดหน่อยเพราะเราตัวเตี้ยค่ะ แค่157) เราก็บอกว่า อ่อค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เราเกรงใจ เอากลับคืนพี่เค้าเถอะค่ะ เอาไว้ขาย แม่เค้าก็บอกว่า ไม่ได้เอามาหรอกมันเอากลับไปเรา มันบอกว่าไม่ให้ดีกว่าของมือสอง บางคนก็ไม่ชอบใส่หรอก ไม่รู้เอาไปให้จะใส่รึป่าว (ตั้งแต่เราไปที่ร้านเค้าเราไม่เคยซื้อรองเท้าเค้าเลยอะค่ะ เพราะเราจะไม่ชอบซื้อไรจุกจิกจะรอให้พังก่อนหรือว่าอยากได้จริงๆค่อยซื้อค่ะ) วันต่อมาที่ไปตลาดนัด เราก็ซื้อรองเท้าเค้ามาคู่นึง แล้วไปอีกก็ใส่คู่ที่เราซื้อจากร้านเค้ามาใส่ให้เค้าเห็นค่ะ เค้าจะได้เลิกคิดว่าเรารังเกียดของมือสองค่ะ จนผ่านมาเรื่อยๆ เค้าก็มาขอเบอร์เราไปจากแม่เค้าแล้วโทรมา..เราก็คุยกันไปจนคบเป็นแฟนค่ะ เราดูเป็นไม่เจ้าชู้ค่ะ เอาการเอางาน เราเลยคบเค้า ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว เรามองว่าดีนะคะผู้ชายแบบนี้ เราก็เลยตัดสินใจคบค่ะ ไม่มองที่หน้าตา เพราะหวังว่าเราคงโชคดีแล้วที่ได้เจอผู้ชายดีๆ แบบนี้ จนผ่านมาสักระยะนึง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 3-4 เดือนค่ะ เค้าชวนเราไปอยู่คอนโดของเค้าที่เค้าพึ่งซื้อไว้ ตอนแรกเราก็ลังเลค่ะ แต่เค้าบอกว่า คนเป็นแฟนกันอยู่ด้วยไม่ผิดหรอก อยู่ด้วยกันก็ประหยัดขึ้น ไม่ต้องเสียค่าห้อง หลายต่อ เราก็โอเคค่ะ ย้ายเข้าไป เดือนแรก เค้าบอกว่า ค่าห้องไม่พออ่ะ ถึงพอค่าห้องแต่ไม่พอลงของ แต่ไม่ได้ขอนะคะ เค้าแค่มาพูดให้ฟังเฉยๆ แต่เราเป็ฯคนที่ชอบสงสารคนง่ายอยู่แล้ว เราเลยอาสาให้เค้าไปเอง เราก็คิดซะว่า อยู่ห้องเองก็ต้องจ่ายเหมือนกัน แต่อันนี้ก็เหมือนช่วยคนที่เรารักด้วย เดี๋ยวมาต่อนะคะ เราขอตัวไปอาบน้ำทานข้าวก่อน พึ่งเลกงินมาเหนื่อยมากค่ะ