สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปทุกท่านนะครับ

ผมเพิ่งจะเริ่มเขียนกระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วย สาเหตุที่มาเขียนก็เพื่อจะได้ระบายความในใจออกไป ผมอยากให้เธอได้เห็นกระทู้นี้นะ มันเหมือนกับว่าได้ปลดปล่อยบางอย่างออกไป อย่างน้อยก็ไม่ได้เก็บไว้คนเดียว มันเป็นเรื่องราวความรักของผมเอง เรื่องมันค่อนข้างจะยาวนะครับ ผมจะเริ่มเล่าตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีเลยแล้วกัน
เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นเด็กหนุ่มบ้านนอก ซึ่งอยากจะเจริญเติบโต อยากมีสังคมที่ก้าวหน้ากว่าเดิม จึงได้ตัดสินใจเข้ามาศึกษาอยู่ในเมืองหลวง ผมได้อาศัยอยู่ย่านรัชดา และได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านถนนวิภาวดีครับ ผมใช้ชีวิตโสดมาเป็นปีนับแต่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะที่ผมเลื่อนชั้นสู่ปี 2 ผมได้พบรักกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นน้องในคณะ แต่เธอนั้นมีแฟนอยู่แล้ว ความรู้สึกของผม มันรู้สึกชอบเธอ แต่ก็ไม่อยากครอบครอง ไม่อยากหลงรัก เพราะเหมือนกับว่าชีวิตนี้เรื่องผู้หญิง ผมอกหักมาตลอด

ผมเองเลยไม่กล้าที่จะเปิดใจ ไม่กล้าทักไปคุยกับเธอ แต่ก็คอยดูอยู่ห่างๆนะ จนวันหนึ่งโชคชะตาฟ้าลิขิต เธอได้แอดเฟรนด์เฟสบุ๊คผมมา เธอได้ทักมาคุยกับผม เนื่องจากเห็นว่าผมเป็นรุ่นพี่ในคณะเดียวกัน เราได้คุยกันมากมายหลายอย่าง จนผมกลายมาเป็นที่ปรึกษาให้กับเธอ เธอปรึกษาเรื่องแฟนของเธอ บลา บลา บลา ... ผมก็ให้คำตอบเธอได้ทุกอย่าง เพราะผมเองก็เคยผ่านจุดๆนั้นมา เข้าใจหัวอกทั้งตัวเธอ และตัวแฟนเธอเอง จนในท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ต้องเลิกรากับแฟนเธอไป ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง แต่เราก็ยังคุยกันอยู่เป็นปรกติเช่นเคย ส่วนตัวผมแล้วไม่ได้คิดอะไรกับเธอนะในตอนนั้น ผมรู้สึกเพียงแค่มีความสุขที่ผมได้คุยกับเธอ

เราคุยกันมาสักพักจนบุญพาวาสนาส่ง เราก็ได้คบกัน มันยิ่งทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นไปอีก เพราะได้คบกับคนที่เราแอบชอบ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นกับผมไม่บ่อยหรอก หลังจากคบกันแล้ว เธอเองก็ได้เล่าให้ผมฟังว่า เธอก็เคยแอบชอบผมอยู่เหมือนกัน แต่เธอเห็นผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้หญิง จึงแอบคิดไปเองว่าผมมีแฟนเป็นใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มนั้น เวลาผ่านไป เรา 2 คน รักกันค่อนข้างดีนะ ดีจนผมรู้สึกว่า ใช่ เธอคนนี้แหละที่จะมาเติมเต็มชีวิตของผม จะอยู่ใช้ชีวิตด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เราเองอยากให้ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน จึงต่างได้พากันไปพบกับครอบครัวของตัวเองเพื่อให้พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายได้รู้จักหน้าค่าตา ซึ่งครอบครัวของเธอค่อนข้างยอมรับในตัวผมนะ ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่ดูดบุหรี่และไม่ดื่มเหล้าเมาสุรา