สวัสดีค่ะทุกคน เรามีเรื่องกลุ้มใจอยู่สองเรื่องตามหัวข้อกระทู้นะคะ อยากได้คำแนะนำจากทุกคนค่ะ เพราะเราคิดกันสองคนกับแฟนปวดหัวมากเลย อาจจะเพราะความอยากได้หรือความโลภเข้าครอบงำ 555
1. เรื่องซื้อคอนโด
พอดีช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสผ่านไปเห็นโครงการที่กำลังจะสร้างใหม่เป็นคอนโดที่ชื่อว่า The Nest สุขุมวิท 64 ค่ะ ก็เลยขอเข้าไปดูห้องตัวอย่างซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้จริงจังอะไร แต่พอไปเห็นการออกแบบห้อง การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็เลยถูกใจมากๆเลยค่ะ และนั่งฟังเซลล์กล่อมหูเราไปเรื่อยๆ ก็เผลอวางเงินจองสิทธิ์(จองคิว)เพื่อที่จะได้จองห้องในวันที่โครงการจะเปิดให้คนทั่วไปจองกันในวันที่ 26-27 สิงหาคมนี้ค่ะ ก็เห็นเซลล์บอกว่าวางเงินจองไว้ก่อนถ้าเปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้วทางโครงการจะคืนเงินให้ เราก็เลยใจง่าย และพอกลับไปตั้งสติได้ที่บ้านเราก็เลยรู้สึกว่าการตัดสินใจของเรามันง่ายมากเกินไปค่ะ เราใช้อารมณ์เพียงแค่ชอบห้องตัวอย่างแล้วตัดสินใจเลยไม่ได้ จึงหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้แต่ส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่บทความที่เป็นบล็อกเกอร์เขียนให้โครงการ ซึ่งขอพูดตามตรงว่าเราไม่มั่นใจว่าที่เค้าอวยให้กันเพราะถูกจ้างหรือปล่าว เราก็เลยมาหาที่พึ่งในนี้ค่ะเผื่อจะมีคนที่รู้จักโครงการนี้หรือคนที่สนใจจะซื้อเหมือนกันเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลและช่วยแนะนำผู้หญิงตัวเล็กๆที่ชอบใช้แต่หัวใจไม่ค่อยใช้สมองคิด อิอิ จะได้ช่วยให้เราไหวตัวยกเลิกสิทธิ์ทัน ซึ่งต้องตัดสินใจภายในวันศุกร์นี้แล้วด้วย ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ถัดมาเป็นเรื่องที่เราจะขอปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารเงินเดือนที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิด (ในกรณีถ้าตัดสินใจซื้อคอนโด)
2. เรื่องใช้เงินอย่างไรดีคะให้อยู่รอดปลอดภัยทุกเดือน
ก่อนอื่นเราต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะคะ ไม่ได้มีเจตนาจะอวดหรืออะไรเลย (ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาอวดอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่กลัวบางท่านจะอคติ) และก็หวังว่าจะไม่มีดราม่าเกิดขึ้นกับกระทู้ของเรานะคะ และสุดท้ายที่ต้องขอคือบางเรื่องที่คุณรู้สึกว่าเราเป็นคนใช้ไม่ได้คิดไม่ถูกก็ด่าได้แต่อย่าแรงนะคะ 555
ตอนนี้เราอายุ 29 ปีค่ะ บ้านเกิดอยู่ต่างจังหวัดแต่มาเรียนและทำงานรับราชการใน กทม. ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนทำงานเอกชน การใช้เงินของเราสองคนจะเป็นแบบได้เงินเดือนมาแล้วเอามารวมกันจากนั้นค่อยเอาไปจัดสรรใช้ในส่วนต่างๆแล้วแต่วินัยในแต่ละเดือน ต้องสารภาพจริงๆค่ะว่าเป็นคนใช้เงินแล้วแต่อารมณ์ จะขออนุญาตเล่ารายรับรายจ่ายที่ส่วนใหญ่เราสองคนจัดสรรใช้กันในทุกๆเดือนนะคะ
