เมื่อเรามีความหวังมันจะเป็นเสมือนแรงผลักดัน ทุกอย่างมันล้วนสามารถเกิดขึ้นได้ อย่าคาดเดาในสิ่งที่มันยังไม่เกิดขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวพันทิป ใครที่ได้อ่านกระทู้ของผมก่อนหน้านี้คงรู้ความเป็นมาของเรื่องราวของผมบ้างแล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่านคงจับใจความได้จากกระทู้แสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆสมาชิก กระทู้ก่อนหน้านี้ผมได้ลบเนื้อหาไปแล้วผมขอเก็บไว้เป็นบทเรียนราคาแพงมากๆสำหรับผม จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ได้ผ่านไปแล้ว2เดือน พอที่ผมจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้บ้างแต่ก็ยังรักคิดถึงและรอเธออยู่ทุกวินาที อยู่เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีด้วยความหวัง  ก่อนหน้านี้ผมหารายได้จากการเล่นดนตรีกลางคืนอย่างเดียว แต่ตอนนี้ผมทำงานกลางวันด้วยเพื่อหารายได้ให้ได้มากที่สุดมาได้เดือนกว่าๆแล้ว ใครๆอาจมองว่ามันสายเกินไปกว่าจะคิดได้และลงมือทำ ใช่ครับมันอาจสายเกินไปแต่ผมได้ลงมือทำแล้ว ผมทำช้ากว่าคนอื่นๆในรุ่นๆเดียวกัน ผมจึงคิดเสมอว่าต้องทำให้หนักกว่าคนอื่นๆที่เขาลงมือทำมาก่อนผม วันที่ 13 มิถุนายน 2560 เป็นวันแรกที่ผมได้เริ่มงานในตำแหน่งพนักงานขายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยี่ห้อหนึ่ง รูปแบบงานจะตั้งบูทตามลานจอดรถห้างและปั๊มและเดินเสนอสินค้าให้ลูกค้า หลายๆท่านคงเคยเห็นงานในรูปแบบนี้ ผมทำงาน 9.30 - 18.00 น. ถ้าได้เข้าเช้าก็ทำงาน 7.30 - 13.00 น. ถ้ายอดขายไม่ได้ตามเป้าก็ต้องทำ 7.30 - 18.00 น. ผมได้ค่าแรงวันละ 400 บาทไม่มีค่าคอมฯ ในช่วงทดลองงานไม่นับวันหยุด ซึ่งจะได้วันทำงานประมาณ 18 - 20 วัน x 400 ก็จะได้ 7000กว่าบาทถึง8000บาท ผมก็สู้ทำเพื่อจะได้มีรายได้เพิ่ม ในสมองผมมีเรื่องราวมากมายให้ต้องคิด ครอบครัว คนรัก หนี้สินที่สร้างขึ้นมา และอนาคต ผมทำงานทุกอย่างที่เป็นอาชีพสุจริตเพื่อจะหาเงินให้ได้มากขึ้น และจะพอทำให้ชีวิตดีขึ้นได้สามารถเป็นผู้นำครอบครัวได้ ผมทิ้งเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์มาหลายปี ทุ่มเทกับความฝันที่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงจนเสียที่สำคัญไป ผมเหมือนโดนตบหน้าให้ตื่นขึ้นมารับรู้โลกของความเป็นจริง ว่าต้องใช้ชีวิตแบบไหนถึงจะอยู่รอดในสังคม ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตประมาทมามาก มากๆ ละเลยในหลายๆสิ่ง ครอบครัว คนรัก อนาคต และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว กว่าจะคิดได้ก็กินเวลาไปแล้ว28ปี ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง พอได้ลงมือทำผมคิดในสมองเสมอว่า ต้องทำ ต้องทำให้มากกว่าคนอื่นเพราะเราเริ่มช้า จะไม่ยอมปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์อีก ทำทั้งงานกลางวันและกลางคืน วันหยุดก็รับงานพาสไทม์ ขับรถส่งอาหาร จัดจานเก็บจาน รับทำหมดทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินเพิ่มเพื่อที่จะพอจ่ายรายจ่ายและสร้างอนาคต เหนื่อย เหนื่อยมาก แต่ผมคิดเสมอว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะทิ้งเวลาไปมากพอแล้ว ฝนตกแดดร้อนผมก็ลุยไปไม่เกี่ยงงาน ตัวเปียกมันแห้งได้ ตัวดำมันก็ขาวใหม่ได้ เพราะว่าถ้าไม่ไปก็ไม่ได้เงิน อดทน เพื่อวันข้างหน้าชีวิตมันต้องดีกว่านี้มันต้องดีขึ้น ชีวิตประจำวันของผม เช้าตื่นอาบน้ำไปทำงาน กลับถึงห้องทุ่มเกือบ2ทุ่ม รีบหาข้าวให้หมาที่ผมเลี้ยงไว้กิน แช่ผ้าชุดทำงาน อาบน้ำออกไปเล่นดนตรี เสร็จกลับถึงห้องประมาณเที่ยงคืน - ตี1 รีบพาหมาไปถ่าย ซักผ้าที่แช่ไว้ตอนกลับมา รีดชุดทำงานของวันพรุ่งนี้ทำทุกอย่างเสร็จกว่าจะได้นอนก็ประมาณตี2กว่าๆ และก็ตื่น8โมง แต่ตอนนี้ผมได้เปลี่ยนงานกลางวันแล้ว เพิ่งทำได้2วัน เพราคิดว่างานเดิมถ้าผ่านงานบรรจุเป็นพนักงานแล้ว ไม่มีฐานเงินเดือนให้มีแต่ค่าคอมมิดชั่น ขายได้ก็ได้ขายไม่ได้ก็อด สถานะผมตอนนี้หวังรายได้จากค่าคอมฯไม่ได้เพราะผมขายไม่ได้ทุกวันผมต้องการงานที่มีฐานเงินเดือนแน่นอนเพราะรายจ่ายแต่ละเดือนของผมมันฟิครายรับของผมมันจะพลาดไม่ได้เลย ที่ทำงานที่ใหม่มีฐานเงินเดือนที่ผมต้องการแต่ต้องตื่นเช้าขึ้น เข้างาน 8.30 น. เลิกงาน 17.30 น. ถ้ามีงานเช้าก็เข้าตี5 ผมยอมทำไม่ใช่สิ ต้องทำ ทำเพื่อให้ชีวิตมันดีขึ้นเพื่อครอบครัว และทำเพื่อความหวังว่าคนที่ผมรักจะเชื่อมั่นว่าผมเปลี่ยนตัวเองได้จริงๆและมั่นใจให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมรู้ว่าระยะเวลาที่ผมได้เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองมันเพิ่งเพียงระยะสั้นๆ และผมจะทำมันต่อไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะหมดเรี่ยวแรงและหยุดหายใจ ทำเพื่อครอบครัวและคนรักของผม.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่