นั่นจึงทำให้ความรักของเราค่อนข้างราบรื่น เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามประสาวัยรุ่นทั่วไป เธออยากเที่ยวผมพาเที่ยว เธออยากกินผมพากิน แต่พักหลังๆมาผมเริ่มรู้สึกว่าเธอชวนกินชวนเที่ยวบ่อยเกินไป จนผมจำเป็นต้องปฏิเสธเธอบ้างในบางครั้ง บางทีในอาทิตย์นั้นๆผมไม่ค่อยมีตังค์ ผมก็ไม่อยากจะไป เพราะผมก็อยากให้เธอเก็บตังค์บ้าง เผื่อมีอะไรที่อยากได้ จะได้มีตังค์ซื้อ เธอก็ได้แต่บอกว่าให้เธอเป็นคนจ่ายก่อนก็ได้ แค่ไปกับเธอ ส่วนตัวผมแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี เราเป็นผู้ชายก็เกรงใจเธอ จะให้เธอเลี้ยงได้ยังไง

บางครั้งที่เธอเป็นคนจ่าย ผมก็รู้สึกแย่อยู่พอตัวที่เป็นแบบนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็ให้เธอคืนในภายหลัง ระยะเวลาผ่านไปผมก็รับรู้ได้ว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป คำว่าเปลี่ยนไปในที่นี้คือ จากที่เคยพาเธอเที่ยว เอาใจเธอตลอด กลับกลายเป็นว่าไม่ใส่ใจในเรื่องที่เธอขอมากเท่าที่ควร เพราะผมก็ยุ่งช่วยกิจการที่บ้าน บางทีตี 2 ตี 3 ทำงานเสร็จ มันเหนื่อยจนไม่มีแรงจะหยิบจับโทรศัพท์มาตอบ แต่ทำไงได้ล่ะ ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจผม เพราะผมก็ยังรักเธอเหมือนเดิมนั่นแหละ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนเมื่อก่อนก็ตาม จนเราคบกันมาระยะปีกว่า เธอได้ขออนุญาตผมทำงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำผ่านการไลฟ์สด เธออ้างว่ามันได้เงินเดือน เธออยากมีเงินใช้ ผมก็ถามเธอว่าที่มีอยู่มันไม่พอเหรอ เธอก็ได้แต่เงียบไป ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากขัดเธอ ผมจึงตัดสินใจพาเธอไปสมัครที่บริษัท ซึ่งตั้งอยู่บนออฟฟิศแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 หลังจากเธอทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง ผมสัมผัสได้ถึงความนอกใจ เพราะในขณะที่เธอไลฟ์อยู่นั้น มีผู้ชายเข้ามามากมาย แต่มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งผมผิดสังเกตุ ผมถามเธอไป เธอก็ได้แต่ตอบว่าไม่มีอะไรแค่เพื่อนกันเท่านั้น ในช่วงระยะนี้ เราทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย

จนเป็นเหตุให้ผมเองมีปัญหากับเพื่อนผมเองด้วย เพราะเพื่อนผมมองว่าการกระทำแบบนี้ มันไม่เหมือนคนรักกันนะ ห้ามไม่ให้ทำก็ไม่ฟัง รักกันทำไมจะต้องทำงานอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ และแล้วผมก็มาจับได้ว่าเธอแอบคุยกับผู้ชายอื่น เนื่องมาจากผมได้ขับรถไปส่งเธอเรียน ขณะที่ผมวนรถออกมาแล้ว ผมพบว่าเธอลืมโทรศัพท์เอาไว้บนรถ ด้วยความหวังดีผมจึงได้เปิดโทรศัพท์ เพื่อที่จะทักหาเพื่อนเธอเพื่อบอก เพราะผมไม่ได้เอาโทรศัพท์ตัวเองมาด้วย แต่แล้วผมกลับเปิดเจอแชทหนึ่ง เป็นแชทที่เธอแอบคุยกับผู้ชาย ซึ่งเป็นคนๆเดียวกับที่ผมเคยถามเธอ และทุกอย่างที่คุยกันนั้น เหมือนกับที่เธอคุยกับผมเลยทุกประการ ตอนนั้นมันเหมือนกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ผมทำอะไรไม่ถูก ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่เราไว้ใจที่สุด