Weiliczka Salt Mine - Miner's route VS Tourist's route ไปเป็นชาวเหมืองกันเถอะ
ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่สำนักงานซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง Krakow เลย ที่อยู่ตามเว็บไซต์ของเหมืองค่ะ

ตอนที่เราไปพกบัตรนักเรียน ISIC ไปด้วยก็จะได้ราคานักเรียนค่ะ
ทั้ง Miner's route และ Tourist's route 69 PLN ราคาเท่ากันค่ะ
ซื้อสติ๊กเกอร์อนุญาตให้ถ่ายรูป ถ้าจำราคาไม่ผิดคือ 10 PLN ค่ะ
ถ้าจะไป Tourist's route แนะนำซื้อล่วงหน้าเพราะคนเยอะมาก ๆ แต่ถ้า Miner's route ไปซื้อที่เหมืองก็ได้เพราะแทบไม่มีคนเลยค่ะ
แต่ละ route จะแบ่งเป็นรอบ ๆ ก็เลือกรอบไปตามเวลาและภาษาค่ะ
เราซื้อ Miner's route ภาษาอังกฤษ รอบ 11:00 และ Tourist's route รอบ 15:00
วันต่อไปก็ตื่นไปขึ้นรถไฟที่สถานี Kraków Główny
ซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติ ราคา 3.50 PLN ต่อเที่ยว (ให้ใช้ภายใน 3 ชั่วโมง)
ที่ตั๋วไม่มีระบุ platform แต่ที่ไป Weiliczka Salt Mine จะเป็น platform 1 เสมอ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีเท่านั้นเอง ตั๋วกลับซื้อได้ที่สถานีเหมืองมีตู้อัตโนมัติเช่นกันค่ะ
การแต่งตัว อุณหภูมิในเหมือง 14-16 องศาเซลเซียส แต่จริง ๆ ไม่ได้หนาวมากค่ะ แค่เย็น ๆ เสื้อแขนยาวบาง ๆ ก็อยู่ค่ะ (อาจจะยกเว้นสำหรับคนขี้หนาว) รองเท้าผ้าใบจะสะดวกกว่า Miner's route จะเย็นกว่า Tourist's route นิดหน่อย
เริ่มที่ Miner's route
รอบ 11:00 มีอีก 7 คนมาร่วมด้วย
เจ้าหน้าที่จะให้ชุดปฏิบัติงานในเหมืองมาเปลี่ยน หมวก ไฟฉายและกระเป๋า และ อุปกรณ์ช่วยหายใจและผ้าพันแผลกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์

จากนั้นลงลิฟต์ไปชั้นแรกของ route
คุณไกด์จะอธิบายประวัติเหมือง บริเวณต่าง ๆ ของเหมือง การติดต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ พอสังเขป มีอุปกรณ์ให้ทดลองเล่นกัน
จากนั้นก็เดินไปตามทางในเหมือง มืดติ้บ ดังนั้นต้องใช้ไฟฉาย ถ่ายรูปไม่ต้องพูดถึง เปิดโหมดถ่ายกลางคืนก็เบลอสุด ๆ จะถ่ายได้เมื่อมีคนฉายไฟช่วยค่ะ
เวลาเดินไปส่วนต่าง ๆ คุณไกด์จะเร็วมาก จะไม่หยุดให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่จะมีจุดหยุดอธิบาย และทำกิจกรรมชาวเหมืองเป็นพัก ๆ ค่ะ




ไม้ค้ำเหมืองที่โดนทับเป็นร้อยปีจนยุบหรือแตก

ระหว่างทางคุณไกด์ก็อธิบายการตกผลึกเกลือเป็นรูปร่างต่าง ๆ


บางทีก็ต้องคลาน ... บางที่ก็ต้องปืนบันไดลงค่ะ (คนน้ำหนักเยอะมาก ๆ น่าจะลำบากค่ะ)

มาเลื่อยไม้กัน

ทำเชือกที่ใช้ในเหมือง

วัดความสูงของทางเดินจากจุดวัดเพื่อตรวจสอบสภาพทางเดิน

หนึ่งในโบสถ์ในเหมือง original อยู่ใน Miner’s route ซึ่งมีของจำลองไว้ใน Tourist's route ที่นี่จะแวะนั่งนิ่ง ๆ ปิดไฟมืดตื๋อประมาณนาทีนึงด้วยค่ะ ถ้าตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงน้ำไหล เสียงไม้ เป็นความรู้สึกที่ดีมากค่ะ

