สวัดดีครับทุกท่าน ปัจจุบันผม ทำธุรกิจถายใน ครอบครัว ด้านสิ่งทอ โรงงานของตัวเองนะครับ ซึ่ง ก็มีรายได้ พอกินพอใช้ ส่วนตัวไม่อด จะขออธิบาย อย่างนี้นะครับ คุณแม่ของผมก่อนหน้านี้ ก็ มีโรงงานของตัวเองอยู่ที่นึงแล้ว คุณแม่ก็เลยเปิดแยกออกมา อีกสาขานึง คือที่ ที่ผมทำงานและใช้ชีวิตอยู่ ปัจจุบัน ผมเข้ามาทำงานด้านนี้ ถายหลัง นะครับ ผมไม่ได้มีความรู้ด้านนี้มาตั้งแต่เริ่ม คุณแม่ผม ก็บ่นตลอด ว่าอยากให้ผม ไปหางานอย่างอื่นทำ เพราะว่า งานด้านนี้ ถ้าคุณแม่แก่ลง ก็จะไม่มีใครรู้จักผมเลย(เล่าง่ายๆว่า ที่ที่ผมทำอยู่เนี่ย แม่ เปิดขึ้น เป็นความลับนั้นแหละ) คุณแม่กับผมไม่ได้โกรธ อะไรกันนะครับ ที่ผมคิดอยากเปลี่ยนงาน ผมคิดว่า ในวันนึงข้างหน้า มันคงไม่มีที่ว่างสำหรับผมตรงนี้แล้ว ผมทำงานนี้ได้ 5 ปี แล้วนะครับ และพูดตรงๆ งานโรงงานครอบครัว ผมไม่มีสังคมอะไรกับใครหรอกนะครับ พูดง่ายว่าเพื่อนฝูงของผมหน่ะ ผมห่างๆไปหมดแล้ว ทุกครั้งที่ผมคิดอยากได้งานใหม่ทำขึ้นมา ผมก็มืดแปดด้านเลย รถส่วนตัวก็ใช้มอเตอร์ไซต์ครับ ผมมีแค่วุติ ม.3 นะครับ เรื่องมันยาวหน่อยเพราะตอนเด็กครอบครัวผมก็เป็นครอบครัว พนักงานรับจ้างทั่วไป(ส่วนใหญ่จะเป็นแม่ทำงาน พ่อผมเป็นประเภทคนไม่เอาไหน) ต้องเช่าห้อง/บ้านอยู่ ย้ายกันประจำ เพราะพ่อผม ไม่ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผมก็เติบโตมาในสภาพที่ค่อนข้างแย่
ผมเริ่มทำมาค้าขายเอง ตอน อายุ 16 ขายของ เปิดท้ายหน่ะครับ เอาของใส่กระสอบ แบกไปขาย คลอง หลังกระทรวงอ่ะครับ ก็มีชีวิต เองตอนนั้นได้ 2 ปี ผมก็มีปัญหากับแฟน(ผมไปอยุ่บ้านเขานะครับ แก่แดด ไหมครับ เรื่องจริงแหละครับ พ่อแม่ผมไม่รู้จักพ่อแม่เขาด้วยซ้ำไป ยัง งง จริงๆว่าครั้งโชคดี ได้มีชีวิตคู่กับเขาขนาดนั้น แต่มันก็จบไปแล้ว)
ผมก็กลับไปหาแม่ผม บอกว่า ผม อยากกับไปเรียน แม่ผมก็โอเคจะจ่ายค่าเทอมให้ ผมก็ไป หาห้องอยุ่เองและก็ไปเรียน แต่ตอนนั้น การเรียน มันก็ไม่ใช่ ผมแล้ว ผมก็เรียน จนจบปีการศึกษานะครับ แต่ ติด ร ติดเหล้า ติดเพื่อน โรงเรียน จะให้ผม เรียน ปวช ซ้ำอีกปี ผมก็ขอเอาวุติออก ผมกะว่าจะเข้าเรียนที่อื่นต่อ นี่คือ เมื่อเกือบ 15 - 16 ปี ที่แล้วนะครับ
