ตอนเราเด็กๆ บรรยากาศในวัดแทบทุกวัด เงียบ สงบ วังเวง น่ากลัว ร่มเย็น ต้นไม้ใหญ่เยอะมาก มีแต่เสียงนกร้อง (เงียบ สงบ สงัด ซึ่งสัตว์ยินดีได้โดยยาก)(สัปปายะ) ศาสนาทุกวันนี้มีแต่จะเสื่อมถอย เพราะเกือบทั้งหมดแล้วที่เคยชินและยอมจำนนต่อพุทธพาณิชย์ โตมาและอยู่กับมันจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ไปที่ไหนในโลกก็มี (วัดมิใช่แดนสงบ สงัด อีกต่อไป) แต่วัดคือที่ท่องเที่ยวพักผ่อน หย่อนใจ ดูดวง ใบ้หวย เสกน้ำมนต์ ลงนะเมตตามหานิยม เจิมบ้าน เจิมรถป้ายแดงและโกหกคำโต เน้นแต่เรื่องทำบุญทำสังฆทาน จะได้ยศได้ศักดิ์ร่ำรวยเป็นเจ้าคนนายคน สวย หล่อ เงินทองจะไหลมาเทมา ได้ไปสวรรค์ดาวดึงส์ ถึงพระนิพพานในอนาคตกาล ฯลฯ
นักบวชมิได้ปล่อยวางปฏิบัติให้เราดู แต่เอาแต่พูดให้เราฟัง แล้วก็สร้างถาวรวัตถุ รูปปั้นหาเงินให้เราสวดอ้อนวอนขอ ทำลายธรรมชาติสร้างป่าคอนกรีต โลกจะร้อนไม่ร้อนไม่รับรู้ อ้างจรรโลงศาสนาให้รุ่งเรือง มิได้พัฒนาจิตใจ ปลุกจิตสำนึกให้เกิดในตัวคน ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป พูดเน้นแต่เรื่องกรรม เวร มีจริง บาป บุญ มีจริง การกลับมาเกิดใช้กรรมมีจริง และการไม่กลับมาเกิดก็มีจริง ทุกวัดสำนักต้องทำให้คนเชื่อจริงๆกลัวจริงๆในบาปบุญคุณโทษ
พระพุทธองค์ทรงสอนหลักการนี้จริงๆต่อเวไนยสัตว์ ใส่ข้อมูลที่ถูก จริง ซ้ำๆลงไปในสมองคน จนคนยอมรับ พัฒนาจิตใจ ยกระดับจิตใจให้เป็นมนุษย์ เป็นพระ นั่นแหละดวงตาเห็นธรรม คือเห็นธรรมขั้นแรก กลัวแล้ว เข้าใจแล้วไม่อยากทำเวรทำกรรมอีกแล้ว จะสามารถพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นหลุดพ้นได้ มิใช่เอามือใหม่หัดขับลงแข่งสนามจริง หวังที่ 123 แชมป์ที่เรียกว่านิพพาน มันเป็นไม่ได้ จึงได้พวกก้าวร้าว มือถือสาก ปากคาบคำภีร์ พุทธเหนือชั้น ต้องพัฒนาความรู้ความเข้าใจที่นักบวชก่อน สอนตัวเองให้ได้ก่อนสอนคนอื่น จะได้ไม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สกปรก
คน คือสัตว์จำพวกหนึ่งที่มีร่างกายตั้งฉากกับโลก(นาม) วุ่นวาย สับสน (กริยา)
มนุษย์ คือผู้มีใจสูง มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
พระ คือ ผู้มีใจประเสริฐ มีเมตตา มีกรุณา
เป็นมนุษย์เป็นได้ด้วยใจสูง เหมือนนกยูงมีดีที่แววขน ถ้าใจต่ำก็เป็นได้เพียงแค่คน
กบฏ สัมมาทิฎฐิ วัด สำนักควรเป็นอย่างไร?
นักบวชมิได้ปล่อยวางปฏิบัติให้เราดู แต่เอาแต่พูดให้เราฟัง แล้วก็สร้างถาวรวัตถุ รูปปั้นหาเงินให้เราสวดอ้อนวอนขอ ทำลายธรรมชาติสร้างป่าคอนกรีต โลกจะร้อนไม่ร้อนไม่รับรู้ อ้างจรรโลงศาสนาให้รุ่งเรือง มิได้พัฒนาจิตใจ ปลุกจิตสำนึกให้เกิดในตัวคน ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป พูดเน้นแต่เรื่องกรรม เวร มีจริง บาป บุญ มีจริง การกลับมาเกิดใช้กรรมมีจริง และการไม่กลับมาเกิดก็มีจริง ทุกวัดสำนักต้องทำให้คนเชื่อจริงๆกลัวจริงๆในบาปบุญคุณโทษ
พระพุทธองค์ทรงสอนหลักการนี้จริงๆต่อเวไนยสัตว์ ใส่ข้อมูลที่ถูก จริง ซ้ำๆลงไปในสมองคน จนคนยอมรับ พัฒนาจิตใจ ยกระดับจิตใจให้เป็นมนุษย์ เป็นพระ นั่นแหละดวงตาเห็นธรรม คือเห็นธรรมขั้นแรก กลัวแล้ว เข้าใจแล้วไม่อยากทำเวรทำกรรมอีกแล้ว จะสามารถพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นหลุดพ้นได้ มิใช่เอามือใหม่หัดขับลงแข่งสนามจริง หวังที่ 123 แชมป์ที่เรียกว่านิพพาน มันเป็นไม่ได้ จึงได้พวกก้าวร้าว มือถือสาก ปากคาบคำภีร์ พุทธเหนือชั้น ต้องพัฒนาความรู้ความเข้าใจที่นักบวชก่อน สอนตัวเองให้ได้ก่อนสอนคนอื่น จะได้ไม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สกปรก
คน คือสัตว์จำพวกหนึ่งที่มีร่างกายตั้งฉากกับโลก(นาม) วุ่นวาย สับสน (กริยา)
มนุษย์ คือผู้มีใจสูง มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
พระ คือ ผู้มีใจประเสริฐ มีเมตตา มีกรุณา
เป็นมนุษย์เป็นได้ด้วยใจสูง เหมือนนกยูงมีดีที่แววขน ถ้าใจต่ำก็เป็นได้เพียงแค่คน