ทุกวันนี้อะไร อะไร เราก็พึ่งหมอทั้งนั้นประมาณว่าเก็บทรัพย์สินมาทั้งชีวิตพอยามแก่เฒ่า เวลาเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยก็เหมือนว่า สิ้นเนื้อประดาตัว ไปกับค่ารักษาทั้งนั้น บางทีเป็นหนี้มีให้ลูกหลานเป็นภาระไปอีก
เลยเป็นที่ว่า ความไม่พอดี นั้นเอง
จะกล่าวต่อไปอีก
( ความไม่พอดี )นั้นหมายความว่า เราสุดโต่งที่จะไปพึ่งหมอเพียงอย่างเดียวจนบางครั้งอาจเกิด ลังเลภายในจิตในใจจนเป็นทุกข์ก็มีจนรักษาเยื้อสุดชีวิต
แต่เรากลับมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป โดยที่เราไม่รู้จักคุณค่าอย่างแท้จริง
คือ จิตใจ นั้นเองความรู้สึกลึกๆที่อยากมีชีวิตอยู่ นั้นเอง
เพราะมัน ( ไม่พอดี ) นั้นเองเลยกลายเป็น หวังพึ่งหมอเพียงอย่างเดียวเลยสุดโต่งไป จนลืมจิตใจของตัวเองไปนั้นเอง
ขนาดแม้แต่หมอก็ยังบอกจิตใจสำคัญ การให้กำลังใจเป็นสิ่งคัญ แต่คนไข้ก็ยังมองไม่เห็นถึง จิตใจ
แต่ถ้าคนไข้มีลูกหลาน เพื่อนฝูง มาดูแลเยอะแยะ ก็ถือว่าโชคดีไป
แต่เพราะ ความไม่แน่นอนของชีวิตลึกๆแล้วเราหวังพึ่งบางสิ่งบางอย่างทางจิตใจที่มองไม่เห็นตลอดมาทั้งชีวิตจนถึงวันสุดท้าย
( ความไม่พอดี ) ก็เลยทำให้ค่ารักษามันแพง ราคาสูงตามๆกัน ประมาณว่า ใครไม่มีเงินก็ตายจบ หากไม่ยอมรับในกฏข้อนี้ก็อาจเกิดขัดแย้งในจิตในใจและมีเรื่องให้ปวดหัวตามมามากมายเพราะเราไม่เข้าถึงคำว่า ชิวิตอย่างแท้จริงนั้นเอง
มันเลยสุดโต่งหวังพึ่งหมอมาตลอดจนลืมจิตใจตัวเองไปนั้นเอง
อะไร อะไร อะไร ก็โทดคนนี้ โทดคนนั้น เพราะลึกๆแล้วเราไม่ยอมรับต่างหาก ( ผมก็เคยเป็น อิอิ )
ดั่งนั้น สายกลาง ตามคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธรรมอันประเสริฐทางจิตใจ ของฟรี ของฟลุ๊กไม่มี
ต้องปฏิบัติจนเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ใช่เรา เราก็จะเข้า วิถีสายกลาง อย่างแท้จริง
ร่างกายจะตาย หากเราไม่มีภาระอะไรหรือมีค่ารักษาก็รักษาร่างกาย
หากไม่มีค่ารักษา ก็รักษาจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ
ในที่สุด ความตายก็ต้องพรากไปจากเราทุกสิ่งทุกอย่าง นั้นเอง
ไม่มีใครหนีพ้น แต่เรามีทางเลือก
กายหรือจิตใจ นั้นเอง
( เท่าที่มี ถ้ามีก็มี ถ้าไม่มีก็ไม่มี )
ผมก็ตอบไม่ได้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเพราะ จิตใจเป็นสิ่งไม่แน่นอน
( ความไม่เที่ยง )
ได้ธรรมสัมมาสัมพุทธเจ้า จะตายอย่างร่าเริง ตายอย่างสบายใจ ตายอย่างมีความสุขสุดๆ ตายอย่างเบิกบาน
นี้ผมยังไม่ลองทีนะ 555 แต่ก็ปฏิบัติเพื่อสู้รบครั้งสุดท้ายคือความตาย