แต่พอผมออกจาก โรงเรียนนั้นมา ผมก็เริ่ม มองหางานทำก่อน ตอนแรกก็กลับไปทำอะไรไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ คืองานใช่แรงงานเหมือนเดิม เป็นเด็กเสริฟ ก็เป็นอยู่ได้ ครึ่งปี
ผมก็หยุดทำงานไปพักใหญ่เลย ไปอาศัยอยู่บ้านป้า บ้านที่ผมเกิด เป็นช่วงชีวิตที่ผม เริ่มหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ก็ไม่ใช่ความรู้ระดับ ศาสดราจาร ไรนะครับ ผมดูหนัง ดูซี่รี่ ภาษาอังกฦษ เยอะมาก จน ผม ฟังรู้เรื่อง ไม่ต้องอ่าน ซับ(ตอนเรียน ปวช ภาษาอังกฦษธุรกิจ วิชาที่ผมติด ร คือ วิชา ที่ไม่เกี่ยวกับภาษาอังกฦษ) แต่สุดท้าย ป้าผมก็ผลักดัน ผม ให้ หางานทำ ผมก็ได้งานทำ เป็น เด็กร้านขายเครื่องดนตรี ก็ไปทำ ได้ 3 เดือนครับ แต่ว่า ที่ ทำงาน กับที่พัก นี่ อยู่กับคนล่ะมุมเมือง บ้านอยู่ถนนสุขสวัด ดันไป ทำงาน อยู่ ถนน สุคนธวิท สุดท้ายก็ต้องเลิก ผมสู้การเดินทางไม่ไหวจริง ถึงแม้ ตอนนั้น จะ ยังเด็กก็ตาม เหมือนผม ยอมแพ้ ไปวูบนึงนะครับ
คุณแม่ผมก็เลยชักชวนกึ่ง บังคับ ว่าให้ ผมมาทำงานที่โรงงานของแม่นี่แหละอย่างที่ผมเล่าไปแล้วด้านบนๆ ซึ่งก็ คือ ทุกงาน ที่ผมเคยทำมานี่ ใช้แรงงานหมดครับ แต่คราวนี้ดีหน่อย ว่าเป็นโรงงานของครอบครัวที่ผมไม่ค่อยสนิทกับใครเลย เพราะผมออกจากบ้านตั้งแต่ยังเด็ก เพราะปัญหาครอบครัว ผมก็ทำตั้งแต่ ตำแหน่งต่ำสุดแหละครับ จน คนที่เป็นช่างเขาออกไป ผมก็เลยเป็นเกือบๆช่าง เอง จนตอนนี้ ก็ คือผมเป็นทุกตำแหน่ง แต่มีลูกน้อง ผมก็คอยจัดงานเท่านั้นเอง
เวลาผมได้เงินเก็บก้อน ผม ก็ เอาไปซื้อของ ใช้ ในบ้านผม เองนี่แหละ เพระาผม ไม่มี อะไรเลยจริงๆ แอร์ ทีวี คอม รถมอไซต์ ผมก็เพิ่งมีเงินซื้อ ตอน ช่วงอายุ 25 - 30 เอง พ่อกับแม่ผมเขาก็ไม่ได้มีบ้าน มีของพวกนี้ ไว้ให้ ตั้งแต่เกิด โรงงานนี้ก็ ไม่ใช่ว่า ฟรีนะ ครับ เหมือนผมทำงาน เพื่อ ผ่อน เงินที่กู้มาเปิด จน ตอนนี้ก็ไม่มี หนี้ตรงนั้นแล้ว เหลือแต่ค่าเช่าโกดังเท่านั้นแหละ
