ตลอดการซื้อขาย เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1572-1577จุด) เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ
เข้ามาหนุนนำตลาด อีกทั้งตลาดเฝ้ารอ ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ Janet Yellen และ ประธานธนาคาวกลางยุโรป
Mario Draghi ที่เมือง Jackson Hold ว่าจะมีมุมมองต่อเศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี SET Index ปิดตัวไปที่ระดับ 1575 จุด -0.11 จุด
วันนี้มาติดตามกันต่อว่าดัชนี จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างหวือหวา หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางของดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิด
ในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ภายหลังจากนางเจนเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคาร
กลางยุโรป (ECB) ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ในระหว่างการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล
รัฐไวโอมิง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 49.62 จุด หรือ +0.26% แตะที่ 19,502.23 จุด
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ กลุ่มกระดาษและวัสดุทำเยื่อกระดาษ และกลุ่มก่อสร้าง
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (25 ส.ค.) นำโดยหุ้นบริษัทที่ให้เงินปันผลสูง หลังจากที่นางเจนเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปี
ของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อคืนนี้ โดยทั้งสองไม่ได้เปิดเผยถึงทิศทางนโยบายทางการเงินในอนาคต
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,813.67 จุด เพิ่มขึ้น 30.27 จุด หรือ +0.14%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,443.05 จุด เพิ่มขึ้น 4.08 จุด หรือ +0.17%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,265.64 จุด ลดลง 5.68 จุด หรือ -0.09%
ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 0.65% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.72% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.79%
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองแจ็กสัน โฮล นางเยลเลนไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต แต่ได้พุ่งความสำคัญไปยังเรื่องของวิกฤตการณ์ทางการเงินในอดีต และสิ่งที่เจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน นางเยลเลนกล่าวเตือนว่า
วิกฤตทางการเงินในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ภาวะทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ให้บทเรียนที่สำคัญแก่ทุกคน
"เราได้เรียนรู้บทเรียนจากความเจ็บปวดที่เกิดจากวิกฤตการณ์ เรามีเหตุผลที่จะเชื่อว่าระบบการเงิน และเศรษฐกิจมีโอกาสน้อยลงที่จะเผชิญกับ
วิกฤตการณ์ และจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ได้เร็วขึ้น ทำให้ภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเหมือนที่ได้ประสบในช่วง
ที่เกิดวิกฤตการณ์เมื่อ 1 ทศวรรษก่อนหน้านี้" นางเยลเลนกล่าว
ด้านนายดรากีไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดยเขากล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวมากขึ้น พร้อมเตือนว่า นโยบายกีดกันทางการค้าจะสร้างความเสี่ยงที่รุนแรงต่อการขยายตัว
ของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจุยหนุนจากคำกล่าวของนายแกรี โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่า
ปธน.ทรัมป์จะเริ่มต้นทำการรณรงค์เกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีในสัปดาห์หน้า โดยนายโคห์นระบุว่า ปธน.ทรัมป์จะทำการประชาสัมพันธ์นโยบาย
ปฏิรูปภาษีในวันพุธหน้าในระหว่างที่เขาเดินทางเยือนรัฐมิสซูรี
หุ้นดอลลาร์ ทรี พุ่งขึ้น 2.4% หลังจากที่บริษัทเรย์มอน เจมส์ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นขึ้นสู่ระดับ 95 ดอลลาร์
หุ้นกลุ่มสายการบินดีดตัวขึ้น โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ส พุ่งขึ้น 5.4% และหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ส ปรับตัวขึ้น 3.3%
ขณะที่หุ้นเซาท์เวส แอร์ไลน์ เพิ่มขึ้น 3.9%
หุ้นทราเวลเลอร์ส คอมพานี ปรับตัวขึ้น 0.7% หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์
และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 6.8% ในเดือนก.ค. โดยทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2014
และต่ำกว่าระดับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 6.0%
อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของ
ภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากทรงตัวในเดือนมิ.ย.
