ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับที่หายเงียบไปนาน เพราะมัวไปสิงสถิตย์อยู่ที่ facebook จนสมาชิกที่นี่แทบจะจำหน่ายทิ้งแล้วกระมัง ?
สงสารตาดำๆ สักคนเถอะครับ

ช่วงนี้พอดีมีเรื่องเที่ยวทางรถไฟสายอีสานมาหมาดๆ เล่าให้ฟัง
เรื่องของเรื่อง ก็มีอาจารย์คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเอกชน สมาชิกร่วมก๊วนรถไฟของผม เกิดความสนใจในภาพเก่าๆ ที่ผมเคยร่วมคณะไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน ไปถ่ายรูปบนสะพานรถไฟข้ามถนนสุระนารายณ์ ที่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ เลยคุยกันโดยมีน้องร่วมก๊วนอีกคนเข้ามาแจม สรุปจนลงตัวว่านั่งรถไฟทั้งขาไปขากลับ โดยพักค้างที่โคราช 1 คืน โดยมีฤกษ์งามยามดีในวันที่ 26 - 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันออกเดินทาง โดยมีจุดหมายแรกที่ชุมทางแก่งคอย

เช้าวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 06.00 น. ผมออกจากบ้านแต่เช้า มุดดินไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ แต่ทว่า ดันลืมเปิดอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เลยไม่ทราบว่าทีมงานเขานัดเจอกันที่ไหน อย่างไร แต่คิดอยู่ในใจว่า หากไปถึงแก่งคอยแล้วไม่เจอใคร ก็ขึ้นรถขาล่องกลับมากรุงเทพฯ ล่ะ

พอไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว ปรากฎว่า ค่าโดยสารชั้น 3 พร้อมค่าธรรมเนียมรถเร็วสายอุบลราชธานีไปยังสถานีชุมทางแก่งคอย เป็นเงิน 50 บาท ซึ่งน้องร่วมก๊วนได้อธิบายแก้ความงงๆ ของผมในตอนหลังว่า หากจะขึ้นรถไฟฟรีแล้ว ต้องไปกับรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเที่ยง แต่ขบวนรถที่คณะเราเดินทางต่อจากนั้น เป็นขบวนรถไฟเพื่อบริการสังคม (รถไฟฟรี) ทั้งหมด ดังนั้น ทัวร์พินิจงานสายอีสานงวดนี้สำหรับผม จะมีค่าเดินทางเพียง 50 บาทเท่านั้น เพราะขากลับ จะมากับรถโดยสารจากสุรินทร์ ซึ่งก็ฟรีเหมือนกัน
แต่ก็อีกนั่นแหละครับ คงเป็นการขึ้นรถไฟฟรีครั้งสุดท้ายสำหรับผม เพราะการรถไฟฯ มีนโยบายยกเลิกตั๋วฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้โดยสารต้องใช้บัตรคนจนมาประกอบการแสดงตนเพื่อขอตั๋วโดยสาร จะทำมั่วนิ่มว่าลืมพกมา หรือไม่ได้ทำบัตรคนจนอีกไม่ได้

พอได้เวลา 07.10 น. ขบวนรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเช้า ได้แล่นเข้ามาเทียบชานชาลาสถานีชุมทางบางซื่อ ไม่ถึง 5 นาที ผู้โดยสารต่างกรูกันขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว แต่ขบวนรถยังไม่ออกจากสถานี เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนโดยหัวรถจักรที่ทำขบวนมาจากหัวลำโพง จะถอดจากขบวนวิ่งเข้าสู่โรงรถจักรที่บางซื่อ และหัวรถจักรที่จะทำขบวนจริงนั้นจนถึงปลายทางนั้นเข้ามาพ่วงแทน
ภาษาของแฟนรถไฟเช่นพวกผมมักจะเรียกกันว่า "ตัวปลอม" กับ "ตัวจริง" ครับ
พินิจงานรถไฟสายอีสานด้วยค่าโดยสารเพียง 50 บาท
สงสารตาดำๆ สักคนเถอะครับ
เรื่องของเรื่อง ก็มีอาจารย์คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเอกชน สมาชิกร่วมก๊วนรถไฟของผม เกิดความสนใจในภาพเก่าๆ ที่ผมเคยร่วมคณะไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน ไปถ่ายรูปบนสะพานรถไฟข้ามถนนสุระนารายณ์ ที่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ เลยคุยกันโดยมีน้องร่วมก๊วนอีกคนเข้ามาแจม สรุปจนลงตัวว่านั่งรถไฟทั้งขาไปขากลับ โดยพักค้างที่โคราช 1 คืน โดยมีฤกษ์งามยามดีในวันที่ 26 - 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันออกเดินทาง โดยมีจุดหมายแรกที่ชุมทางแก่งคอย
เช้าวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 06.00 น. ผมออกจากบ้านแต่เช้า มุดดินไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ แต่ทว่า ดันลืมเปิดอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เลยไม่ทราบว่าทีมงานเขานัดเจอกันที่ไหน อย่างไร แต่คิดอยู่ในใจว่า หากไปถึงแก่งคอยแล้วไม่เจอใคร ก็ขึ้นรถขาล่องกลับมากรุงเทพฯ ล่ะ
พอไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว ปรากฎว่า ค่าโดยสารชั้น 3 พร้อมค่าธรรมเนียมรถเร็วสายอุบลราชธานีไปยังสถานีชุมทางแก่งคอย เป็นเงิน 50 บาท ซึ่งน้องร่วมก๊วนได้อธิบายแก้ความงงๆ ของผมในตอนหลังว่า หากจะขึ้นรถไฟฟรีแล้ว ต้องไปกับรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเที่ยง แต่ขบวนรถที่คณะเราเดินทางต่อจากนั้น เป็นขบวนรถไฟเพื่อบริการสังคม (รถไฟฟรี) ทั้งหมด ดังนั้น ทัวร์พินิจงานสายอีสานงวดนี้สำหรับผม จะมีค่าเดินทางเพียง 50 บาทเท่านั้น เพราะขากลับ จะมากับรถโดยสารจากสุรินทร์ ซึ่งก็ฟรีเหมือนกัน
แต่ก็อีกนั่นแหละครับ คงเป็นการขึ้นรถไฟฟรีครั้งสุดท้ายสำหรับผม เพราะการรถไฟฯ มีนโยบายยกเลิกตั๋วฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้โดยสารต้องใช้บัตรคนจนมาประกอบการแสดงตนเพื่อขอตั๋วโดยสาร จะทำมั่วนิ่มว่าลืมพกมา หรือไม่ได้ทำบัตรคนจนอีกไม่ได้
พอได้เวลา 07.10 น. ขบวนรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเช้า ได้แล่นเข้ามาเทียบชานชาลาสถานีชุมทางบางซื่อ ไม่ถึง 5 นาที ผู้โดยสารต่างกรูกันขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว แต่ขบวนรถยังไม่ออกจากสถานี เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนโดยหัวรถจักรที่ทำขบวนมาจากหัวลำโพง จะถอดจากขบวนวิ่งเข้าสู่โรงรถจักรที่บางซื่อ และหัวรถจักรที่จะทำขบวนจริงนั้นจนถึงปลายทางนั้นเข้ามาพ่วงแทน
ภาษาของแฟนรถไฟเช่นพวกผมมักจะเรียกกันว่า "ตัวปลอม" กับ "ตัวจริง" ครับ