เคยเจอปัญหาแบบนี้มั้ยครับ? จะคิดทำอะไรก็ตามก็มีปัญหาเต็มไปหมด

กระทู้คำถาม
ผมรู้สึกว่าช่วงชีวิตของผมตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงตอนนี้ ผมทำอะไรก็มีปัญหาไปหมด ทุกอย่างเกิดจากอะไร ตัวผมหรือคนรอบข้าง?

ผมมีอาชีพเป็นวิศวกรครับ อายุ 29 ปี ตอนนี้ถ้าเทียบเงินเดือนตามประสบการณ์ผมก็ราวๆ สามหมื่นบาท  นิสัยส่วนตัวของผมคือผมอยากร่ำรวยมีฐานะด้วยสองมือของตัวเอง จนมีมาวันหนึงเพื่อนผมช่วยไปทำธุรกิจขายตรง ยี่ห้องนึง(ไม่ขอเอ่ยชื่อ)เกี่ยวข้องกับอาหารเสริมลดน้ำหนัก ชุดนึงคอสนึง 48,000 บาท อธิบายแผนใหญ่โต อลังการมากบอกว่าจะช่วยผมดันผมให้ขึ้นตำแหน่ง ด้วยความที่ผมอยากรวยผมก็เชื่อเขาทำไปซักประมาณ 2 เดือน ผมยังไม่เห็นเงินเข้าบัญชีผมซักบาท จนในที่สุดผมก็ล้มเลิกพร้อมกับหนี้บัตรเครดิตที่เอาไปทำยอดธุรกิจ ตามมาจำนวน 130,000  บาท เมื่อทุกอย่างพัง แต่ผมตั้งสติได้สักพักเลยขอเจ้านายกู้เงินโดยไม่มีดอกเบี้ยมาปิดยอดบัตรเครดิต ปิดมาได้แค่ แสนเดียว ผมคงค้าง หนี้ ก้อนนั้นใว้  ตัดสินใจว่า จะไม่ชำระซักระยะให้พร้อมก่อนค้อยไปปิดบัตร

หลังจากนั้นมา ผมได้โบนัสจากบริษัทที่ทำงานประจำ สามหมื่นบาท บวกกับ เงิรเดือน ก็มีเงินติดตัว ครึ่งแสน ใจอยากจะชำระหนี้ก้อนนี้ แต่ใจนึงก็อยากเอาไปลงทุนหารายได้เพิ่มให้มันงอกเงิย เป็นเม็ดเงินออกมา ผมก็เลย เอาเงินไปลงทุนซื้อเฟรนไชซ์กล้วยทอดมาทำ  ทำไป ทำมา รายได้ชักจะดี จนได้ออกทีวีช่อง นึงในรายการชั่วโมงทำกิน ช่วงนั้นผมขายกล้วยทอดดีมาก จนผมเองตัดสินใจจะลาออกจากงานประจำและทำร้านกล้วยเพิ่ม เป็นสาขาที่สองแล้วจ้างคนมา ขายประจำสาขา
แรกๆก็ดี แต่หลังๆมาผมโดนลูกน้องโกงตังค์ และหอบตังค์หนีในสุด วันนั้นเป็นวันขายดี เขาได้เงินไปประมาณ 4,000 บาท ผมนั่งหมดความคิดไปพักนึง ตั้งสติได้ ก็ยกเลิกการเช่าตลาด ตรงนั้นแล้วขายคนเดียวไปก่อน  ขายไปขายมา เวียนตลาดในกรุงเทพ จนมีวันนึงขายดีมาก ขายสามชั่วโมงได้เงินมา 12,000  บาท  ผมเลยอยากให้พ่อกับแม่มาช่วยขาย อะ เรียกพ่อกับแม่มา มาปุ๊บผมก็แยกขายสองที่ตามเดิม ช่วงที่พ่อกับแม่มา ประเทศจีน มาระดมทุนซื้อกล้วยดิบไปเกือบหมดประเทศ ทำให้ราคาต้นทุนต่อกล่องผมสูงตาม กำไรผมน้อยลง แล้วก็คนซื้อน้อยลง มีคนมาขายแข่งเป็นแบบนี้อยู่สามสัปดาห์ ผมเริ่มไม่ใหวแล้ว เริ่มจะขาดทุน และเป็นจุดพีกที่สุดคือ วันที่ในหลวงของเราจากไป เป็นวันที่ผมตัดสินใจหยุดกิจการขายกล้วยทอดผมเพราะ ขายไม่ได้เลยของเหลือ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร มองไปทางไหนก็โศกเศร้า ผมเลยตัดสินใจกลับบ้านพร้อมเงินที่เป็นหนี้จากการค้างค่าของกล้วยทอด สี่หมื่นบาท