จะทำกันได้ลงคอ เมื่อผมวนรถกลับเข้าไปหาเธอ ผมได้จงใจที่จะเปิดแชทนั้นทิ้งไว้ เพื่อที่เธอจะได้เห็นว่าผมนั้นได้รับรู้แล้ว พอเธอเดินมาผมได้แต่มองหน้าเธอ แล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอไป เธอเองก็มองหน้าผม และเหมือนกับว่าเธอจะรู้ตัว ผมก็ได้ขับรถออกมา และมองที่กระจกมองหลัง พบว่าเธอก้มมองที่โทรศัพท์ และมองตามหลังรถผมมา หลังจากนั้นไม่นานเธอได้โทรมาหาผม ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอจะโทรมาขอโทษ แต่ผมไม่ได้รับสาย เพราะลึกๆผมก็ให้อภัยเธออยู่แล้ว เพราะผมเองก็รักเธอมากอยู่เหมือนกัน สุดท้ายก็นั่นแหละครับ เธอบอกว่าขาดผมไม่ได้ ผมเป็นทุกอย่างของเธอนู่นนี่นั่น พันหมื่นเหตุผลเธอก็ยกมา

ตั้งแต่วันนั้นผมทำใจมาโดยตลอดว่าสักวันเราคงจะต้องแยกทางกัน หลังจากวันนั้นมาทุกอย่างก็เริ่มที่จะเป็นปรกติ เธอเลิกทำงานไลฟ์ของเธอ และใช้ชีวิตอยู่เหมือนก่อน จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ก็ 2 ปีเศษ เป็นช่วงเวลาของการสอบไฟนอล ผมเองมีสอบตัวเดียว ส่วนเธอมีสอบ 5-6 ตัว ช่วงนั้นผมบอกเลยว่าผมค่อนข้างยุ่งกับกิจการของครอบครัวมากๆ เพราะผมเองอยากแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ และผมเองก็อยากมีตังค์เก็บเยอะๆ จึงสนใจทำแต่งาน จนไม่ได้มีเวลาสนใจเธอ ละเลยเธอบ้าง ปล่อยให้เธอเหงาอยู่คนเดียวบ้าง จนมันทำให้เธอชิน และเธอเองก็เริ่มไม่สนใจผม เธอปล่อยปละละเลยผม ไม่ใส่ใจผมเหมือนก่อน จนผมต้องถามเธอไปว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเธอถึงไม่สนใจผมเหมือนก่อน ผมทนอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นไม่ไหว มันอึดอัดเกินไป เหมือนเธอบีบบังคับให้ผมต้องเอ่ยถามเธอไปว่า "ถ้าเป็นแบบนี้เราคงต้องเลิกกันแล้วใช่ไหม" จริงๆแล้วผมไม่อยากเลิกกับเธอเลย แต่ที่ต้องพูดออกไปก็เพื่อที่จะได้ยินคำที่เธอจะรั้งผมไว้ แต่คำตอบที่ได้มานั้นกับตรงกันข้าม คือเธอมีลักษณะเหมือนกับว่าเตรียมใจมาก่อนแล้ว ส่วนผมเองก็พอตัวอยู่ เพราะผมก็ทำใจมาตั้งแต่คราวก่อน ผมเลยเจ็บไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่รักนะ แต่เพราะทำใจมาก่อนแล้วเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องเลิกกันไปในที่สุด ด้วยเหตุผลที่เธอบอกว่าผมดูไม่มั่นคงกับเธอ ผมปล่อยให้เธออยู่คนเดียวบ่อยเกินไป ผมใส่ใจเธอน้อยลง และอีกมากมายหลายอย่าง ผมยอมรับว่าผมผิดที่ผมไม่ใส่ใจเธอ ผมผิดเองที่แบ่งเวลาไม่เป็น และอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมรู้อยู่แก่ใจตัวเองดีคือผมเป็นคนเจ้าอารมณ์ นั่นจึงอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธออยากเดินออกไปจากชีวิตของผม ซึ่งมาคิดได้ตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว จู่ๆผมก็กลับรู้สึกผิดขึ้นมา จึงได้อ้อนวอนขอร้องเธอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็เปล่าประโยชน์ เธอไม่ใส่ใจคำพูดของผม เธอได้แต่บอกผมว่า "มาคิดได้ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วล่ะ" และเธอก็ไม่ยอมคืนดีกับผม จนเธอเอ่ยประโยคหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมน้ำตาไหลแบบหยุดไม่อยู่ คือ "โชคดีนะ ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วยในวันที่ประสบความสำเร็จ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ" ณ เวลานั้นผมไม่อยากให้เธอจากไปไหน น้ำตาผมไหล พรางพิมพ์ข้อความเพื่อร้องขอให้เธออยู่ แต่ทุกอย่างมันสูญเปล่า ผมต้องชดใช้กรรมกับสิ่งที่ผมได้ก่อไว้