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินใดๆอย่างที่คาดการณ์ไว้
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.44 หรือ -0.12% ปิดที่ 374.07 จุด และตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลงน้อยกว่า 0.1%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,104.33 จุด ลดลง 8.80 จุด หรือ -0.17%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,401.46 จุด ลดลง 5.60 จุด หรือ -0.08%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,167.94 จุด ลดลง 12.89 จุด หรือ -0.11%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดแดนลบในวันศุกร์ หลังจากที่นางเยลเลนไม่ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินหรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ในอนาคต ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อวานนี้ แต่ได้พุ่งความสำคัญในการกล่าว
ถึงช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน และสิ่งที่เจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินการเพื่อรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นแทน
นางเยลเลนกล่าวว่า ระบบการเงินมีความปลอดภัยมากขึ้นในขณะนี้ เมื่อเทียบกับในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงิน แม้ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้อง
มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบบางอย่าง"ขณะนี้เราได้ทำการปฏิรูปที่จำเป็นแล้ว และการปฏิรูปเหล่านี้ก็ได้ทำให้ระบบมีความปลอดภัยขึ้น"
นางเยลเลนกล่าว
"เรายังคงจับตาภาวะเศรษฐกิจต่อไป และจะทำการทบทวน และวิจัย เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิรูปกฎระเบียบ"
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์กันว่า นางเยลเลนอาจจะออกมาส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินอีกครั้งในการประชุมเดือนกันยายน
ขณะเดียวกัน สกุลเงินยูโรดีดตัวขึ้น 1.04% สู่ระดับ 1.1920 ดอลลาร์ หลังจากถ้อยแถลงของนางเยลเลน ซึ่งการที่สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นนั้น
ได้ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เนื่องจากสินค้าที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินยูโรจะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมเดียวกันนี้
โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการก่อนที่นายดรากีจะขึ้นแถลง
หุ้นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตร่วงลง หลังบริษัทอเมซอนดอทคอม อิงค์ ประกาศว่าทางบริษัทจะปรับลดราคาสินค้าจำนวนมาก ทันทีที่ทางบริษัทเสร็จสิ้น
การทำธุรกรรมซื้อกิจการบริษัทโฮลฟู้ดส์ มาร์เก็ต อิงค์ โดยหุ้นของเทสโก้ร่วงลง 1.7% ขณะที่หุ้นคาร์ฟูร์ปรับตัวลง 2.16%
หุ้นสายการบินดังของเยอรมนีอย่างลุฟท์ฮันซ่าปรับตัวลง 0.96% ขณะที่หุ้นบีเอ็มดับเบิลยูลดลง 0.90% และหุ้นมิชลินร่วงลง 1.08%
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น ซึ่งช่วยพยุงตลาดไม่ให้ร่วงลงรุนแรง
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET TF Day: ภาพรวม ยังคงมุมมอง Sideway ออกข้าง ไร้ทิศทางไปเรื่อยๆ แม้เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะสามารถขึ้นไปปิดตัวยืนเหนือเส้น
EMA25,75 วันได้สำเร็จ ซึ่งทำให้สัญญาณ Dead Cross สลายหายไป แนวโน้มถัดจากนี้ไป ต้องมาลุ้นกันว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีในกรอบ
สามเหลี่ยม "Symmetrical triangle"สุดท้ายแล้วจะเลือกทางเดินไปในทิศทางใด (Breakout or Breakdown)
S50U17 TF Day : ภาพรวม ยังคงมุมมอง Sideway ออกข้าง ไร้ทิศทางไปเรื่อยๆ แม้เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะสามารถขึ้นไปทดสอบแนวต้าน
ระดับ 998.9 จุด ได้อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทะลุผ่านขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากวันนี้ ดัชนี สามารถ Break แนวต้าน 1001.8 จุด ขึ้นไปได้
ก็จะทำให้เป็นการเปลี่ยน Trend ครั้งแรกในรอบปี //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ก็อาจจะกลับมาเคลื่อนไหว Sideway ไร้ทิศทาง
เช่นนี้ต่อไปอีก กาลนาน
S50U17 TF60 Min : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนีค่อยๆใต่ระดับฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เป็นลักษณะแบบ Sideway up โดยถ้าหากวันนี้ สามารถ Breakout กรอบแนวต้านบนขึ้นไปได้ มีความเป็นไปได้ว่า จะได้เห็นดัชนีกลับไปทดสอบ High 1001.8 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่ผ่านกรอบแนว
ต้านบน ดัชนีก็อาจจะมีการพักตัวลงมา อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1001.8 1005 / 1580 1585
Support 996 993 990 / 1570 1566