หาแผนที่และหาทางเพื่อไปตำแหน่งต่อไปให้ได้

อธิบายรอยแตกของหินที่โดนน้ำหนักของเหมืองกดทับ

วิดน้ำเกลือเพื่อนำมาวัดความหนาแน่นเพื่อนำไปคำนวณความเข้มข้นต่อด้วย hydrometer


อนุญาตให้เก็บก้อนเกลือเป็นที่ระลึกได้ค่ะ ฟรี 1 กิโล 55+ เราก็เลือกก้อนเล็ก ๆ มาเป็นที่ระลึกค่ะ

ถ่ายรูปชุดหมีใต้เหมือง...ต้องอาศัยไฟฉายเพื่อนร่วมกลุ่มค่ะ เพราะมืดจริง ๆ

Miner’s route มีโบสถ์และแชนเดอเลียคริสตัลเกลือเช่นกันค่ะ

มีจุดที่ไปตัดกับบริเวณ Tourist's route แต่จะเป็นมุมมองจากที่สูงค่ะ คนกลัวความสูงก็จะเสียวไส้หน่อยค่ะ

จบที่การละเล่นแบบชาวเหมือง กระโดดข้ามแผ่นหนัง

และรับใบประกาศผ่าน Miner’s route ค่ะ
โดยรวมประทับใจมากค่ะ ใช้เวลารวมไปประมาณ 3 ชั่วโมง แวะทานข้าวและไป Tourist's route กันต่อ
มาถึงช็อกกับจำนวนคนมากค่ะ คนเยอะมาก ๆ เริ่มด้วยการลงบันไดไปเรื่อย ๆ จนถึงเหมืองชั้น 1
คุณไกด์ก็อธิบายประวัติเหมืองคร่าว ๆ ตำนานของเหมือง ประเภทของเกลือ อุปกรณ์ทำเหมือง เช่นกัน แต่ที่นี่จะเห็นทุกอย่างชัดกว่ามากเพราะสว่างกว่า และคุณไกด์จะอธิบายมากกว่าเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของเหมืองมากกว่า Miner’s route ที่จะเน้นกับการปฏิบัติการต่าง ๆ ในเหมือง ชีวิตความเป็นอยู่คนงานเหมือง การทำงานในเหมือง โดยมีประวัติเหมืองคร่าว ๆ ค่ะ

มีนิทรรศการ interactive เรื่องเล่า จัดไฟจำนวนนึงระหว่างทางค่ะ

ด้วยความที่คนเยอะมาก บางทีก็จะต้องรอกลุ่มก่อนหน้าให้เดินไปก่อนที่จะไปชมแต่ละที่ได้
ทางเดินส่งต่อน้ำเกลือ ชิมได้ค่ะ เค็มพอตัว

แชนเดอเลียเกลือในโบถส์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ถ่ายรูป...ของจริงเล็กกว่าที่คิดไว้ค่ะ

บ่อน้ำเกลือที่เข้มข้นจนลงไปลอยได้ อยากลองกระโดดลงไปก็จ่ายค่าปรับกันเอาค่ะ

ห้องใหญ่โตและงานไม้อลังการ

ตู้โชว์ผลึกเกลือสวย ๆ



เดินไปก็เจอร้านขายของฝาก น้ำดื่ม ขนมจุบจิบ
ตอนออกจะได้เดินตามทางในเหมืองไปเรื่อย ๆ ไปออกตรงทางเข้า Miner’s route ค่ะ และออกมาเจอร้านของฝากอีกครั้ง
คนจำนวนมาก ๆ มีผลกับการชมสถานที่จริง ๆ ค่ะ ทุกอย่างจะวุ่นวายและรีบร้อนไปหมด ถ่ายรูปลำบากมากด้วย
สรุปแล้ว ประทับใจ Miner’s route มากกว่า Tourist's route ค่ะ เพราะคนน้อยกว่า ไม่ต้องรีบร้อน เดินเรื่อย ๆ สบาย ๆ บรรยากาศสงบเงียบกว่ามาก ๆ มีกิจกรรมชาวเหมืองให้ทำสนุก ๆ ด้วย
[CR] Weiliczka Salt Mine - Miner's route VS Tourist's route ไปเป็นชาวเหมืองกันเถอะ
ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่สำนักงานซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง Krakow เลย ที่อยู่ตามเว็บไซต์ของเหมืองค่ะ
ตอนที่เราไปพกบัตรนักเรียน ISIC ไปด้วยก็จะได้ราคานักเรียนค่ะ
ทั้ง Miner's route และ Tourist's route 69 PLN ราคาเท่ากันค่ะ
ซื้อสติ๊กเกอร์อนุญาตให้ถ่ายรูป ถ้าจำราคาไม่ผิดคือ 10 PLN ค่ะ
ถ้าจะไป Tourist's route แนะนำซื้อล่วงหน้าเพราะคนเยอะมาก ๆ แต่ถ้า Miner's route ไปซื้อที่เหมืองก็ได้เพราะแทบไม่มีคนเลยค่ะ
แต่ละ route จะแบ่งเป็นรอบ ๆ ก็เลือกรอบไปตามเวลาและภาษาค่ะ
เราซื้อ Miner's route ภาษาอังกฤษ รอบ 11:00 และ Tourist's route รอบ 15:00
วันต่อไปก็ตื่นไปขึ้นรถไฟที่สถานี Kraków Główny
ซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติ ราคา 3.50 PLN ต่อเที่ยว (ให้ใช้ภายใน 3 ชั่วโมง)
ที่ตั๋วไม่มีระบุ platform แต่ที่ไป Weiliczka Salt Mine จะเป็น platform 1 เสมอ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีเท่านั้นเอง ตั๋วกลับซื้อได้ที่สถานีเหมืองมีตู้อัตโนมัติเช่นกันค่ะ
การแต่งตัว อุณหภูมิในเหมือง 14-16 องศาเซลเซียส แต่จริง ๆ ไม่ได้หนาวมากค่ะ แค่เย็น ๆ เสื้อแขนยาวบาง ๆ ก็อยู่ค่ะ (อาจจะยกเว้นสำหรับคนขี้หนาว) รองเท้าผ้าใบจะสะดวกกว่า Miner's route จะเย็นกว่า Tourist's route นิดหน่อย
เริ่มที่ Miner's route
รอบ 11:00 มีอีก 7 คนมาร่วมด้วย
เจ้าหน้าที่จะให้ชุดปฏิบัติงานในเหมืองมาเปลี่ยน หมวก ไฟฉายและกระเป๋า และ อุปกรณ์ช่วยหายใจและผ้าพันแผลกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์
จากนั้นลงลิฟต์ไปชั้นแรกของ route
คุณไกด์จะอธิบายประวัติเหมือง บริเวณต่าง ๆ ของเหมือง การติดต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ พอสังเขป มีอุปกรณ์ให้ทดลองเล่นกัน
จากนั้นก็เดินไปตามทางในเหมือง มืดติ้บ ดังนั้นต้องใช้ไฟฉาย ถ่ายรูปไม่ต้องพูดถึง เปิดโหมดถ่ายกลางคืนก็เบลอสุด ๆ จะถ่ายได้เมื่อมีคนฉายไฟช่วยค่ะ
เวลาเดินไปส่วนต่าง ๆ คุณไกด์จะเร็วมาก จะไม่หยุดให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่จะมีจุดหยุดอธิบาย และทำกิจกรรมชาวเหมืองเป็นพัก ๆ ค่ะ
ไม้ค้ำเหมืองที่โดนทับเป็นร้อยปีจนยุบหรือแตก