ตอนนี้เราได้แยกทางกันแล้ว ระยะเวลาเกือบ 2 เดือนได้ ซึ่งผมก็มาพบว่าเธอก็มีแฟนใหม่ไปแล้วด้วย ในขณะที่ผมเองยังไม่มีใคร ซึ่งผมมองว่ามันเร็วเกินไปที่เธอทำแบบนี้ ผมไม่รู้หรอกว่าเขาไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาเวลาตอนไหนไปจีบกัน แต่ผมค่อนข้างคุ้นหน้าผู้ชายคนใหม่ของเธอมาก ไม่รู้ว่าเคยเจอ หรือเคยพบเห็นที่ไหนหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็ถือว่าเลิกรากันไปแล้ว เธอจะทำอะไรมันก็เรื่องของเธอ ชีวิตเป็นของเธอ แต่สิ่งที่มันค้างคาใจผม ที่ทำให้ตัดสินใจมาเขียนกระทู้นี้ และอยากให้เธอได้เข้ามาอ่าน อยากให้เธอได้รับรู้ว่า สาเหตุที่ผมไม่ใส่ใจเธอพักหลังๆมันเป็นเพราะผมต้องช่วยพ่อกับแม่ทำงาน เพื่อที่จะได้มีตังค์เก็บพาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้ ซึ่งเป็นที่ๆเธอบ่นให้ผมฟังอยู่บ่อยๆว่าอยากจะไป และอยากจะซื้อเครื่องสำอางค์ต่างๆมากมายให้กับเธอ แต่มันสายเกินไป ตอนนั้นเธอหมดใจกับผมไปแล้ว เป็นชนวนเหตุให้ผมต้องเลิกรากับเธอไป แต่ผมยังไม่ได้บอกเธอนะ เกี่ยวกับเงินก้อนนี้ เพราะไม่มีโอกาส เธอเลิกกับผมไปซะก่อน สุดท้ายผมจึงมอบความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการซื้อโทรศัพท์แบรนด์โลโก้รูปผลไม้ โดยคิดอยู่เสมอว่า เพราะเธอจึงทำให้ผมได้โทรศัพท์เครื่องนี้มา อย่างน้อยๆถึงผมจะดูแลเธอไม่ได้แล้ว แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลโทรศัพท์เครื่องนี้ให้ดีที่สุด
สุดท้ายแล้ว ผมขอให้เธอโชคดีในเส้นทางรักครั้งใหม่ ขอให้เราแยกทางกันไปด้วยความไม่โกรธ เลิกรากันไปด้วยความไม่เกลียด ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกๆอย่างที่ผ่านมา
ปล.กระทู้นี้เขียนขึ้นมาเพื่อต้องการระบายความในใจออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะให้มองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไม่ดีนะครับ เธอเองเป็นผู้หญิงที่ดีมากเลยล่ะเท่าที่ผมเคยคบมา เมื่อก่อนเวลาผมมีปัญหาอะไรเธอก็คอยช่วยเหลือตลอด ครอบครัวเธอก็ดีกับผมมาก สิ่งที่ทำให้ผมไม่อยากเสียเธอไป เพราะผมกลัวเธอจะไปเจอใครที่ไม่ดี กลัวเค้าจะดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าผมจะดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม แต่หากคนใหม่ดีกับเธอ โอเคกับเธอ ผมก็ดีใจด้วย ผมอยู่แบบนี้ของผมได้ ไม่อยากให้เธอเป็นห่วงอะไร เมื่อก่อนไม่มีใครผมก็เคยผ่านมา
ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านครับ
ที่ไม่ใส่ใจไม่ได้แปลว่าไม่รักนะ
เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นเด็กหนุ่มบ้านนอก ซึ่งอยากจะเจริญเติบโต อยากมีสังคมที่ก้าวหน้ากว่าเดิม จึงได้ตัดสินใจเข้ามาศึกษาอยู่ในเมืองหลวง ผมได้อาศัยอยู่ย่านรัชดา และได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านถนนวิภาวดีครับ ผมใช้ชีวิตโสดมาเป็นปีนับแต่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะที่ผมเลื่อนชั้นสู่ปี 2 ผมได้พบรักกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นน้องในคณะ แต่เธอนั้นมีแฟนอยู่แล้ว ความรู้สึกของผม มันรู้สึกชอบเธอ แต่ก็ไม่อยากครอบครอง ไม่อยากหลงรัก เพราะเหมือนกับว่าชีวิตนี้เรื่องผู้หญิง ผมอกหักมาตลอด
ตอนนี้เราได้แยกทางกันแล้ว ระยะเวลาเกือบ 2 เดือนได้ ซึ่งผมก็มาพบว่าเธอก็มีแฟนใหม่ไปแล้วด้วย ในขณะที่ผมเองยังไม่มีใคร ซึ่งผมมองว่ามันเร็วเกินไปที่เธอทำแบบนี้ ผมไม่รู้หรอกว่าเขาไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาเวลาตอนไหนไปจีบกัน แต่ผมค่อนข้างคุ้นหน้าผู้ชายคนใหม่ของเธอมาก ไม่รู้ว่าเคยเจอ หรือเคยพบเห็นที่ไหนหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็ถือว่าเลิกรากันไปแล้ว เธอจะทำอะไรมันก็เรื่องของเธอ ชีวิตเป็นของเธอ แต่สิ่งที่มันค้างคาใจผม ที่ทำให้ตัดสินใจมาเขียนกระทู้นี้ และอยากให้เธอได้เข้ามาอ่าน อยากให้เธอได้รับรู้ว่า สาเหตุที่ผมไม่ใส่ใจเธอพักหลังๆมันเป็นเพราะผมต้องช่วยพ่อกับแม่ทำงาน เพื่อที่จะได้มีตังค์เก็บพาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้ ซึ่งเป็นที่ๆเธอบ่นให้ผมฟังอยู่บ่อยๆว่าอยากจะไป และอยากจะซื้อเครื่องสำอางค์ต่างๆมากมายให้กับเธอ แต่มันสายเกินไป ตอนนั้นเธอหมดใจกับผมไปแล้ว เป็นชนวนเหตุให้ผมต้องเลิกรากับเธอไป แต่ผมยังไม่ได้บอกเธอนะ เกี่ยวกับเงินก้อนนี้ เพราะไม่มีโอกาส เธอเลิกกับผมไปซะก่อน สุดท้ายผมจึงมอบความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการซื้อโทรศัพท์แบรนด์โลโก้รูปผลไม้ โดยคิดอยู่เสมอว่า เพราะเธอจึงทำให้ผมได้โทรศัพท์เครื่องนี้มา อย่างน้อยๆถึงผมจะดูแลเธอไม่ได้แล้ว แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลโทรศัพท์เครื่องนี้ให้ดีที่สุด
สุดท้ายแล้ว ผมขอให้เธอโชคดีในเส้นทางรักครั้งใหม่ ขอให้เราแยกทางกันไปด้วยความไม่โกรธ เลิกรากันไปด้วยความไม่เกลียด ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกๆอย่างที่ผ่านมา
ปล.กระทู้นี้เขียนขึ้นมาเพื่อต้องการระบายความในใจออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะให้มองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไม่ดีนะครับ เธอเองเป็นผู้หญิงที่ดีมากเลยล่ะเท่าที่ผมเคยคบมา เมื่อก่อนเวลาผมมีปัญหาอะไรเธอก็คอยช่วยเหลือตลอด ครอบครัวเธอก็ดีกับผมมาก สิ่งที่ทำให้ผมไม่อยากเสียเธอไป เพราะผมกลัวเธอจะไปเจอใครที่ไม่ดี กลัวเค้าจะดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าผมจะดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม แต่หากคนใหม่ดีกับเธอ โอเคกับเธอ ผมก็ดีใจด้วย ผมอยู่แบบนี้ของผมได้ ไม่อยากให้เธอเป็นห่วงอะไร เมื่อก่อนไม่มีใครผมก็เคยผ่านมา
ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านครับ