พึ่งโดนคนคุยบอกเลิกคุยมาค่ะ เลยรู้เลยว่าชีวิตจริงมันน่าเจ็บปวดกว่าในละคร ในซีรีย์เยอะแยะเลย
พี่เขาอยู่ปีสี่ ส่วนเราอยู่ปีสอง เขามาจีบเราก่อนแต่เราก็ชอบแหละ เขาเป็นคนที่แบบนอยด์แล้วจากหายไปเลย ไม่ถามไถ่ว่าเพราะอะไร ส่วนเราก็จะเป็นประเภทที่แบบว่าถ้ารู้สึกว่าเขาไม่อยากคุยเราก็จะหายไปเลยค่ะ เราต่างคนต่างหายไปจากกันได้ประมาณสี่วัน
พอกลับมาคุยกันอีกทีได้อธิบายเรื่องที่พี่เขาเข้าใจผิด แต่พี่เขากลับบอกว่า ช่วงเวลาที่หายไปเขาได้ไปคิดอะไรมาเยอะแยะ เขาบอกว่าไม่อยากทำให้หนูเสียใจซ้ำๆ ถ้ายังอยู่แบบนี้ต่อไปในอนาคตต้องเสียใจแน่ๆ เพราะเขาต้องเรียน จ-ส ทุกอย่างดูหนักไปหมด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำจนอาจจะไม่มีเวลาให้กับเรา เทอมสองก็ต้องฝึกงานไม่ได้อยู่ที่มอ ดังนั้นเราจะไม่ได้เจอกันเลยอีกอย่างเขาเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงค่ะ เขาบอกว่ามันเป็นนิสัยของเขาที่แก้ไม่ได้แล้ว และเขาไม่ชอบออกไปไหน (อารมณ์แบบ lifestyle เราเข้ากันไม่ได้รึเปล่า)
ตอนนั้นที่ได้ฟังแบบอารมณ์แบบจุกไปหมด น้ำตาไหลเฉย แต่ก็พยายามไม่ให้เขาได้ยินว่าเราร้องไห้ คือแบบคนนี้เราคิดว่าใช่แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่อะไรงี้ ตอนแรกที่ได้คุยก็ไม่คิดว่าเราจะชอบขนาดนี้ เป็นคนคุยคนเดียวที่เข้าหาเราก่อนและเราก็ชอบเขา แต่เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักเราได้ไง เราชอบนะที่เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบที่เวลาเขาเล่นเกมส์ หรือทำอะไรที่เขาชอบ แต่เพียงแค่ขอให้บอกเราเวลาที่นอยด์เรื่องอะไรแค่นั้น
สำหรับเราเขาใช่ทุกอย่าง แต่สำหรับเขาเราอาจจะไม่ใช่
เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ น่าม่อ หรืองี่เง่า เราชอบอะไรคล้ายๆกันในบางอย่าง พูดง่ายๆเขาคือสเปคเราเลย
พอวางสายจากคอลปุ้ป พี่เขาส่งเพลง "จากกันด้วยดี" มาให้พร้อมกับขอโทษ อีกทั้งที่ไทม์ไลน์เขาแชร์เพลง เรื่องจริง - singular คือแบบตอนนั้นไม่ไหวแล้วร้องไห้หนักมาก โครตเจ็บโครตจุก แต่ก่อนเคยคิดแค่ว่าแค่คนสองคนชอบกันใจตรงกันก็พอละ เรายังทำใจไม่ทัน แต่ก็นะ คนจะไปยังไงก็จะไปอยู่ดี
ยิ่งเลื่อนไปดูแชทเก่าๆที่เราเคยคุยกัน ภาพถ่ายตั๋วหนังที่ไปดูด้วยกันแล้วพี่เขาถ่ายไว้ หรือตั๋วหนังที่เก็บไว้ที่เรา นึกถึงเวลาที่เล่นเกมส์ด้วยกันคือแบบมันโครตจะมีความสุข แต่มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้วเนี่ยสิ
ถ้าเปิดเทอมไปแล้วเจอพี่เขาอยู่แถวๆซุ้มไอที อยากจะเดินเข้าไปทักนะแต่ไม่รู้เขาจะดีใจมั้ยที่ได้เจอเรา แต่เราโครตอยากจะใช้เวลาเก็บความทรงจำดีๆอันน้อยนิดในเทอม 1 กับเขา
#มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านบางเขน