เรื่องที่ผมคิดจะเปลี่ยนงาน ไม่ใช่เพราะตัวผมเองคนเดียว แต่เนื่องจาก ที่แม่เปิด ที่นี่ขึ้นแบบลับๆไม่ให้ใครรู้ เท่าไหร่ คนส่วนใหญ่ ที่เขารู้ว่าแม่ผมทำงานด้านนี้ เขาจะไม่รู้เลย ว่าผมก็ทำอยุ่ด้วย ผมก็อยากเปลี่ยนงานครับ ทำไปมันก็ไม่มีอนาคต เหมือนที่ผมเล่าไปด้านบนๆ แต่นี่ก็ อายุ 29 ปี แล้ว ต้องขอเล่าหน่อย ว่า ธุรกิจ ครอบครัว ทำให้ผมไม่มีโลก ไม่มีสังคมอะไร กับช้าวบ้านเขานะ ครับ ก็เลยกลายเป็นว่า ถึงผมอยากจะเปลี่ยนงานตอนนี้ ผม จะไปเริ่ม หยิบจับอะไรได้อีก มันกลัวที่จะ ต้องไปเริ่มจาก 0 จาก ติดลบ อีก กลัวโลกภายนอกไปซะแล้ว ทั้งที่ ชีวิต ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ผม อยู่ในโลกที่มีแต่คนแปลกหน้ามาตลอด คือเรื่องมันน่าเศร้าระยะยาวนะครับ ฟังๆไปก็ เหมือนชีวิตผมจะดีเนอะ แต่ได้อย่างมันก็เสียอย่างอยู่ดี แต่ผมอดทนมา เพราะคิดว่า นี่คืองานสุดท้ายแล้ว แต่แม่ผม ก็บอกตลอดว่าอยากให้ไปทำอย่าง ผมก็ไม่มีคำตอบอะไรให้แม่ ต่อให้มีทุน ผมก็มองไม่เห็นทางสร้างผลกำไรอยู่ดี ด้วยที่ผมไม่ได้อยู่ในสังคมใดๆ เลย
เมื่อวานนี้ ก็เอามอไซต์คันเก่า ไปให้แม่ ที่บ้านแม่นี่มี รถกระบะ นะครับ แต่อันนั้นแบ่งเป็นส่วนของพ่อกะน้อง ผมก็ไปออกคันใหม่มา เพราะ ยังจำเป็นต้องใช้ ของไปซื้อข้าวซื้อไรกิน ใช้เดินทาง สรุปก็ได้มอเตอร์ไซต์ใหม่มาเป็นหนี้ + อยากเปลี่ยนงานใจจะขาด นอนไม่หลับ นั่งคิด หา หนทาง ไ่ม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินผ่อนนะครับ แต่ พอมองไปในชีวิต ข้างหน้าแล้ว มัน ก็เวิ้งว้าง ยังกับทะเล ไม่รู้ไปทิศไหน
ส่งสัยถึงเวลาต้องไปสมัครเป็นลูกจ้าง ตามโรงงาน นั้นแหละ คง จะง่ายที่สุด ไปเข้าใหม่ ตอนอายุ สามสิบ ก็คงตำแหน่ง พนักงานนั้นแหละ เพระามี วุต แค่ ม3
ช่วยแนะนำลู่ทาง สร้าง/เปลี่ยน อาชีพ ให้ผมทีครับ ผม 29 น่าจะเป็นโอกาสสุดท้าย
ผมเริ่มทำมาค้าขายเอง ตอน อายุ 16 ขายของ เปิดท้ายหน่ะครับ เอาของใส่กระสอบ แบกไปขาย คลอง หลังกระทรวงอ่ะครับ ก็มีชีวิต เองตอนนั้นได้ 2 ปี ผมก็มีปัญหากับแฟน(ผมไปอยุ่บ้านเขานะครับ แก่แดด ไหมครับ เรื่องจริงแหละครับ พ่อแม่ผมไม่รู้จักพ่อแม่เขาด้วยซ้ำไป ยัง งง จริงๆว่าครั้งโชคดี ได้มีชีวิตคู่กับเขาขนาดนั้น แต่มันก็จบไปแล้ว)
