ขอเล่าเลยละกันครับตอนนี้ผมทำงานเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งมีซึ่งก็มีแฟนทำงานอยู่ที่เดียวกันครับคบกันมาได้3ปีกว่าๆ(คบกันตั้งแต่สมัยเรียน) แฟนผมเรียนการท่องเที่ยวและการโรงแรมครับ เธอเป็นคนเรียนเก่งมาก หน้าตาดูดีและหุ่นดีเลยทีเดียว มีแพลนว่าจะแต่งงานกันปีหน้าหลังจากปริญญาของเธอเสร็จ คือเรื่องเริ่มต้นจากผมชอบผู้หญิงคนนี้ เมื่อ3ปีที่แล้วจริงๆรู้จักกันมาก่อนหน้านั้นแล้วเพราะเรียนโรงเรียนมัธยมปลาย ที่เดียวกันมาก่อนแต่ยังไม่คบหรือรู้จักอะไรกันเป็นพิเศษ เริ่มจากผมเริ่มต้นจีบเธอก่อน หยอดใน FB บ้าง คอมเม้นต์รูปใน FB บ้าง จนเริ่มรู้จักมากขึ้นเลยนัดไปดูหนักกินข้าวบ้างแต่ตอนนั้นยังไม่ได้ เป็นแฟนกันครับคบกันแบบจริงๆจังๆประมาน2อาทิตกว่าผมเลยขอเธอคบเป็นแฟนดูครับ หลังจากนั้นก็อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ไปเที่ยวไป ไปรับไปส่งไปเรียน อยู่ด้วยกันแทบทุกวันตัวแทบจะติดกันครับ แรกๆคือแบบหวานมากคิดว่าเธอเป็นคนที่ใส่ใจอะไรพอสมควรเลยครับมีอะไรเล็กๆน้อยจะถามผมตลอดเลยว่าเป็นยังไงคือใส่ใจดีมาก ผมก็ใส่ใจเธอเหมือนกันครับมีอะไรก็จะถามเธอตลอดเป็นห่วงเป็นใยตลอดเวลาห่างกัน ถามนูนถามนี้ว่ากินข้าวรึยังทำอะไร ตามแฟนปกติทั่วไปที่เค้าถามกัน คบกันมาได้ประมาน2ปีกว่าๆ ทางพ่อกับแม่ของเธอก็ได้ให้ ไปขอไปคุยเรื่องการหมั้นครับ ตอนนั้นผมมีเงินไม่มากทำงานเก็บเงินจากธุระกิจที่ทางบ้านเปิดให้ทำบ้างขายของมือ2ในเว๊ป บ้าง พอมีเงินนิดๆน่อยๆครับ อยากแสดงถึงความจริงใจที่มีให้เค้าเลยเอาเงินที่เก็บก้อนนั้น ซื้อทองและแหวนไปหมั้นไว้ครับเพื่อให้ความเชื่อใจของเธอ และพ่อแม่ของเธอมีมากขึ้น ผมคิดว่าผมจะดูแลเค้าได้นะครับในอนาคต โดยรวมแล้วผมเป็นคนที่เอาแต่ใจพอสมควรอยู่อยากได้อะไรก็ต้องทำให้ได้เดียวนั้น หรือต้องได้เลยตลอด2ปีที่ผ่านมาก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง ตามคู่ปกติทั่วไปแต่ก็ยังไม่เลิกกันครับผมเป็นคนที่ง้อเก่งเลยเวลาแฟนผมโกรธก็จะง้อหรือทำอะไรให้เธอสบายใจไว้ก่อนครับ ตอนนั้นยังเรียนอยู่ครับครอบครัวผมก็ไม่ได้มีเงินหรือมีทรัพย์สินอะไรมากมาย มีแค่ทำธุระกิจส่วนตัวที่บ้านครับรายได้ก็ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ ที่บ้านของเธออยู่ต่างจังหวัดพ่อกับแม่ของเค้าก็ที่บ้านก็ทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวและรับจ้างทั่วไปครับ พ่อกับแม่เค้าก็ส่งเงินมาให้เธอเดือนละประมาน3-4 พันบ้าง หักค่าใช้จ่ายต่างๆกับเช่าหอพักก็พอใช้อยู่ ผมอยู่ที่บ้านนะครับไม่ได้มาอยู่หอพักกับแฟน แต่จะไปๆมาๆ ค้างด้วยบ่อยๆเพราะอยู่ไกล้วิทยาลัยและไปรับไปส่งแฟนด้วยครับ ผมเป็นคนที่สปอร์ต พอสมควรเลยครับไปกินข้าวหรือไปดูหนังก็จะจ่ายตลอดครับ ด้วยความคิดว่าแค่นี้ถ้าเลี้ยงไม่ได้ อนาคตจะเลี้ยงได้ไหม อยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ ครับตอนนั้นดีตลอดเหมือนตอนคบกันใหม่ๆครับ จนเรียนจบปี4ไปฝึกงานครับ แฟนผมได้ไปฝึกงานก่อนทำให้เราต้องแยกกันพักนึงประมาน 2-3เดือน แต่ก็ไปหากันบ่อยแฟนได้ที่ฝึกงานในกรุงเทพครับส่วนมีช่วงนึงที่ผมยังเรียนอยู่ก็ไปๆกลับๆหากันอยู่บ่อยๆครับ ระยะทางไปกลับก็ประมาน70ก.ม ขับมอเตอร์ไซครับตอนนั้น เดือนต่อมาผมได้ที่ฝึกงานอยู่ที่ บริษัทแห่งหนี่งอยู่ที่ จ.สมุทรสาครครับ แต่ก็ยังไปหาแฟนบ่อยอยู่เพราะระยะทางไม่ห่างจากกรุงเทพซักเท่าไหร่ปกติเป็นคนติดแฟนครับ คือจะคิดถึงตลอดเวลาห่างกัน แต่แฟนผมเธอไม่อะไรมากครับต้องห่างนานๆถึงคิดถึงเธอบอกจนฝึกงานเสร็จ ผมก็ได้ทำงานที่ สมุทรสาครเลยครับเค้ารับทำงานเลยครับ ผมเลยชวนแฟนผมที่ฝึกงานเสร็จก่อนแล้วมาทำงานด้วยเพราะมีแผนกที่เค้ารับ สาขาที่เธอเรียนมา เพราะอยากอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นเข้าสู่ปีที่3แล้วครับก่อนเค้ารับผมเข้าทำงานผมขอทางบริษัท ไปบวชให้พ่อให้แม่ก่อน 15 วันเพราะกลัวไม่มีโอกาสบวชตอนทำงาน ลืมบอกไปครับก่อนหน้านั้นผมได้บอกแฟนว่าจะไปสู่ขอหลังจากบวชเสร็จช่วงนี้แหละ ครับที่ทุกอย่างเริ่มจะเปลี่ยนไปแรกๆก็ยังดูไม่ออกครับยังปกติดีเหมือนทุกอย่าง พอผมกลับมากจากบวชที่บ้านต่างจังหวัด ก็กลับมาทำงานตามปกติดีเธอก็ทำงานอยู่ที่เดียวกันแต่คนละแผนกตามที่เล่าไว้ และแล้วเรื่องก็มีอยู่ว่าวันหนึงผมขอเล่นโทรศัพท์ของเธอแต่เธอไม่ยอมให้เล่นและล๊อครหัสผ่านไว้ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยล๊อคและยอมให้เล่นตลอดโดยที่ไม่มีความลับต่อกัน แต่ครั้งนี้เธออ้างว่าไม่อยากให้เล่นและต้องการความเป็นส่วนตัวเลยล๊อครหัสไว้เป็นตัวเลข4ตัว ตอนนั้นผมหัวร้อนเลยครับใครจะไม่สงใสว่ามีอะไรมีช่วง เหลือบสายตาไปเห็นว่าเธอกำลังลบข้อความใน line ใครบ้างคน