[ซึมเศร้า] ผมเหนื่อยเหลือเกินที่จะมีชีวิตอยู่

ต้องบอกก่อนว่า ผมใช้เวลาร่างกระทู้นี้นานมาก
ข้อความบางส่วน ร่างขึ้นมาตอนที่สภาพจิตใจผมปกติ แต่บางส่วน เขียนสดๆจากความรู้สึก
บางจุด ผมขอใช้คำเลี่ยง เนื่องจากคนรอบข้างอาจทราบว่าผมเป็นใคร
หากมีข้อความบางอย่างที่ดูแปลกๆ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ




------------------------


ใครๆก็บอกว่า ผมน่าจะเป็นคนที่มีอนาคตไกล



ผมเป็นนักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ไม่ดังแห่งหนึ่งครับ หลักสูตรอินเตอร์
ผลการเรียนของผมอยู่ในอันดับ1ของคณะ เป็นคนเดียวในรุ่นนั้นที่ได้เกียรตินิยมอันดับ1
ก่อนเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย เคยทำงานเป็น ผู้ช่วยผู้จัดการ และ ติวเตอร์ มาก่อน อายุจึงมากกว่านักศึกษาทั่วไปพอสมควร
ขณะที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ผมได้เป็นผู้นำในการจัดประชุม สัมมนาวิชาการ ร่างโครงการและหนังสือถึงอธิการบดี
และ ช่วยแก้ปัญหาหลายๆของคณะได้ จึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจของอาจารย์หลายๆท่าน
ทั้งการเรียนและผลงานที่ดี อาจารย์และคนรอบข้างต่างคิดว่า ผมจะเป็นคนที่มีอนาคตไกลที่สุด




แต่ทว่า... ผมต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย




ผมได้ทราบว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนที่จะเข้าเรียนที่นี่ไม่นาน
ผมเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลที่เรียกติดปากกันว่า หลังคาแดง
โดยแพทย์ซักประวัติและวินิจฉัยโดยละเอียด สรุปว่า ผมมีอาการของโรคซึมเศร้าและอารมณ์สองขั้ว
จากการที่ได้พบแพทย์และนักบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมลองคิดย้อนกลับไปในวัยเด็ก
จึงทำให้ผมทราบว่า ผมมีอาการของโรคนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กนักเรียน
อาการของโรคนี้มันกำเริบมาเป็นช่วงๆ และ เคยทำให้ชีวิตของผมไขว้เขวมาหลายรอบ
ถึงแม้จะเข้ารับการรักษา แต่มันก็ไม่ได้จะหายไป100%




ระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่




กลับมาที่เวลาใกล้เคียงกับปัจจุบัน ผมได้ฝึกงานเป็นเจ้าหน้าที่นิทรรศการแห่งหนึ่ง
แรกๆ ทุกอย่างดูดี สดใส มีความสุข อาจจะมีปัญหาบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่โดยรวมก็ok
แต่แล้ววันหนึ่ง โรคนี้มันก็กลับมาทำลายผมอีกครั้ง
ครั้งนี้ ผมไม่ทราบว่ามันกลับมาเพราะอะไร แต่เป็นไปได้ว่าคงจะถึงเวลาของมันแล้ว
ผมเริ่มหวาดกลัวผู้คน ไม่กล้าพูด ระแวงทุกสิ่งทุกอย่าง จนผมเริ่มทำงานไม่ได้
หนักเข้าๆ ผมเริ่มเห็นภาพหลอน เงามืดที่น่ากลัวที่สุดโผล่มาจากมุมห้อง
เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ปรากฏอยู่ในโลกความจริง
ผมยังมีสติ รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง สิ่งที่เห็นเป็นเพียงผลจากสารเคมีในสมองเท่านั้น
แต่ความรู้สึกมันกลับโผล่ขึ้นมาเองในใจ ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีอะไรน่ากลัว แต่มันก็หยุดกลัวไม่ได้
ผมขาดงานหลายวันและติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เมื่ออาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
อาจารย์ทำเรื่องส่งตัวผมกลับ และให้เวลาพักรักษาตัว
ผมเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในห้องเงียบๆ ไม่พบเจอผู้คน อยู่ในที่สว่างๆ หากมืดเมื่อไร ภาพหลอนจะปรากฏ
ขณะเดียวกัน ผมต้องออกไปซื้ออาหารวันละครั้งตอนตี1 ตี2 เพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอคนให้มากที่สุด
เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น ผมเลือกที่จะไปปลีกวิเวกที่วัดต่างจังหวัด นั่นทำให้ผมมีอาการดีขึ้น
และกลับไปฝึกงานในสถานที่ใหม่ต่อได้จนจบ





ชีวิตผมไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น




ครั้งหนึ่ง เมื่อใกล้จะฝึกงานจบ ผมได้รับข่าวจากทางบ้านว่า คนรู้จักกำลังต้องการคน ลองไปสมัครดู
ผมก็ไปตามที่ได้ยินมา คนคนนั้นบอกว่า ตัวเองทำงานด้านPR/ประชาสัมพันธ์ แล้วก็สัมภาษณ์ผม
ผมฟังๆไปฟังๆมา กลายเป็นว่าคนคนนั้นชวนผมไปทำขายตรง ธุรกิจเครือข่ายชื่อยาวๆ U...
ผมเดินออกมาโดยไม่ใส่ใจใยดี ทางบ้านผมก็โดนหลอกมาเช่นกัน
ฝึกงานเสร็จแล้ว ผมกลับไปเริ่มต้นหางานใหม่ บริษัทเดิมก็ปิดตัวไปแล้ว
ส่วนติวเตอร์ที่เคยเป็น บ้านที่เป็นสถานที่ก็ถูกยึดไปแล้ว ผมจึงออกตระเวนส่ง Resume เรื่อยมา
ผมสมัครงานไป 100+ แห่ง ตอบกลับไม่ถึง10 และ ไม่มีใครรับผมเข้าทำงาน
ขนาดติดต่อบริษัทจัดหางานแล้ว บริษัทบอกว่ามีงานระยะสั้นที่ธ.สีเหลือง ผมตกลง แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ
ทั้งๆที่ผลการเรียนดี เงินเดือนที่คาดหวังก็ไม่ได้มากอะไร หมื่นกว่าบาทตามเด็กจบใหม่ทั่วไป
แต่ผมกลับเป็นคนเดียวในรุ่นที่ยังไม่มีงานทำ ผมเครียดมาก
หลายคนก็บอกให้หางานทำๆ ผมทำทุกอย่างจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ผมรู้สึกแย่มากที่มากดดันกันแบบนี้
หลายครั้งที่ผมอาการกำเริบเหมือนคนเสียสติ อยากจบชีวิตไปซะ ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา และทำร้ายตัวเอง





ขนมหวานซ่อนยาพิษ




และแล้ว วันหนึ่งผมก็ได้ สมัครงาน สัมภาษณ์ และ เขาตอบตกลง
ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการ ของบริษัทประกัน ที่ชื่อเดียวกับ smartphone ชื่อดัง
เขาบอกว่า ทำเกี่ยวกับติดต่อประสานงานต่างๆ ต้อนรับลูกค้าบ้าง ไม่ใช่ Sales
ผมก็ดีใจอยู่หรอก แต่ก็คิดว่ามันแปลกๆ จึงค้นหาข้อมูลต่างๆ
ปรากฏว่า ผมถูกหลอกอีกครั้ง บริษัทนี้หลอกรับสมัครให้เข้าไปขายประกัน
ในกระทู้ Pantip มากมายหลายกระทู้ที่ตั้งแฉบริษัทนี้
ทั้งข้อมูลบริษัท ประกาศรับสมัคร ตำแหน่ง เงินเดือน แม้กระทั่ง "ชื่อผู้ติดต่อ" !!!
ก็เป็นคนที่ติดต่อกับผมตอนสมัครงานทั้งสิ้น
ผมช็อกมาก ตอนนี้ก็ยังช็อกอยู่ รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ความฝันทุกอย่างพังทลาย
วันแรกที่ทราบก็ยังเฉยๆ จนตอนนี้ เวลาผ่านมาไม่ถึง1สัปดาห์ ผมรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด



ปัจจุบัน



ตอนนี้ อาการทุกอย่างของโรคกลับมา ผมเครียด ผมเศร้า ผมอยากร้องไห้
ผมขังตัวเองไว้ในห้องเหมือนเดิม ผมไม่อยากพูดคุยกับใคร ผมปิดช่องทางการสื่อสาร
ผมเหนื่อยเหลือเกิน กดแป้นพิมพ์กระทู้ยังไม่มีแรง ผมทำอะไรไม่ไหวแล้ว
แค่พยายามให้ตนเองมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็ยากลำบาก
ขอเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาแล้วยังมีลมหายใจ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้วในตอนนี้


ผมไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไร
ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ผมไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้
ผมไม่อยากจบชีวิตตัวเองตอนนี้ แต่ผมมองไม่เห็นวิธีอื่นจริงๆ



กระทู้นี้ ผมขอเพียงแค่มีคนอ่าน ได้รับฟังผมก็พอใจแล้ว
ตอนนี้ ผมกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตอยู่
ผมไม่อยากตกอยู่ในห้วงความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดนี้เลย
ผมขอ...ให้ได้เห็นพระอาทิตย์ยามเช้าของวันพรุ่งนี้อีกครั้ง...






---------------
ข้อความจากผม ที่สภาพจิตใจปกติ

ผมคิดว่า วันที่ผมกดโพสต์กระทู้นี้ลงไป ข้อความด้านบนต้องมีเรื่องร้ายเยอะมากแน่ๆ
ขอความกรุณาทุกท่าน ได้โปรดอย่าโพสต์ข้อความรุนแรงทำร้ายจิตใจเลย
ผมทราบดีว่า ตอนโพสต์กระทู้นี้ ผมคงเปราะบางที่สุดเป็นแน่ อาจจะทนไม่ไหวก็ได้
จริงๆ ผมเคยฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งผมได้ไปวัดต่างจังหวัดนั่นแหละ
ที่ผมได้เจริญสติ ยังคงมีสติห้ามตัวเองไม่ให้ฆ่าตัวตายอยู่ได้ แต่อย่าพูดเรื่องศาสนาเลยนะ
จากนิสัยตัวผมเอง ตอนโพสต์กระทู้นี้ ผมคงต้องการแค่กำลังใจเท่านั้นเองล่ะครับ
---------------
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่