ระหว่างทางคุณไกด์ก็อธิบายการตกผลึกเกลือเป็นรูปร่างต่าง ๆ
บางทีก็ต้องคลาน ... บางที่ก็ต้องปืนบันไดลงค่ะ (คนน้ำหนักเยอะมาก ๆ น่าจะลำบากค่ะ)
มาเลื่อยไม้กัน
ทำเชือกที่ใช้ในเหมือง
วัดความสูงของทางเดินจากจุดวัดเพื่อตรวจสอบสภาพทางเดิน
หนึ่งในโบสถ์ในเหมือง original อยู่ใน Miner’s route ซึ่งมีของจำลองไว้ใน Tourist's route ที่นี่จะแวะนั่งนิ่ง ๆ ปิดไฟมืดตื๋อประมาณนาทีนึงด้วยค่ะ ถ้าตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงน้ำไหล เสียงไม้ เป็นความรู้สึกที่ดีมากค่ะ
หาแผนที่และหาทางเพื่อไปตำแหน่งต่อไปให้ได้
อธิบายรอยแตกของหินที่โดนน้ำหนักของเหมืองกดทับ
วิดน้ำเกลือเพื่อนำมาวัดความหนาแน่นเพื่อนำไปคำนวณความเข้มข้นต่อด้วย hydrometer
อนุญาตให้เก็บก้อนเกลือเป็นที่ระลึกได้ค่ะ ฟรี 1 กิโล 55+ เราก็เลือกก้อนเล็ก ๆ มาเป็นที่ระลึกค่ะ
ถ่ายรูปชุดหมีใต้เหมือง...ต้องอาศัยไฟฉายเพื่อนร่วมกลุ่มค่ะ เพราะมืดจริง ๆ
Miner’s route มีโบสถ์และแชนเดอเลียคริสตัลเกลือเช่นกันค่ะ
มีจุดที่ไปตัดกับบริเวณ Tourist's route แต่จะเป็นมุมมองจากที่สูงค่ะ คนกลัวความสูงก็จะเสียวไส้หน่อยค่ะ
จบที่การละเล่นแบบชาวเหมือง กระโดดข้ามแผ่นหนัง
และรับใบประกาศผ่าน Miner’s route ค่ะ
โดยรวมประทับใจมากค่ะ ใช้เวลารวมไปประมาณ 3 ชั่วโมง แวะทานข้าวและไป Tourist's route กันต่อ
มาถึงช็อกกับจำนวนคนมากค่ะ คนเยอะมาก ๆ เริ่มด้วยการลงบันไดไปเรื่อย ๆ จนถึงเหมืองชั้น 1
คุณไกด์ก็อธิบายประวัติเหมืองคร่าว ๆ ตำนานของเหมือง ประเภทของเกลือ อุปกรณ์ทำเหมือง เช่นกัน แต่ที่นี่จะเห็นทุกอย่างชัดกว่ามากเพราะสว่างกว่า และคุณไกด์จะอธิบายมากกว่าเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของเหมืองมากกว่า Miner’s route ที่จะเน้นกับการปฏิบัติการต่าง ๆ ในเหมือง ชีวิตความเป็นอยู่คนงานเหมือง การทำงานในเหมือง โดยมีประวัติเหมืองคร่าว ๆ ค่ะ
มีนิทรรศการ interactive เรื่องเล่า จัดไฟจำนวนนึงระหว่างทางค่ะ
ด้วยความที่คนเยอะมาก บางทีก็จะต้องรอกลุ่มก่อนหน้าให้เดินไปก่อนที่จะไปชมแต่ละที่ได้
ทางเดินส่งต่อน้ำเกลือ ชิมได้ค่ะ เค็มพอตัว
แชนเดอเลียเกลือในโบถส์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ถ่ายรูป...ของจริงเล็กกว่าที่คิดไว้ค่ะ
บ่อน้ำเกลือที่เข้มข้นจนลงไปลอยได้ อยากลองกระโดดลงไปก็จ่ายค่าปรับกันเอาค่ะ
ห้องใหญ่โตและงานไม้อลังการ
ตู้โชว์ผลึกเกลือสวย ๆ
เดินไปก็เจอร้านขายของฝาก น้ำดื่ม ขนมจุบจิบ
ตอนออกจะได้เดินตามทางในเหมืองไปเรื่อย ๆ ไปออกตรงทางเข้า Miner’s route ค่ะ และออกมาเจอร้านของฝากอีกครั้ง
คนจำนวนมาก ๆ มีผลกับการชมสถานที่จริง ๆ ค่ะ ทุกอย่างจะวุ่นวายและรีบร้อนไปหมด ถ่ายรูปลำบากมากด้วย
สรุปแล้ว ประทับใจ Miner’s route มากกว่า Tourist's route ค่ะ เพราะคนน้อยกว่า ไม่ต้องรีบร้อน เดินเรื่อย ๆ สบาย ๆ บรรยากาศสงบเงียบกว่ามาก ๆ มีกิจกรรมชาวเหมืองให้ทำสนุก ๆ ด้วย
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น