เราสองคนรายได้รวมกันเดือนละ 73,000 บาท
ค่าผ่อนคอนโดที่อยู่ปัจจุบัน 11,000 บาท
ค่าผ่อนรถ 8,000 บาท (จะหมดในอีก 10 เดือน)
ค่าสารณูปโภคและประกันชีวิตรายเดือนรวม 7,000 บาท
ค่าสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการ (เงินหุ้น) 3,000 บาท
ค่าของใช้ในบ้าน 5,000 บาท
ค่ากิน 9,000 บาท
ค่าน้ำมันไม่ต้องจ่ายเพราะที่ทำงานของแฟนให้เติมฟรี
ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้
ดังนั้นจึงคิดเอาไว้ว่า เก็บเข้าบัญชี(ไว้ก่อน)เดือนละ 30,000 บาท ***
แต่!!!!!!! ตั้งแต่วันที่เราสองคนตั้งใจจะเก็บเงินเดือนละสามหมื่นตามที่แจกแจงให้ดูด้านบนนั้น จนถึงปัจจุบันวันนี้ (เป็นเวลาสามปีแล้วค่ะ) เราสองคนมีเงินในบัญชีที่เรียกว่าบัญชีเงินเก็บอยู่แค่ 60,000 บาท
ปัญหาคือเรามักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามาแล้วไปเบียดเบียนเงินที่เราตั้งใจจะเก็บเดือนละสามหมื่น คือมันเก็บไว้ได้จริงๆนะคะแต่พอถึงจุดนึงมันก็มีเรื่องมาให้ใช้ เช่น ช่วงแรกพอเก็บได้เป็นแสนก็ซื้อคอนโด ต้องจ่ายค่าทำสัญญาเอย แต่งห้องเอย ซื้อของเข้าห้องเอย แล้วก็หมดค่ะ พอเริ่มเก็บไปสักพักจะต้องจ่ายประกันชีวิตรายปี จ่ายประกันรถ ให้พ่อแม่บ้าง (คือเราไม่ได้ให้เงินทุกเดือนนะคะแต่เราจะให้เดือนพิเศษเช่นวันเกิด วันพ่อ วันแม่ วันปีใหม่) ค่าส่วนกลางคอนโด เมื่อเร็วๆนี้แฟนเราก็เอาเงินออกไปก้อนนึงเพื่อไปลงหุ้นกู้ค่ะ ก็เลยต้องเริ่มเก็บใหม่ และส่วนนึงที่เงินส่วนนี้มักถูกดึงออกไปบ่อยๆคือเราเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ แบบไปเกาหลีญี่ปุ่น ถ้าในประเทศก็ชอบไปแบบทริปใหญ่ๆ กินเต็มที่ ใช้เต็มที่ ก็เลยใช้เงินในการเที่ยวแต่ละครั้งค่อนข้างมาก ... เราก็รู้ดีนะคะว่าเงินที่เราเรียกปลอบใจตัวเองว่าเงินเก็บมันยังไม่ใช่เงินเก็บ มันยังเย็นไม่พอที่จะอยู่นิ่งๆ แต่เรามักคิดง่ายๆไปเสมอว่าก็ขอเที่ยวก่อน ขอเต็มที่กับชีวิตก่อน เดี๋ยวอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเก็บจริงจังแล้วนะ ที่ผ่านมาก็เลยไม่ได้หนักใจอะไรค่ะ จนกระทั่ง!!!!อยากได้คอนโดใหม่อีกหนึ่งที่ (นั่นคือโครงการที่กล่าวไว้ด้านบน)
ถ้าเราตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่อีกหนึ่งที่ เราจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 7,000 บาทในสองปีถัดจากนี้ (เป็นค่าผ่อนดาวว์) และเพิ่มเป็น 12,000 บาท ในสองปีถัดไปเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ (ผ่อนกับธนาคาร) ก็เท่ากับว่าเราจะเหลือเงินที่เราคิดว่าเป็นเงินเก็บบ้างไม่เก็บบ้างแค่เดือนละ 20,000 บาท แล้วเราจะเอาห้องที่เราอยู่ตอนนี้ปล่อยเช่าอาจจะได้รายรับกลับมาเดือนละ 10,000 บาท แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตรีว่าจะมีนเช่าต่อเนื่องกันทุกเดือน เรารู้ดีว่าเหมือนกับการหวังน้ำบ่อหน้าหรือใช้เงินเกินตัว แต่แฟนเราเค้ามองว่าเป็นการลงทุน เราสองคนจึงต่างคนต่างมีเหตุผลมาหักล้างกัน เครียดมากเลยค่ะ