แต่ พระครูอาจารย์กล่าวอย่างนั้น
เพราะผมปฏิบัติจนเห็นตามพระครูอาจารย์
ครูผมคือ youtube นะ หลายองศ์เลย 555+
ความไม่พอดี ( คนไข้และหมอ ) ในทางศาสนาพุทธ สายกลาง
เลยเป็นที่ว่า ความไม่พอดี นั้นเอง
จะกล่าวต่อไปอีก
( ความไม่พอดี )นั้นหมายความว่า เราสุดโต่งที่จะไปพึ่งหมอเพียงอย่างเดียวจนบางครั้งอาจเกิด ลังเลภายในจิตในใจจนเป็นทุกข์ก็มีจนรักษาเยื้อสุดชีวิต
แต่เรากลับมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป โดยที่เราไม่รู้จักคุณค่าอย่างแท้จริง
คือ จิตใจ นั้นเองความรู้สึกลึกๆที่อยากมีชีวิตอยู่ นั้นเอง
เพราะมัน ( ไม่พอดี ) นั้นเองเลยกลายเป็น หวังพึ่งหมอเพียงอย่างเดียวเลยสุดโต่งไป จนลืมจิตใจของตัวเองไปนั้นเอง
ขนาดแม้แต่หมอก็ยังบอกจิตใจสำคัญ การให้กำลังใจเป็นสิ่งคัญ แต่คนไข้ก็ยังมองไม่เห็นถึง จิตใจ
แต่ถ้าคนไข้มีลูกหลาน เพื่อนฝูง มาดูแลเยอะแยะ ก็ถือว่าโชคดีไป
แต่เพราะ ความไม่แน่นอนของชีวิตลึกๆแล้วเราหวังพึ่งบางสิ่งบางอย่างทางจิตใจที่มองไม่เห็นตลอดมาทั้งชีวิตจนถึงวันสุดท้าย
( ความไม่พอดี ) ก็เลยทำให้ค่ารักษามันแพง ราคาสูงตามๆกัน ประมาณว่า ใครไม่มีเงินก็ตายจบ หากไม่ยอมรับในกฏข้อนี้ก็อาจเกิดขัดแย้งในจิตในใจและมีเรื่องให้ปวดหัวตามมามากมายเพราะเราไม่เข้าถึงคำว่า ชิวิตอย่างแท้จริงนั้นเอง
มันเลยสุดโต่งหวังพึ่งหมอมาตลอดจนลืมจิตใจตัวเองไปนั้นเอง
อะไร อะไร อะไร ก็โทดคนนี้ โทดคนนั้น เพราะลึกๆแล้วเราไม่ยอมรับต่างหาก ( ผมก็เคยเป็น อิอิ )
ดั่งนั้น สายกลาง ตามคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธรรมอันประเสริฐทางจิตใจ ของฟรี ของฟลุ๊กไม่มี
ต้องปฏิบัติจนเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ใช่เรา เราก็จะเข้า วิถีสายกลาง อย่างแท้จริง
ร่างกายจะตาย หากเราไม่มีภาระอะไรหรือมีค่ารักษาก็รักษาร่างกาย
หากไม่มีค่ารักษา ก็รักษาจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ
ในที่สุด ความตายก็ต้องพรากไปจากเราทุกสิ่งทุกอย่าง นั้นเอง
ไม่มีใครหนีพ้น แต่เรามีทางเลือก
กายหรือจิตใจ นั้นเอง
( เท่าที่มี ถ้ามีก็มี ถ้าไม่มีก็ไม่มี )
ผมก็ตอบไม่ได้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเพราะ จิตใจเป็นสิ่งไม่แน่นอน
( ความไม่เที่ยง )
ได้ธรรมสัมมาสัมพุทธเจ้า จะตายอย่างร่าเริง ตายอย่างสบายใจ ตายอย่างมีความสุขสุดๆ ตายอย่างเบิกบาน
นี้ผมยังไม่ลองทีนะ 555 แต่ก็ปฏิบัติเพื่อสู้รบครั้งสุดท้ายคือความตาย
แต่ พระครูอาจารย์กล่าวอย่างนั้น
เพราะผมปฏิบัติจนเห็นตามพระครูอาจารย์
ครูผมคือ youtube นะ หลายองศ์เลย 555+