เพิ่งรู้สึกตัวว่าผู้หญิงที่เราเรียกว่า "แม่" สำคัญกับเราแค่ไหน

กระทู้สนทนา
นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกเลยค่ะ เพราะอยากแบ่งปัน + ระบายความรู้สึกของลูกที่รักแม่แต่ละเลย.....

เราโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน เราอยู่กับแม่ น้องชายอยู่กับพ่อ แต่พ่อและแม่เราเลิกกันด้วยดีนะคะ พ่อยังไปมาหาสู่ที่บ้านยายแทบจะทุกวัน (พ่อมีครอบครัวใหม่แต่ไม่มีปัญหากัน) แม่มีปัญหาก็โทรปรึกษาพ่อได้ตลอด (แม่ไม่ได้มีครอบครัวใหม่) เราเรียนจบ ม.ปลายที่ต่างจังหวักก็มาเรียนต่อที่กรุงเทพแม่ก็มาอยู่ที่กรุงเทพกับเรา แม่เปิดร้านขายอาหารขายดีพอสมควร และด้วยความที่แม่กลัวเราลำบากเพราะมหาลัยกับบ้านไกลกันมาก แม่เลยเช่าหอให้อยู่แถวมหาลัย แต่ต้องกลับบ้านทุกวันศุกร์ พอไปอยู่หอก็เริ่มติดเที่ยว ติดเพื่อนสุดท้ายก็เรียนไม่จบ เราก็ย้ายกลับมาอยู่กับแม่แล้วก็ไปสมัครเรียนมหาลัยเปิด ไม่ต้องไปเรียนรอไปสอบอย่างเดียว แต่เราไปลงติวแถวหน้ามหาลัยไว้ และด้วยความที่เคยอยู่คนเดียวที่หอพอกลับมาอยู่บ้านจะหงุดหงิดมาก รู้สึกไม่เป็นตัวเองเลยขอแม่ไปเช่าคอนโดแถวที่ติว แม่ก็ยอมค่ะ พอไปอยู่ที่ใหม่ก็วนกลับมาเป็นแบบเดิมคือติดเพื่อนมาก แต่ครั้งนี้หนักกว่าคือเราเริ่มเล่นการพนันฟุตบอล เราขอเงินได้2ทางคือทั้งพ่อและแม่เลยค่อนข้างได้เงินเยอะ พ่อกับแม่คุยกันก็จะไม่คุยเรื่องเราขอเงินทำให้เราขอแม่แล้วบางเรื่องเราก็ไปขอพ่อซ้ำ พออยู่ไปเราก็เริ่มไม่ไปติวไม่ไปสอบแต่พ่อแม่ไม่รู้ แต่ระหว่างนี้เรามีหุ้นขายของกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด(เราเป็นคนไปรับของแล้วส่งให้เพื่อนที่ ตจว)แล้วขายดีทำให้ได้เงินเยอะ เราก็เริ่มเล่นการพนันหนักขึ้นจากหลักพันเริ่มเล่นเป็นหลักหมื่นต่อคืน ได้บ้าง เสียบ้าง แต่เพราะมีรายได้ขายของ + กับเงินที่ขอพ่อแม่ ก็หมุนได้ไปเรื่อยๆ จนแม่เราเริ่มสงสัยเลยเรียกเรากลับบ้านมานั่งคุยกันก็ทะเลาะกันเราเถียงแม่แบบที่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกแม่เลย เราบอกแม่ว่าจะไม่เรียนแล้วหาเงินเองได้แล้วต่อไปนี้แม่ไม่ต้องมายุ่ง แม่คงโกรธมากบอกเราว่าได้ต่อไปแม่จะไม่ยุ่งแล้วพ่อก็ด้วย เราก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยกลับมาห้องนัดเที่ยวกับเพื่อนต่อ จากนั้นก็ครบเลยค่ะกินเหล้า เล่นการพนัน เล่นยา(เพราะอยากผอม)แล้วก็ติดในที่สุด ระหว่างนั้นก็ยังคุยกับพ่อแม่นะคะ แต่ไม่ขอเงินแล้วและไม่ค่อยกลับบ้าน แม่พูดอะไรรึสอนอะไรเราไม่ฟังเลย  เงินขายของก็เริ่มหมุนไม่ทัน เพราะทั้งเล่นยา ทั้งเสียการพนันจนในที่สุดเราก็เป็นหนี้เยอะมาก  ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกเป็นหนี้พนันบอลหลักหลายแสน โทรไปหาน้องชายเล่าให้น้องฟัง น้องโทรบอกแม่ แม่โทรมาหาเราบอกให้กลับมาหาแม่ พ่อกับน้องชายก็มากรุงเทพมาย้ายของกลับมาบ้านแม่ให้ และพ่อกับแม่ก็จัดการหนี้สินทุกอย่างให้ แม่ขอให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้อยู่กับแม่ไม่ต้องทำอะไรช่วยแม่เล็กๆน้อยๆที่บ้านก็พอ ตอนนั้นเราก็อยู่กับแม่ เราไม่ทำอะไรและไม่ออกไปไหนเลย หาหมามาเลี้ยงเพราะเหงาและฟุ้งซ่าน