ผมก็กลับไปหาแม่ผม บอกว่า ผม อยากกับไปเรียน แม่ผมก็โอเคจะจ่ายค่าเทอมให้ ผมก็ไป หาห้องอยุ่เองและก็ไปเรียน แต่ตอนนั้น การเรียน มันก็ไม่ใช่ ผมแล้ว ผมก็เรียน จนจบปีการศึกษานะครับ แต่ ติด ร ติดเหล้า ติดเพื่อน โรงเรียน จะให้ผม เรียน ปวช ซ้ำอีกปี ผมก็ขอเอาวุติออก ผมกะว่าจะเข้าเรียนที่อื่นต่อ นี่คือ เมื่อเกือบ 15 - 16 ปี ที่แล้วนะครับ
แต่พอผมออกจาก โรงเรียนนั้นมา ผมก็เริ่ม มองหางานทำก่อน ตอนแรกก็กลับไปทำอะไรไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ คืองานใช่แรงงานเหมือนเดิม เป็นเด็กเสริฟ ก็เป็นอยู่ได้ ครึ่งปี
ผมก็หยุดทำงานไปพักใหญ่เลย ไปอาศัยอยู่บ้านป้า บ้านที่ผมเกิด เป็นช่วงชีวิตที่ผม เริ่มหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ก็ไม่ใช่ความรู้ระดับ ศาสดราจาร ไรนะครับ ผมดูหนัง ดูซี่รี่ ภาษาอังกฦษ เยอะมาก จน ผม ฟังรู้เรื่อง ไม่ต้องอ่าน ซับ(ตอนเรียน ปวช ภาษาอังกฦษธุรกิจ วิชาที่ผมติด ร คือ วิชา ที่ไม่เกี่ยวกับภาษาอังกฦษ) แต่สุดท้าย ป้าผมก็ผลักดัน ผม ให้ หางานทำ ผมก็ได้งานทำ เป็น เด็กร้านขายเครื่องดนตรี ก็ไปทำ ได้ 3 เดือนครับ แต่ว่า ที่ ทำงาน กับที่พัก นี่ อยู่กับคนล่ะมุมเมือง บ้านอยู่ถนนสุขสวัด ดันไป ทำงาน อยู่ ถนน สุคนธวิท สุดท้ายก็ต้องเลิก ผมสู้การเดินทางไม่ไหวจริง ถึงแม้ ตอนนั้น จะ ยังเด็กก็ตาม เหมือนผม ยอมแพ้ ไปวูบนึงนะครับ
คุณแม่ผมก็เลยชักชวนกึ่ง บังคับ ว่าให้ ผมมาทำงานที่โรงงานของแม่นี่แหละอย่างที่ผมเล่าไปแล้วด้านบนๆ ซึ่งก็ คือ ทุกงาน ที่ผมเคยทำมานี่ ใช้แรงงานหมดครับ แต่คราวนี้ดีหน่อย ว่าเป็นโรงงานของครอบครัวที่ผมไม่ค่อยสนิทกับใครเลย เพราะผมออกจากบ้านตั้งแต่ยังเด็ก เพราะปัญหาครอบครัว ผมก็ทำตั้งแต่ ตำแหน่งต่ำสุดแหละครับ จน คนที่เป็นช่างเขาออกไป ผมก็เลยเป็นเกือบๆช่าง เอง จนตอนนี้ ก็ คือผมเป็นทุกตำแหน่ง แต่มีลูกน้อง ผมก็คอยจัดงานเท่านั้นเอง