เงินส่วนนี้ผมจะเคลียร์ยังไง ผมไม่มีงานแล้ว  กลับมาว่างานที่บ้าน 2 สัปดาห์ ฟุ้งซ่านมากเลยไปหาสมัครงานประจำทำ คราวนี้ ทำในตำแหน่ง ออฟฟิศเอ็นจิเนียร์ ประจำไซต์งาน ไกล้บ้าน  นี่คือความโหดร้ายที่สุดของการเป็นวิศวกรก็ว่าได้ ผมได้รับมอบหมายให้ทำงานเพิ่ม-ลดของโครงการ แล้สรีบสรุปตัวเลขส่งเขาเพราะเขาจะเบิกเงิน แต่เขาไม่ตรวจสอบเอกสารผมพร้อมยังบังคับให้ผมใช้อีเมล์ส่วนตัวส่ง การคิดตัวเลขในงาน เป็นงานละเอียดอ่อนมากตาผมมองเห็นสิ่งไหนในแบบผมก็คิด ตามประสบการณ์ของผม ได้ตัวเลขมาก้อนนึง เชื่อใหม่ครับ เงินหลักล้าน คนที่เป็นตำแหน่งใหญ่ ไม่เอาตัวเลขจากผมไปตรวจ พอมันผิดมาเขาก็ชี้ใส่ผมท่าเดียวว่าผมเป็นคนผิด ผมเลยทนการกระทำแบบนี้ไม่ได้ ผมก็เลยขอยุติการทำงานของตัวเองทันทีและขอรับเงินเดือนแค่นั้น


กลับมาบ้านอีก ผมก็อยากกลับไปหางานที่ผมทำที่ผมถนันดที่สุดเลยตัดสินใจสมัครงานในจังหวัดสมุทรปราการ อีกครั้ง  ครั้งนี้ โอ้ ทุกอย่างมันช่างดูดี งานการก็ไม่ฟิกเวลามาก เงินเดือนเยอะกว่าเดิม ผมก็ตัดสินใจทำ เดือนแรก  เดือนที่สอง ก็ยังดี แต่เดือนต่อมาบริษัทเริ่มเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งกฏ เริ่มตัดรายจ่ายพนักงานบางส่วน จากที่เคยได้ครบก็ไม่ได้ หักนั่นหักนี่ มาสายสิบนาทียี่สิบนาที ก็หาเรื่องหัก ทั้งที่บริษัทก็เล็กนิดเดียว จะตั้งกดอะไรนักหนาพนักงานประจำมีแค่ 6 คน ผมรู้สึกว่า งานผมเยอะ ติดต่อลูกค้า ทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมง บางครั้งเร่งงานคิดเสนอราคางานจนไม่ได้นอน ก็ต้องรีบมาสแกนนิ้ว สแกนไม่ทันก็หัก เป็นแบบนี้ 2 เดือนท้าย ผมก็ลาออกอีก มาตั้งบริษัทเองมันซะเลย

ตอนนี้ ผมเป็นเจ้าของบริษัทเองแล้ว  แล้วยังไง ผมต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างที่คนเป็นเจ้าของบริษัทเขาทำกันซึ่งผมเองก็มีแค่เพื่อนที่มาถือหุ่นคนละครึ่งอีกคนนึงก็แค่หุ้นลม เพื่อนเชียร์ให้ลาออกจากงานผมก็ลาออกมา พอออกมา ผมไม่มีรายได้ เพื่อนบอก เออไม่เป็นไรมาอยู่กับกูก่อน แต่...ในความเป็นจริงกว่าธุรกิจเราจะเติบโต ต้องใช้เงินลุงทุนหลายส่วนมาก เพื่อนเอง ก็เครียดงานประจำลืมมาสนใจเรื่องที่ทำบริษัทด้วยกันซะงั้น  บางวันเงียบ ไม่พูดไม่จา บอกเหนื่อย

ผมจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี  ภาระหนี้สินผมยังไม่หมด แต่ตอนนี้รายได้ผมยังไม่เกิด  

ความรู้สึกตอนนี้หรอ ผมไม่ได้ท้อ แต่ผมเครียด และต้องการกำลังใจและแนวทางการดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งผมเองก็ยังอยากสู้ต่อไป ผมเหนื่อยมากครับ
เรื่องทั้งหมดที่ผมเจออยู่ผมไม่สามารถเล่าให้พ่อกับแม่ฟังได้เพราะผมไม่อยากถูกดับฝัน ผมอยากจะทำให้สำเร็จ แต่บ้านผมก็ไม่ค้อยสนับสนุน
มีสมาชิกท่าใด มีไอเดียร์อะไรช่วยแนะนำผมหน่อยได้มั้ยครับ ผมกลัวไฟในตัวผมหมดไป
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่