จึงอยากปรึกษาทุกๆคนว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไรดีคะ หรือว่าถ้าตัดสินใจซื้อแล้วเหลือเงินสำรองแค่เท่านี้ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างที่จะทำให้เราอยู่รอดอย่างปลอดภัย ใครเคยมีประสบการณ์ใช้เงินรัดตัวแบบนี้ช่วยกันแชร์ด้วยนะคะ เราต้องการคำแนะนำมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะค้าาาาาาา (อย่าลืมนะคะ!! ด่าได้แต่อย่าแรง 555)
อยากขอคำแนะนำเรื่องซื้อคอนโด และเรื่องการบริหารเงินค่ะ กลุ้มใจจุงเบย
1. เรื่องซื้อคอนโด
พอดีช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสผ่านไปเห็นโครงการที่กำลังจะสร้างใหม่เป็นคอนโดที่ชื่อว่า The Nest สุขุมวิท 64 ค่ะ ก็เลยขอเข้าไปดูห้องตัวอย่างซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้จริงจังอะไร แต่พอไปเห็นการออกแบบห้อง การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็เลยถูกใจมากๆเลยค่ะ และนั่งฟังเซลล์กล่อมหูเราไปเรื่อยๆ ก็เผลอวางเงินจองสิทธิ์(จองคิว)เพื่อที่จะได้จองห้องในวันที่โครงการจะเปิดให้คนทั่วไปจองกันในวันที่ 26-27 สิงหาคมนี้ค่ะ ก็เห็นเซลล์บอกว่าวางเงินจองไว้ก่อนถ้าเปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้วทางโครงการจะคืนเงินให้ เราก็เลยใจง่าย และพอกลับไปตั้งสติได้ที่บ้านเราก็เลยรู้สึกว่าการตัดสินใจของเรามันง่ายมากเกินไปค่ะ เราใช้อารมณ์เพียงแค่ชอบห้องตัวอย่างแล้วตัดสินใจเลยไม่ได้ จึงหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้แต่ส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่บทความที่เป็นบล็อกเกอร์เขียนให้โครงการ ซึ่งขอพูดตามตรงว่าเราไม่มั่นใจว่าที่เค้าอวยให้กันเพราะถูกจ้างหรือปล่าว เราก็เลยมาหาที่พึ่งในนี้ค่ะเผื่อจะมีคนที่รู้จักโครงการนี้หรือคนที่สนใจจะซื้อเหมือนกันเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลและช่วยแนะนำผู้หญิงตัวเล็กๆที่ชอบใช้แต่หัวใจไม่ค่อยใช้สมองคิด อิอิ จะได้ช่วยให้เราไหวตัวยกเลิกสิทธิ์ทัน ซึ่งต้องตัดสินใจภายในวันศุกร์นี้แล้วด้วย ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ถัดมาเป็นเรื่องที่เราจะขอปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารเงินเดือนที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิด (ในกรณีถ้าตัดสินใจซื้อคอนโด)
2. เรื่องใช้เงินอย่างไรดีคะให้อยู่รอดปลอดภัยทุกเดือน
ก่อนอื่นเราต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะคะ ไม่ได้มีเจตนาจะอวดหรืออะไรเลย (ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาอวดอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่กลัวบางท่านจะอคติ) และก็หวังว่าจะไม่มีดราม่าเกิดขึ้นกับกระทู้ของเรานะคะ และสุดท้ายที่ต้องขอคือบางเรื่องที่คุณรู้สึกว่าเราเป็นคนใช้ไม่ได้คิดไม่ถูกก็ด่าได้แต่อย่าแรงนะคะ 555
