สวัสดีครับ ผมก็คงพูดเหมือนทุกๆ กระทู้ที่เป็นกระทู้แรกครับ 555555
นี้เป็นกระทู้แรกของผมครับ ในชีวิตไม่เคยตั้งกระทู้มาก่อนเลย ปกติก็ใช้งานพันทิปอยู่ตลอดแต่แอบอ่านอย่างเงียบๆ ไม่เคยให้เจ้าของกระทู้ที่ผ่านๆ มารู้เลย เพราะ ถ้ารู้ก็จะไม่เรียกว่าแอบ ตึ่งโป๊ะ !! และเนื่องจากนี่เป็นกระทู้แรกของผม ซึ่งหากว่าผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถึงแม้ท่านไม่ให้ ผมก็จะขอ

ช่วงนี้ก็เปิดเทอมมาได้สักพักนึงแล้ว หลายๆ ท่านที่เรียนนิติศาสตร์และใกล้จบแล้ว ก็จะต้องหาที่ไปต่อว่าจะเรียนเนติ สอบตั๋วทนายความ สอบทำงาน หรือเรียนปริญญาโทต่อดี และก็เป็นอะไรที่แน่นอนว่าทุกท่านต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดไว้ ในวันนี้ผมเองก็เลยขอมาช่วยเป็นแหล่งข้อมูลให้ท่านได้ค้นหากันเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อดี จะเรียนต่อหรือจะทำงานดี โดยกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกและจะขอกล่าวถึงเรื่อง "การเตรียมตัวสอบเข้าปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ เดี๋ยวจะตามมาทีหลังครับ ที่ผมเลือกเรื่องนี้มาเป็นกระทู้แรก เพราะว่า เป็นเรื่องที่ค้นหายากมั่กๆ ช่วงนั้นผมเตรียมตัวสอบก็ค้นหาแนวทางไม่ได้สักที ทำให้ต้องดำน้ำมั่วมันไป เลยคิดว่าถ้าปล่อยให้เนิ่นนานไปกว่านี้ เดี๋ยวจะมีคนเหวออย่างผม แล้วเตรียมตัวไม่ทันและพลาดโอกาสในที่สุด ก็เลยขอนำเรื่องนี้มาเป็นกระทู้แรกของชีวิตก่อนครับ
ก่อนอื่น ผมก็ต้องขอแนะนำตัวก่อนละกันนะครับ หรือจะเรียกว่าอวดก็ได้ ว่างั้นเถอะ 5555 ทั้งนี้ก็เพื่อประกอบความน่าเชื่อถือของกระทู้นี้ และต่อยอดเป็นกระทู้ต่างๆ ต่อไป เตรียมอ่านที่ผมโม้นะ
- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (นิติศาสตรบัณฑิตพิชิตได้วัย 18...ดูเท่มั้ย 5555)
- เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 68 (เนติบัณฑิตไทย วัย 19)
- ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ สาขากฎหมายเอกชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 60
ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ผมก็เป็นคนเล็กๆ ที่เป็นเบาหวานคนนึงที่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการเรียนการสอบให้ทุกท่าน เพราะ ในอดีตผมก็ต้องการแนวทางแบบนี้เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถหาจากไหนได้เลย จนวันนี้ผมได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นมาด้วยตัวเองก็เลยอยากที่จะแบ่งปันให้ท่านทั้งหลายได้มีแนวทาง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเหมือนที่ผมเคยผ่านมา