เวลาผมได้เงินเก็บก้อน ผม ก็ เอาไปซื้อของ ใช้ ในบ้านผม เองนี่แหละ เพระาผม ไม่มี อะไรเลยจริงๆ แอร์ ทีวี คอม รถมอไซต์ ผมก็เพิ่งมีเงินซื้อ ตอน ช่วงอายุ 25 - 30 เอง พ่อกับแม่ผมเขาก็ไม่ได้มีบ้าน มีของพวกนี้ ไว้ให้ ตั้งแต่เกิด โรงงานนี้ก็ ไม่ใช่ว่า ฟรีนะ ครับ เหมือนผมทำงาน เพื่อ ผ่อน เงินที่กู้มาเปิด จน ตอนนี้ก็ไม่มี หนี้ตรงนั้นแล้ว เหลือแต่ค่าเช่าโกดังเท่านั้นแหละ
เรื่องที่ผมคิดจะเปลี่ยนงาน ไม่ใช่เพราะตัวผมเองคนเดียว แต่เนื่องจาก ที่แม่เปิด ที่นี่ขึ้นแบบลับๆไม่ให้ใครรู้ เท่าไหร่ คนส่วนใหญ่ ที่เขารู้ว่าแม่ผมทำงานด้านนี้ เขาจะไม่รู้เลย ว่าผมก็ทำอยุ่ด้วย ผมก็อยากเปลี่ยนงานครับ ทำไปมันก็ไม่มีอนาคต เหมือนที่ผมเล่าไปด้านบนๆ แต่นี่ก็ อายุ 29 ปี แล้ว ต้องขอเล่าหน่อย ว่า ธุรกิจ ครอบครัว ทำให้ผมไม่มีโลก ไม่มีสังคมอะไร กับช้าวบ้านเขานะ ครับ ก็เลยกลายเป็นว่า ถึงผมอยากจะเปลี่ยนงานตอนนี้ ผม จะไปเริ่ม หยิบจับอะไรได้อีก มันกลัวที่จะ ต้องไปเริ่มจาก 0 จาก ติดลบ อีก กลัวโลกภายนอกไปซะแล้ว ทั้งที่ ชีวิต ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ผม อยู่ในโลกที่มีแต่คนแปลกหน้ามาตลอด คือเรื่องมันน่าเศร้าระยะยาวนะครับ ฟังๆไปก็ เหมือนชีวิตผมจะดีเนอะ แต่ได้อย่างมันก็เสียอย่างอยู่ดี แต่ผมอดทนมา เพราะคิดว่า นี่คืองานสุดท้ายแล้ว แต่แม่ผม ก็บอกตลอดว่าอยากให้ไปทำอย่าง ผมก็ไม่มีคำตอบอะไรให้แม่ ต่อให้มีทุน ผมก็มองไม่เห็นทางสร้างผลกำไรอยู่ดี ด้วยที่ผมไม่ได้อยู่ในสังคมใดๆ เลย
เมื่อวานนี้ ก็เอามอไซต์คันเก่า ไปให้แม่ ที่บ้านแม่นี่มี รถกระบะ นะครับ แต่อันนั้นแบ่งเป็นส่วนของพ่อกะน้อง ผมก็ไปออกคันใหม่มา เพราะ ยังจำเป็นต้องใช้ ของไปซื้อข้าวซื้อไรกิน ใช้เดินทาง สรุปก็ได้มอเตอร์ไซต์ใหม่มาเป็นหนี้ + อยากเปลี่ยนงานใจจะขาด นอนไม่หลับ นั่งคิด หา หนทาง ไ่ม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินผ่อนนะครับ แต่ พอมองไปในชีวิต ข้างหน้าแล้ว มัน ก็เวิ้งว้าง ยังกับทะเล ไม่รู้ไปทิศไหน
ส่งสัยถึงเวลาต้องไปสมัครเป็นลูกจ้าง ตามโรงงาน นั้นแหละ คง จะง่ายที่สุด ไปเข้าใหม่ ตอนอายุ สามสิบ ก็คงตำแหน่ง พนักงานนั้นแหละ เพระามี วุต แค่ ม3