สำหรับเราเขาใช่ทุกอย่าง แต่สำหรับเขาเราอาจไม่ใช่
พี่เขาอยู่ปีสี่ ส่วนเราอยู่ปีสอง เขามาจีบเราก่อนแต่เราก็ชอบแหละ เขาเป็นคนที่แบบนอยด์แล้วจากหายไปเลย ไม่ถามไถ่ว่าเพราะอะไร ส่วนเราก็จะเป็นประเภทที่แบบว่าถ้ารู้สึกว่าเขาไม่อยากคุยเราก็จะหายไปเลยค่ะ เราต่างคนต่างหายไปจากกันได้ประมาณสี่วัน
พอกลับมาคุยกันอีกทีได้อธิบายเรื่องที่พี่เขาเข้าใจผิด แต่พี่เขากลับบอกว่า ช่วงเวลาที่หายไปเขาได้ไปคิดอะไรมาเยอะแยะ เขาบอกว่าไม่อยากทำให้หนูเสียใจซ้ำๆ ถ้ายังอยู่แบบนี้ต่อไปในอนาคตต้องเสียใจแน่ๆ เพราะเขาต้องเรียน จ-ส ทุกอย่างดูหนักไปหมด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำจนอาจจะไม่มีเวลาให้กับเรา เทอมสองก็ต้องฝึกงานไม่ได้อยู่ที่มอ ดังนั้นเราจะไม่ได้เจอกันเลยอีกอย่างเขาเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงค่ะ เขาบอกว่ามันเป็นนิสัยของเขาที่แก้ไม่ได้แล้ว และเขาไม่ชอบออกไปไหน (อารมณ์แบบ lifestyle เราเข้ากันไม่ได้รึเปล่า)
ตอนนั้นที่ได้ฟังแบบอารมณ์แบบจุกไปหมด น้ำตาไหลเฉย แต่ก็พยายามไม่ให้เขาได้ยินว่าเราร้องไห้ คือแบบคนนี้เราคิดว่าใช่แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่อะไรงี้ ตอนแรกที่ได้คุยก็ไม่คิดว่าเราจะชอบขนาดนี้ เป็นคนคุยคนเดียวที่เข้าหาเราก่อนและเราก็ชอบเขา แต่เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักเราได้ไง เราชอบนะที่เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบที่เวลาเขาเล่นเกมส์ หรือทำอะไรที่เขาชอบ แต่เพียงแค่ขอให้บอกเราเวลาที่นอยด์เรื่องอะไรแค่นั้น
สำหรับเราเขาใช่ทุกอย่าง แต่สำหรับเขาเราอาจจะไม่ใช่
เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ น่าม่อ หรืองี่เง่า เราชอบอะไรคล้ายๆกันในบางอย่าง พูดง่ายๆเขาคือสเปคเราเลย
พอวางสายจากคอลปุ้ป พี่เขาส่งเพลง "จากกันด้วยดี" มาให้พร้อมกับขอโทษ อีกทั้งที่ไทม์ไลน์เขาแชร์เพลง เรื่องจริง - singular คือแบบตอนนั้นไม่ไหวแล้วร้องไห้หนักมาก โครตเจ็บโครตจุก แต่ก่อนเคยคิดแค่ว่าแค่คนสองคนชอบกันใจตรงกันก็พอละ เรายังทำใจไม่ทัน แต่ก็นะ คนจะไปยังไงก็จะไปอยู่ดี
ยิ่งเลื่อนไปดูแชทเก่าๆที่เราเคยคุยกัน ภาพถ่ายตั๋วหนังที่ไปดูด้วยกันแล้วพี่เขาถ่ายไว้ หรือตั๋วหนังที่เก็บไว้ที่เรา นึกถึงเวลาที่เล่นเกมส์ด้วยกันคือแบบมันโครตจะมีความสุข แต่มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้วเนี่ยสิ
ถ้าเปิดเทอมไปแล้วเจอพี่เขาอยู่แถวๆซุ้มไอที อยากจะเดินเข้าไปทักนะแต่ไม่รู้เขาจะดีใจมั้ยที่ได้เจอเรา แต่เราโครตอยากจะใช้เวลาเก็บความทรงจำดีๆอันน้อยนิดในเทอม 1 กับเขา
#มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านบางเขน