ในเรื่องการเตรียมตัวสอบเข้าปริญญาโทนี้ ผมเคยได้โพสต์ไว้ในเฟสบุคส่วนตัวแล้ว แต่เนื่องจากว่าเฟสบุคเป็นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ยาก ค้นใน Google มันก็ไม่ได้เจอทันที ผมเลยคิดที่จะหาแหล่งข้อมูลที่มันค้นง่ายกว่าในเฟสบุค ที่แบบว่าค้นแล้วเจอเลย และคำตอบที่ได้ก็คือ Pantip ที่พวกเราได้รู้กันนี้แหละครับ และถึงแม้ว่าจะได้เคยโพสต์ไว้แล้ว มีต้นฉบับอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีการแก้ไขเพื่อให้ย่อหน้าและเนื้อหาต่างๆ สอดคล้องกับหน้าเว็บ ผมจึงขออนุญาตโพสต์เป็นตอนๆ ไป และใช้เวลานิดนึงนะครับ...จบแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลย
อันที่จริงแล้วก็เพิ่งแก้ไขบางส่วนที่จะลงในวันนี้เสร็จไปสดๆ ร้อนๆ มือยังพองอยู่เลย แต่ใจร้อนกว่าครับ อยากแบ่งปัน รีบมากกก ใช้เวลาแก้ไขนานมากครับ ประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้ :: 3 สัปดาห์กว่าเปิดคอมแล้วนอนเกาสะดือ อีก 10 กว่าวันลงมือแก้ไขจริง #สไตล์เจ้าของกระทู้นิยมแต่สังคมหมั่นส้นตื๊ดดดดด
เรื่องนี้มันก็ยาวหน่อยนะครับ เอ๊ะ !! หรือไม่ยาวหน่อย คงยาวมากมั้ง 55555 แต่อยากให้อ่าน มันต้องเป็นประโยชน์บ้างแหละเนาะ เอาเป็นว่าอ่านมันเถอะครับ อ่านไปทีละบรรทัดนะ ไม่ต้องเลื่อนไปดูบรรทัดสุดท้ายก่อนล่ะครับ เดี๋ยวท้อ 5555555
มาเริ่มกันเลย Are you ready ?? :: And here we go
คุณสมบัติของผู้เข้าสอบ
หากท่านได้อ่านประวัติการศึกษาของผมข้างบนแล้ว ท่านก็จะเกิดความสงสัยว่า "เอ้า !! เป็นเด็กรามแท้ๆ ไม่สอบเข้ารามต่อล่ะ ??"...ปัญญาไม่มีนะครับ 555 เกรดไม่ถึงตามที่รามกำหนดไว้ครับ รามกำหนดเกรดขั้นต่ำไว้ที่ 2.75 ถ้าหากว่าเกรดไม่ถึงก็ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน 2 ปี จากนั้นถึงจะมาสมัครสอบได้ ประสบการณ์การทำงานก็ขายล็อตเตอรี่กับแม่เนี่ยแหละครับ งานอันยิ่งใหญ่ มีวันนี้เพราะล็อตเตอรี่แม่เลยทีเดียวเชียว

ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับการสอบปริญญาโทรามเลย 555555555
เนื่องจากว่ารามกำหนดเกรดไว้ แต่ธรรมศาสตร์และจุฬาไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำในการสอบเข้าไว้ ผมก็เลยเลือกสอบทั้งธรรมศาสตร์และจุฬาเลย คุณสมบัติของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมาก "เป็นคนดี จบปริญญาตรี และมีคะแนนภาษาอังกฤษ" แค่นั้นแหละครับ แต่ตรงมีคะแนนภาษาอังกฤษของทั้งสองมหาวิทยาลัยก็กำหนดแตกต่างกันไว้อีก โดยธรรมศาสตร์ไม่ได้กำหนดคะแนนขั้นต่ำของภาษาอังกฤษไว้ ส่วนจุฬากำหนดคะแนนขั้นต่ำของภาษาอังกฤษ CU-TEP ไว้ที่ 30 คะแนน (เต็ม 120) อุ๊ย !! แค่ 30 เองหรอ น้อยไปมั้ย ง่ายไปเปล่า :: มันไม่ง่ายเลยนะครับ สำหรับเด็กต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีการฝึกภาษามาเหมือนเด็กในเมือง มันยากมากๆ เลยด้วยซ้ำ รุ่นน้องของผมที่เก่งมากๆๆๆๆๆ เก่งโคตะระ ก็ยังได้แค่ 29 คะแนนเอง ในขณะที่เพื่อนของน้องเขาได้เกิน 30 กันทั้งนั้น พูดแล้วเศร้าใจใยใยแทน ฉะนั้น ท่านใดที่ตั้งใจจะเรียนปริญญาโทจุฬาต่อ ต้องเตรียมพร้อมภาษาอังกฤษด้วยนะครับ