เลยทำให้ผมแย่งโทรศัพท์มาแต่ก็ไม่ได้ปลดล๊อคดูข้างในนะครับเพราะไม่รู้รหัสตอนนั้นทะเลาะกันแรงมากครับ ยอมรับเลยผมไม่เคยทำร้านผู้หญิงเลย ตอนนั้นไช้มือผลักที่หัวของแฟนจนเซเลยครับเธอเสียใจมากเพราะตั้งแต่คบมาผมยังไม่เคยทำร้ายเธอเลยครับ ตอนนั้นในใจอยากจะขอโทษแต่ด้วยความโมโหว่า ต้องมีอะไรแน่ในโทรศัพท์เลยเงียบแล้วมาทำงานตามปกติครับ ตกเย็นมาเลยมาง้อแล้วขอโทษแฟนโดยสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับโทรศัพท์ของเธออีก ตอนนั้นทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนครับถามอะไรนิดๆน่อยหรือทำอะไรให้เธอไม่พอใจอะไร เธอก็จะหงุดหงิดและเหวี่ยงใส่ผมตลอด
จนกระทั้งถึงวันที่ ผมได้ไปบ้านของเธอเพื่อที่จะไปสู่ขอและคุยเรื่องค่าสินสอด วันนั้นก็มีญาติพี่น้อง แม่ ตายาย ไปนั้งคุยครับตกลงค่าสินสอดกัน 300kกับทองอีก3บาท เหมือนทางแฟนผมจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ผู้ใหญ่เค้าให้เวลาหาเงิน 1ปีครับผมก็รับปากว่าต้องทำให้ได้ เพราะตอนนั้นก็มีงานทำแล้ว
ตอนนั้นลางานกลับบ้านไปทั้งคู่ครับ ระหว่างที่แฟนผมอยู่บ้านครับช่วงนึงเห็นกดโทรศัพท์คุยกับใครบางคนเห็นแค่แว๊ปๆคัรบเลยเดาได้ว่าเป็นใครเป็นคนรู้จักผมด้วย ขากลับนั้งเครื่องบินกลับมาคืนนั้นพูดกันเรื่อง นี้และครับเพราะผมคิดในใจไหนๆก็ไปขอแล้ว คุยค่าสินสอดแล้วอยากให้หมั่นใจว่ามี เราแค่คนเดียวเลยเปิดประเด็นไปว่า ตอนนี้ได้คุยกับใครในโทรศัพท์หรือปล่าว (ผมรู้ในใจอยู่แล้ว่ามีแน่นอน) เดียวมาต่อนะครับ****
คบกันมา3 ปี คิดว่าจะไปต่อได้ไหมครับแบบนี้
จนกระทั้งถึงวันที่ ผมได้ไปบ้านของเธอเพื่อที่จะไปสู่ขอและคุยเรื่องค่าสินสอด วันนั้นก็มีญาติพี่น้อง แม่ ตายาย ไปนั้งคุยครับตกลงค่าสินสอดกัน 300kกับทองอีก3บาท เหมือนทางแฟนผมจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ผู้ใหญ่เค้าให้เวลาหาเงิน 1ปีครับผมก็รับปากว่าต้องทำให้ได้ เพราะตอนนั้นก็มีงานทำแล้ว
ตอนนั้นลางานกลับบ้านไปทั้งคู่ครับ ระหว่างที่แฟนผมอยู่บ้านครับช่วงนึงเห็นกดโทรศัพท์คุยกับใครบางคนเห็นแค่แว๊ปๆคัรบเลยเดาได้ว่าเป็นใครเป็นคนรู้จักผมด้วย ขากลับนั้งเครื่องบินกลับมาคืนนั้นพูดกันเรื่อง นี้และครับเพราะผมคิดในใจไหนๆก็ไปขอแล้ว คุยค่าสินสอดแล้วอยากให้หมั่นใจว่ามี เราแค่คนเดียวเลยเปิดประเด็นไปว่า ตอนนี้ได้คุยกับใครในโทรศัพท์หรือปล่าว (ผมรู้ในใจอยู่แล้ว่ามีแน่นอน) เดียวมาต่อนะครับ****