ใจก็อยากออกไปหาเพื่อนอยากออกไปกินเหล้าเล่นยา แต่ก็คิดถึงคำที่น้องชายบอกว่าตอนพ่อแม่ไปเก็บของให้ แม่เห็นอุปกรณ์ทุกอย่างแม่ร้องไห้หนักมาก โทษว่าเป็นเพราะแม่ไม่ใส่ใจเรา เราเลยกลายเป็นแบบนี้ พอคิดถึงตอนนี้ก็หยุดไม่ไปไหน พออยู่จนสภาพจิตใจเข้าที่เราก็กลับมาขายของกับเพื่อนเหมือนเดิมแล้วก็เริ่มหางานทำ โชคดีได้งานไกล้บ้านเป็นงานออฟฟิศได้เงินเดือนหมื่นกว่าบาท แล้วเราก็ไปสมัครเรียนตอนนี้เรียนได้ปีกว่าแล้ว ชีวิตลงตัวมาก มีเงินเดือนมีเงินจากการขายของ หมาที่เลี้ยงก็มีลูกคลอดออกมารวมเป็น4ตัว เราเอาหมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจเลย เลิกงาน หาอะไรกินกับเพื่อนที่ทำงาน กลับบ้าน เลี้ยงหมา วันหยุดไปเดินห้างซื้อของที่อยากได้ ชีวิตเหมือนดีมาก ดีจนเราลืมไปเลยว่าตั้งแต่ชีวิตเราดีขึ้นเราก็ห่างจากแม่ออกไปทุกที เรารู้สึกดีกับทุกอย่างกับทุกคน ยกเว้นแม่ แม่พูดอะไรเราจะหงุดหงิดเพราะตั้งแต่เหตุการณ์นั้น แม่โทรหาเราวันละหลายรอบ ทั้งที่ทำงานก็ไกล้บ้าน เราเลิกงาน18.00 ถ้า18.15ยังไม่ถึงบ้านก็จะโทรตาม เป็นแบบนี้ตลอดจนเราเบื่อ เราเลิกงานกลับถึงบ้านวางข้าวของ ขนม ที่ซื้อมาฝากแม่แล้วก็ขึ้นบ้านอยู่กับหมา ดูซีรี่ย์ เล่นเน็ต แม่ก็ขายของกับป้ากับคนงาน อยู่บ้านเดียวกันแต่คุยกันนับคำได้เลย จนเดือนก่อนแม่กับป้ากลับบ้านที่ต่างจังหวัด5วัน เราอยู่บ้านกับหมา รู้สึกคิดถึงแม่มาก รู้สึกเหงา รู้สึกนึกถึงแต่หน้าแม่ พอแม่กลับมาเราพยายามเปลี่ยนตัวเอง วันหยุดก็ลงมาช่วยแม่ทำนู่นทำนี่บ้าง ชวนแม่ออกไปเดินห้างกินข้าวกันตามประสาแม่ลูก พยายามควบคุมอารมณ์ไม่หงุดหงิดใส่แม่ รู้สึกดีขึ้นมาก แม่ก็ดูมีความสุขขึ้น เมื่อวานเราก็พาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้านพอกินเสร็จกลับมา แม่บอกแม่จองคิวตรวจกับหมอไว้ก็งง ถามว่าแม่เป็นอะไร แม่บอกประจำเดือนแม่หมดไป2-3 ปีแล้ว แต่หลังๆมีเลือดออกกระปิดกระปรอยเรื่อยๆบางเดือน เลยจะไปตรวจดู แต่ปกติแม่ก็ตรวจมะเร็งปากมดลูกทุกปีก็ไม่มี พอแม่ตรวจเสร็จแม่บอกหมอเขียนใบส่งตัวให้ไปขูดมดลูกเพื่อตรวจหามะเร็งที่โรงพยาบาล เพราะมีความเสี่ยง ความรู้สึกตอนที่ได้ยินมันแย่ที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมาเลยค่ะ ทุกอย่างที่เราทำไว้กับแม่มันย้อนกลับมาหมดเลย รู้สึกว่าทำไมเราไม่เคยใส่ใจแม่เลย คิดแต่ว่าเราก็รักแม่ ให้เงินแม่ ซื้อของให้แม่ พาแม่ไปกินข้าว แค่นั้นก็พอแล้ว แต่วันนี้ความรู้สึกคือสิ่งที่เราทำมันเล็กน้อยจนเหมือนไม่มีค่าเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่แม่ทำให้

ที่เล่ามาทั้งหมดแค่อยากระบายความหนักหน่วงในใจ + เป็นข้อคิดให้น้องๆในวัยเรียนที่กำลังหลงผิด กำลังทำให้พ่อแม่เสียใจ กลับตัวกลับใจวันนี้แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่นะคะ

ส่วนแม่เรา ตอนนี้กำลังรอตรวจที่โรงพยาบาล พรข้อเดียวที่อยากขอในตอนนี้คือ หนูขอให้ม๊าไม่เป็นอะไร ขอให้ผลตรวจออกมาไม่มีอะไรร้ายแรง หนูจะรักจะใส่ใจม๊าให้มากที่สุด จะกอดม๊าแน่นๆเช้าเย็น ลูกรักม๊ามากๆนะ (เดี๋ยวจะไปบอกกับเจ้าตัวด้วย แม่คงทั้ง งง ทั้งเขิน)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่