ลักษณะของข้อสอบ
รู้คุณสมบัติคร่าวๆ แล้ว ทีนี้ก็มาดูกันว่าขอบเขต/แนวข้อสอบเข้าเป็นอย่างไรบ้าง...ขอบเขตก็จะเป็นขอบกระดาษ A4 นะครับ ถ้ายาวกว่านั้นมันก็จะเยอะเกินไป ส่วนแนวข้อสอบก็เป็นแนวนอนครับ ถ้าเป็นแนวตั้งก็จะเกินขอบกระดาษ :: ตัวนี้อยากเล่นครับ ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรหรอก 😜
แนวทางข้อสอบนะครับ...ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า แตกต่างจากระดับปริญญาตรีและเนติบัณฑิตแทบจะสิ้นเชิงเลย ที่เราท่านเคยวินิจฉัยกันมาก่อน มันไม่ใช่แล้ว มันเป็นอีกสไตล์นึงครับ ข้อสอบปริญญาโทจะเป็นลักษณะให้ตอบอธิบายในหลักการเบื้องต้นของกฎหมายเรื่องนั้นๆ เรียกอีกอย่างว่า "ทฤษฎี" นั่นแหละครับ โดยมากก็เป็นหลักสากล พวกภาษาแปลกๆ ที่เราเคยอ่านกัน เช่น ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ หากไม่มีกฎหมาย (nullum crimen, nulla poena, sine lege อ่านว่า นูลัม ไครเมน นูล่า โพอีนา ซีเน แลกเก) อะไรก็ไม่รู้ 😅 เป็นต้น ซึ่งข้อสอบก็ไม่ได้ใช้ภาษาพวกนี้มาออกหรอกครับ ก็ใช้ภาษาไทยนี่แหละ แต่ที่พูดก็คืออยากให้ทุกท่านให้ความสำคัญเวลาอ่านแล้วเจอสุภาษิตพวกนี้ก็อยากให้จำหลักการให้ดีๆ ซึ่งเราไม่ได้ใช้สอบในระดับปริญญาตรีหรือเนติบัณฑิต แต่สอบเข้าปริญญาโทเจอเด็ดๆ เด็ดกว่าเสี่ยโป้ต่อยกับกง เมืองมินอีก หรือเด็กกว่ากีฬาซีเกมส์ที่เขาว่าโกงกันอีก ถถถถ. 😊 นี่คือเรื่องที่เน้นย้ำนะครับ อยากให้ทุกท่านให้ความสำคัญ
แล้วข้อสอบวินิจฉัยไม่มีเลยหรอ :: มีครับ ก็มีอยู่บ้าง "บ้าง" เท่านั้นเอง นานน๊านนนนนทีจะออก ตรงนี้เราก็ต้องเตรียมท่องมาตราไปด้วยนะครับ หรือบางทีอาจไม่ได้ออกวินิจฉัย แต่ออกเป็นมาตรา ให้เนื้อความในตัวบทมาแล้วให้เราอธิบายเกี่ยวกับมาตรานั้นๆ นี่ก็คือลักษณะโดยรวมของข้อสอบเข้าปริญญาโทครับ
การสอบจะสอบวันเดียว เต็มวัน ทั้งหมด 4 ข้อ ภาคเช้า 2 ข้อ ได้แก่ วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (1 ข้อ) และ กฎหมายอาญา (1 ข้อ) ภาคบ่าย 2 ข้อ ได้แก่ วิชากฎหมายมหาชน (1 ข้อ) และ กฎหมายระหว่างประเทศ (1 ข้อ)
ทุกสาขาจะใช้ข้อสอบฉบับเดียวกัน ไม่มีการแบ่งว่าเอกนู้นเอกนี้ ต้องใช้สอบข้อสอบวิชาเฉพาะนะ ไม่เลย สาขาไหนๆ ก็ใช้ข้อสอบเดียวกันหมดครับ ... ทีนี้เรามาดูแนวข้อสอบกัน โดยเฉพาะเจาะจงรายข้อกันเลย