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (28 Aug 17)
ตลอดการซื้อขาย เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1572-1577จุด) เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ
เข้ามาหนุนนำตลาด อีกทั้งตลาดเฝ้ารอ ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ Janet Yellen และ ประธานธนาคาวกลางยุโรป
Mario Draghi ที่เมือง Jackson Hold ว่าจะมีมุมมองต่อเศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี SET Index ปิดตัวไปที่ระดับ 1575 จุด -0.11 จุด
วันนี้มาติดตามกันต่อว่าดัชนี จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างหวือหวา หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางของดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิด
ในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ภายหลังจากนางเจนเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคาร
กลางยุโรป (ECB) ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ในระหว่างการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล
รัฐไวโอมิง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 49.62 จุด หรือ +0.26% แตะที่ 19,502.23 จุด
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ กลุ่มกระดาษและวัสดุทำเยื่อกระดาษ และกลุ่มก่อสร้าง
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (25 ส.ค.) นำโดยหุ้นบริษัทที่ให้เงินปันผลสูง หลังจากที่นางเจนเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปี
ของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อคืนนี้ โดยทั้งสองไม่ได้เปิดเผยถึงทิศทางนโยบายทางการเงินในอนาคต
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,813.67 จุด เพิ่มขึ้น 30.27 จุด หรือ +0.14%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,443.05 จุด เพิ่มขึ้น 4.08 จุด หรือ +0.17%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,265.64 จุด ลดลง 5.68 จุด หรือ -0.09%
ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 0.65% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.72% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.79%
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองแจ็กสัน โฮล นางเยลเลนไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต แต่ได้พุ่งความสำคัญไปยังเรื่องของวิกฤตการณ์ทางการเงินในอดีต และสิ่งที่เจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน นางเยลเลนกล่าวเตือนว่า
วิกฤตทางการเงินในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ภาวะทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ให้บทเรียนที่สำคัญแก่ทุกคน
"เราได้เรียนรู้บทเรียนจากความเจ็บปวดที่เกิดจากวิกฤตการณ์ เรามีเหตุผลที่จะเชื่อว่าระบบการเงิน และเศรษฐกิจมีโอกาสน้อยลงที่จะเผชิญกับ
วิกฤตการณ์ และจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ได้เร็วขึ้น ทำให้ภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเหมือนที่ได้ประสบในช่วง
ที่เกิดวิกฤตการณ์เมื่อ 1 ทศวรรษก่อนหน้านี้" นางเยลเลนกล่าว
ด้านนายดรากีไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดยเขากล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวมากขึ้น พร้อมเตือนว่า นโยบายกีดกันทางการค้าจะสร้างความเสี่ยงที่รุนแรงต่อการขยายตัว
ของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจุยหนุนจากคำกล่าวของนายแกรี โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่า
ปธน.ทรัมป์จะเริ่มต้นทำการรณรงค์เกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีในสัปดาห์หน้า โดยนายโคห์นระบุว่า ปธน.ทรัมป์จะทำการประชาสัมพันธ์นโยบาย
ปฏิรูปภาษีในวันพุธหน้าในระหว่างที่เขาเดินทางเยือนรัฐมิสซูรี
หุ้นดอลลาร์ ทรี พุ่งขึ้น 2.4% หลังจากที่บริษัทเรย์มอน เจมส์ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นขึ้นสู่ระดับ 95 ดอลลาร์
หุ้นกลุ่มสายการบินดีดตัวขึ้น โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ส พุ่งขึ้น 5.4% และหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ส ปรับตัวขึ้น 3.3%
ขณะที่หุ้นเซาท์เวส แอร์ไลน์ เพิ่มขึ้น 3.9%
หุ้นทราเวลเลอร์ส คอมพานี ปรับตัวขึ้น 0.7% หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์
และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 6.8% ในเดือนก.ค. โดยทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2014
และต่ำกว่าระดับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 6.0%
อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของ
ภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากทรงตัวในเดือนมิ.ย.
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินใดๆอย่างที่คาดการณ์ไว้
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.44 หรือ -0.12% ปิดที่ 374.07 จุด และตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลงน้อยกว่า 0.1%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,104.33 จุด ลดลง 8.80 จุด หรือ -0.17%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,401.46 จุด ลดลง 5.60 จุด หรือ -0.08%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,167.94 จุด ลดลง 12.89 จุด หรือ -0.11%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดแดนลบในวันศุกร์ หลังจากที่นางเยลเลนไม่ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินหรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ในอนาคต ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อวานนี้ แต่ได้พุ่งความสำคัญในการกล่าว
ถึงช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน และสิ่งที่เจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินการเพื่อรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นแทน
นางเยลเลนกล่าวว่า ระบบการเงินมีความปลอดภัยมากขึ้นในขณะนี้ เมื่อเทียบกับในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงิน แม้ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้อง
มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบบางอย่าง"ขณะนี้เราได้ทำการปฏิรูปที่จำเป็นแล้ว และการปฏิรูปเหล่านี้ก็ได้ทำให้ระบบมีความปลอดภัยขึ้น"
นางเยลเลนกล่าว
"เรายังคงจับตาภาวะเศรษฐกิจต่อไป และจะทำการทบทวน และวิจัย เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิรูปกฎระเบียบ"
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์กันว่า นางเยลเลนอาจจะออกมาส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินอีกครั้งในการประชุมเดือนกันยายน
ขณะเดียวกัน สกุลเงินยูโรดีดตัวขึ้น 1.04% สู่ระดับ 1.1920 ดอลลาร์ หลังจากถ้อยแถลงของนางเยลเลน ซึ่งการที่สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นนั้น
ได้ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เนื่องจากสินค้าที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินยูโรจะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมเดียวกันนี้
โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการก่อนที่นายดรากีจะขึ้นแถลง
หุ้นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตร่วงลง หลังบริษัทอเมซอนดอทคอม อิงค์ ประกาศว่าทางบริษัทจะปรับลดราคาสินค้าจำนวนมาก ทันทีที่ทางบริษัทเสร็จสิ้น
การทำธุรกรรมซื้อกิจการบริษัทโฮลฟู้ดส์ มาร์เก็ต อิงค์ โดยหุ้นของเทสโก้ร่วงลง 1.7% ขณะที่หุ้นคาร์ฟูร์ปรับตัวลง 2.16%
หุ้นสายการบินดังของเยอรมนีอย่างลุฟท์ฮันซ่าปรับตัวลง 0.96% ขณะที่หุ้นบีเอ็มดับเบิลยูลดลง 0.90% และหุ้นมิชลินร่วงลง 1.08%
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น ซึ่งช่วยพยุงตลาดไม่ให้ร่วงลงรุนแรง
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET TF Day: ภาพรวม ยังคงมุมมอง Sideway ออกข้าง ไร้ทิศทางไปเรื่อยๆ แม้เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะสามารถขึ้นไปปิดตัวยืนเหนือเส้น
EMA25,75 วันได้สำเร็จ ซึ่งทำให้สัญญาณ Dead Cross สลายหายไป แนวโน้มถัดจากนี้ไป ต้องมาลุ้นกันว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีในกรอบ
สามเหลี่ยม "Symmetrical triangle"สุดท้ายแล้วจะเลือกทางเดินไปในทิศทางใด (Breakout or Breakdown)
S50U17 TF Day : ภาพรวม ยังคงมุมมอง Sideway ออกข้าง ไร้ทิศทางไปเรื่อยๆ แม้เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะสามารถขึ้นไปทดสอบแนวต้าน
ระดับ 998.9 จุด ได้อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทะลุผ่านขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากวันนี้ ดัชนี สามารถ Break แนวต้าน 1001.8 จุด ขึ้นไปได้
ก็จะทำให้เป็นการเปลี่ยน Trend ครั้งแรกในรอบปี //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ก็อาจจะกลับมาเคลื่อนไหว Sideway ไร้ทิศทาง
เช่นนี้ต่อไปอีก กาลนาน
S50U17 TF60 Min : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนีค่อยๆใต่ระดับฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เป็นลักษณะแบบ Sideway up โดยถ้าหากวันนี้ สามารถ Breakout กรอบแนวต้านบนขึ้นไปได้ มีความเป็นไปได้ว่า จะได้เห็นดัชนีกลับไปทดสอบ High 1001.8 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่ผ่านกรอบแนว
ต้านบน ดัชนีก็อาจจะมีการพักตัวลงมา อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1001.8 1005 / 1580 1585
Support 996 993 990 / 1570 1566
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