-เดี๋ยวกลับมาต่อกันนะครับ เห็นยาวๆ อย่าเพิ่งเบื่อกันน้า กำลังจะมันส์แล้ว 55555-
การเตรียมตัวสอบเข้า ป.โท นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
นี้เป็นกระทู้แรกของผมครับ ในชีวิตไม่เคยตั้งกระทู้มาก่อนเลย ปกติก็ใช้งานพันทิปอยู่ตลอดแต่แอบอ่านอย่างเงียบๆ ไม่เคยให้เจ้าของกระทู้ที่ผ่านๆ มารู้เลย เพราะ ถ้ารู้ก็จะไม่เรียกว่าแอบ ตึ่งโป๊ะ !! และเนื่องจากนี่เป็นกระทู้แรกของผม ซึ่งหากว่าผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถึงแม้ท่านไม่ให้ ผมก็จะขอ
ช่วงนี้ก็เปิดเทอมมาได้สักพักนึงแล้ว หลายๆ ท่านที่เรียนนิติศาสตร์และใกล้จบแล้ว ก็จะต้องหาที่ไปต่อว่าจะเรียนเนติ สอบตั๋วทนายความ สอบทำงาน หรือเรียนปริญญาโทต่อดี และก็เป็นอะไรที่แน่นอนว่าทุกท่านต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดไว้ ในวันนี้ผมเองก็เลยขอมาช่วยเป็นแหล่งข้อมูลให้ท่านได้ค้นหากันเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อดี จะเรียนต่อหรือจะทำงานดี โดยกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกและจะขอกล่าวถึงเรื่อง "การเตรียมตัวสอบเข้าปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ เดี๋ยวจะตามมาทีหลังครับ ที่ผมเลือกเรื่องนี้มาเป็นกระทู้แรก เพราะว่า เป็นเรื่องที่ค้นหายากมั่กๆ ช่วงนั้นผมเตรียมตัวสอบก็ค้นหาแนวทางไม่ได้สักที ทำให้ต้องดำน้ำมั่วมันไป เลยคิดว่าถ้าปล่อยให้เนิ่นนานไปกว่านี้ เดี๋ยวจะมีคนเหวออย่างผม แล้วเตรียมตัวไม่ทันและพลาดโอกาสในที่สุด ก็เลยขอนำเรื่องนี้มาเป็นกระทู้แรกของชีวิตก่อนครับ
ก่อนอื่น ผมก็ต้องขอแนะนำตัวก่อนละกันนะครับ หรือจะเรียกว่าอวดก็ได้ ว่างั้นเถอะ 5555 ทั้งนี้ก็เพื่อประกอบความน่าเชื่อถือของกระทู้นี้ และต่อยอดเป็นกระทู้ต่างๆ ต่อไป เตรียมอ่านที่ผมโม้นะ
- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (นิติศาสตรบัณฑิตพิชิตได้วัย 18...ดูเท่มั้ย 5555)
- เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 68 (เนติบัณฑิตไทย วัย 19)
- ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ สาขากฎหมายเอกชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 60
ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ผมก็เป็นคนเล็กๆ ที่เป็นเบาหวานคนนึงที่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการเรียนการสอบให้ทุกท่าน เพราะ ในอดีตผมก็ต้องการแนวทางแบบนี้เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถหาจากไหนได้เลย จนวันนี้ผมได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นมาด้วยตัวเองก็เลยอยากที่จะแบ่งปันให้ท่านทั้งหลายได้มีแนวทาง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเหมือนที่ผมเคยผ่านมา
ในเรื่องการเตรียมตัวสอบเข้าปริญญาโทนี้ ผมเคยได้โพสต์ไว้ในเฟสบุคส่วนตัวแล้ว แต่เนื่องจากว่าเฟสบุคเป็นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ยาก ค้นใน Google มันก็ไม่ได้เจอทันที ผมเลยคิดที่จะหาแหล่งข้อมูลที่มันค้นง่ายกว่าในเฟสบุค ที่แบบว่าค้นแล้วเจอเลย และคำตอบที่ได้ก็คือ Pantip ที่พวกเราได้รู้กันนี้แหละครับ และถึงแม้ว่าจะได้เคยโพสต์ไว้แล้ว มีต้นฉบับอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีการแก้ไขเพื่อให้ย่อหน้าและเนื้อหาต่างๆ สอดคล้องกับหน้าเว็บ ผมจึงขออนุญาตโพสต์เป็นตอนๆ ไป และใช้เวลานิดนึงนะครับ...จบแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลย
อันที่จริงแล้วก็เพิ่งแก้ไขบางส่วนที่จะลงในวันนี้เสร็จไปสดๆ ร้อนๆ มือยังพองอยู่เลย แต่ใจร้อนกว่าครับ อยากแบ่งปัน รีบมากกก ใช้เวลาแก้ไขนานมากครับ ประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้ :: 3 สัปดาห์กว่าเปิดคอมแล้วนอนเกาสะดือ อีก 10 กว่าวันลงมือแก้ไขจริง #สไตล์เจ้าของกระทู้นิยมแต่สังคมหมั่นส้นตื๊ดดดดด
เรื่องนี้มันก็ยาวหน่อยนะครับ เอ๊ะ !! หรือไม่ยาวหน่อย คงยาวมากมั้ง 55555 แต่อยากให้อ่าน มันต้องเป็นประโยชน์บ้างแหละเนาะ เอาเป็นว่าอ่านมันเถอะครับ อ่านไปทีละบรรทัดนะ ไม่ต้องเลื่อนไปดูบรรทัดสุดท้ายก่อนล่ะครับ เดี๋ยวท้อ 5555555
มาเริ่มกันเลย Are you ready ?? :: And here we go
คุณสมบัติของผู้เข้าสอบ
หากท่านได้อ่านประวัติการศึกษาของผมข้างบนแล้ว ท่านก็จะเกิดความสงสัยว่า "เอ้า !! เป็นเด็กรามแท้ๆ ไม่สอบเข้ารามต่อล่ะ ??"...ปัญญาไม่มีนะครับ 555 เกรดไม่ถึงตามที่รามกำหนดไว้ครับ รามกำหนดเกรดขั้นต่ำไว้ที่ 2.75 ถ้าหากว่าเกรดไม่ถึงก็ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน 2 ปี จากนั้นถึงจะมาสมัครสอบได้ ประสบการณ์การทำงานก็ขายล็อตเตอรี่กับแม่เนี่ยแหละครับ งานอันยิ่งใหญ่ มีวันนี้เพราะล็อตเตอรี่แม่เลยทีเดียวเชียว
เนื่องจากว่ารามกำหนดเกรดไว้ แต่ธรรมศาสตร์และจุฬาไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำในการสอบเข้าไว้ ผมก็เลยเลือกสอบทั้งธรรมศาสตร์และจุฬาเลย คุณสมบัติของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมาก "เป็นคนดี จบปริญญาตรี และมีคะแนนภาษาอังกฤษ" แค่นั้นแหละครับ แต่ตรงมีคะแนนภาษาอังกฤษของทั้งสองมหาวิทยาลัยก็กำหนดแตกต่างกันไว้อีก โดยธรรมศาสตร์ไม่ได้กำหนดคะแนนขั้นต่ำของภาษาอังกฤษไว้ ส่วนจุฬากำหนดคะแนนขั้นต่ำของภาษาอังกฤษ CU-TEP ไว้ที่ 30 คะแนน (เต็ม 120) อุ๊ย !! แค่ 30 เองหรอ น้อยไปมั้ย ง่ายไปเปล่า :: มันไม่ง่ายเลยนะครับ สำหรับเด็กต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีการฝึกภาษามาเหมือนเด็กในเมือง มันยากมากๆ เลยด้วยซ้ำ รุ่นน้องของผมที่เก่งมากๆๆๆๆๆ เก่งโคตะระ ก็ยังได้แค่ 29 คะแนนเอง ในขณะที่เพื่อนของน้องเขาได้เกิน 30 กันทั้งนั้น พูดแล้วเศร้าใจใยใยแทน ฉะนั้น ท่านใดที่ตั้งใจจะเรียนปริญญาโทจุฬาต่อ ต้องเตรียมพร้อมภาษาอังกฤษด้วยนะครับ
ลักษณะของข้อสอบ
รู้คุณสมบัติคร่าวๆ แล้ว ทีนี้ก็มาดูกันว่าขอบเขต/แนวข้อสอบเข้าเป็นอย่างไรบ้าง...ขอบเขตก็จะเป็นขอบกระดาษ A4 นะครับ ถ้ายาวกว่านั้นมันก็จะเยอะเกินไป ส่วนแนวข้อสอบก็เป็นแนวนอนครับ ถ้าเป็นแนวตั้งก็จะเกินขอบกระดาษ :: ตัวนี้อยากเล่นครับ ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรหรอก 😜
แนวทางข้อสอบนะครับ...ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า แตกต่างจากระดับปริญญาตรีและเนติบัณฑิตแทบจะสิ้นเชิงเลย ที่เราท่านเคยวินิจฉัยกันมาก่อน มันไม่ใช่แล้ว มันเป็นอีกสไตล์นึงครับ ข้อสอบปริญญาโทจะเป็นลักษณะให้ตอบอธิบายในหลักการเบื้องต้นของกฎหมายเรื่องนั้นๆ เรียกอีกอย่างว่า "ทฤษฎี" นั่นแหละครับ โดยมากก็เป็นหลักสากล พวกภาษาแปลกๆ ที่เราเคยอ่านกัน เช่น ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ หากไม่มีกฎหมาย (nullum crimen, nulla poena, sine lege อ่านว่า นูลัม ไครเมน นูล่า โพอีนา ซีเน แลกเก) อะไรก็ไม่รู้ 😅 เป็นต้น ซึ่งข้อสอบก็ไม่ได้ใช้ภาษาพวกนี้มาออกหรอกครับ ก็ใช้ภาษาไทยนี่แหละ แต่ที่พูดก็คืออยากให้ทุกท่านให้ความสำคัญเวลาอ่านแล้วเจอสุภาษิตพวกนี้ก็อยากให้จำหลักการให้ดีๆ ซึ่งเราไม่ได้ใช้สอบในระดับปริญญาตรีหรือเนติบัณฑิต แต่สอบเข้าปริญญาโทเจอเด็ดๆ เด็ดกว่าเสี่ยโป้ต่อยกับกง เมืองมินอีก หรือเด็กกว่ากีฬาซีเกมส์ที่เขาว่าโกงกันอีก ถถถถ. 😊 นี่คือเรื่องที่เน้นย้ำนะครับ อยากให้ทุกท่านให้ความสำคัญ
แล้วข้อสอบวินิจฉัยไม่มีเลยหรอ :: มีครับ ก็มีอยู่บ้าง "บ้าง" เท่านั้นเอง นานน๊านนนนนทีจะออก ตรงนี้เราก็ต้องเตรียมท่องมาตราไปด้วยนะครับ หรือบางทีอาจไม่ได้ออกวินิจฉัย แต่ออกเป็นมาตรา ให้เนื้อความในตัวบทมาแล้วให้เราอธิบายเกี่ยวกับมาตรานั้นๆ นี่ก็คือลักษณะโดยรวมของข้อสอบเข้าปริญญาโทครับ
การสอบจะสอบวันเดียว เต็มวัน ทั้งหมด 4 ข้อ ภาคเช้า 2 ข้อ ได้แก่ วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (1 ข้อ) และ กฎหมายอาญา (1 ข้อ) ภาคบ่าย 2 ข้อ ได้แก่ วิชากฎหมายมหาชน (1 ข้อ) และ กฎหมายระหว่างประเทศ (1 ข้อ)
ทุกสาขาจะใช้ข้อสอบฉบับเดียวกัน ไม่มีการแบ่งว่าเอกนู้นเอกนี้ ต้องใช้สอบข้อสอบวิชาเฉพาะนะ ไม่เลย สาขาไหนๆ ก็ใช้ข้อสอบเดียวกันหมดครับ ... ทีนี้เรามาดูแนวข้อสอบกัน โดยเฉพาะเจาะจงรายข้อกันเลย