ตอนนี้เราอายุ 29 ปีค่ะ บ้านเกิดอยู่ต่างจังหวัดแต่มาเรียนและทำงานรับราชการใน กทม. ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนทำงานเอกชน การใช้เงินของเราสองคนจะเป็นแบบได้เงินเดือนมาแล้วเอามารวมกันจากนั้นค่อยเอาไปจัดสรรใช้ในส่วนต่างๆแล้วแต่วินัยในแต่ละเดือน ต้องสารภาพจริงๆค่ะว่าเป็นคนใช้เงินแล้วแต่อารมณ์ จะขออนุญาตเล่ารายรับรายจ่ายที่ส่วนใหญ่เราสองคนจัดสรรใช้กันในทุกๆเดือนนะคะ
เราสองคนรายได้รวมกันเดือนละ 73,000 บาท
ค่าผ่อนคอนโดที่อยู่ปัจจุบัน 11,000 บาท
ค่าผ่อนรถ 8,000 บาท (จะหมดในอีก 10 เดือน)
ค่าสารณูปโภคและประกันชีวิตรายเดือนรวม 7,000 บาท
ค่าสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการ (เงินหุ้น) 3,000 บาท
ค่าของใช้ในบ้าน 5,000 บาท
ค่ากิน 9,000 บาท
ค่าน้ำมันไม่ต้องจ่ายเพราะที่ทำงานของแฟนให้เติมฟรี
ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้
ดังนั้นจึงคิดเอาไว้ว่า เก็บเข้าบัญชี(ไว้ก่อน)เดือนละ 30,000 บาท ***
แต่!!!!!!! ตั้งแต่วันที่เราสองคนตั้งใจจะเก็บเงินเดือนละสามหมื่นตามที่แจกแจงให้ดูด้านบนนั้น จนถึงปัจจุบันวันนี้ (เป็นเวลาสามปีแล้วค่ะ) เราสองคนมีเงินในบัญชีที่เรียกว่าบัญชีเงินเก็บอยู่แค่ 60,000 บาท
ปัญหาคือเรามักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามาแล้วไปเบียดเบียนเงินที่เราตั้งใจจะเก็บเดือนละสามหมื่น คือมันเก็บไว้ได้จริงๆนะคะแต่พอถึงจุดนึงมันก็มีเรื่องมาให้ใช้ เช่น ช่วงแรกพอเก็บได้เป็นแสนก็ซื้อคอนโด ต้องจ่ายค่าทำสัญญาเอย แต่งห้องเอย ซื้อของเข้าห้องเอย แล้วก็หมดค่ะ พอเริ่มเก็บไปสักพักจะต้องจ่ายประกันชีวิตรายปี จ่ายประกันรถ ให้พ่อแม่บ้าง (คือเราไม่ได้ให้เงินทุกเดือนนะคะแต่เราจะให้เดือนพิเศษเช่นวันเกิด วันพ่อ วันแม่ วันปีใหม่) ค่าส่วนกลางคอนโด เมื่อเร็วๆนี้แฟนเราก็เอาเงินออกไปก้อนนึงเพื่อไปลงหุ้นกู้ค่ะ ก็เลยต้องเริ่มเก็บใหม่ และส่วนนึงที่เงินส่วนนี้มักถูกดึงออกไปบ่อยๆคือเราเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ แบบไปเกาหลีญี่ปุ่น ถ้าในประเทศก็ชอบไปแบบทริปใหญ่ๆ กินเต็มที่ ใช้เต็มที่ ก็เลยใช้เงินในการเที่ยวแต่ละครั้งค่อนข้างมาก ... เราก็รู้ดีนะคะว่าเงินที่เราเรียกปลอบใจตัวเองว่าเงินเก็บมันยังไม่ใช่เงินเก็บ มันยังเย็นไม่พอที่จะอยู่นิ่งๆ แต่เรามักคิดง่ายๆไปเสมอว่าก็ขอเที่ยวก่อน ขอเต็มที่กับชีวิตก่อน เดี๋ยวอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเก็บจริงจังแล้วนะ ที่ผ่านมาก็เลยไม่ได้หนักใจอะไรค่ะ จนกระทั่ง!!!!อยากได้คอนโดใหม่อีกหนึ่งที่ (นั่นคือโครงการที่กล่าวไว้ด้านบน)
ถ้าเราตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่อีกหนึ่งที่ เราจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 7,000 บาทในสองปีถัดจากนี้ (เป็นค่าผ่อนดาวว์) และเพิ่มเป็น 12,000 บาท ในสองปีถัดไปเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ (ผ่อนกับธนาคาร) ก็เท่ากับว่าเราจะเหลือเงินที่เราคิดว่าเป็นเงินเก็บบ้างไม่เก็บบ้างแค่เดือนละ 20,000 บาท แล้วเราจะเอาห้องที่เราอยู่ตอนนี้ปล่อยเช่าอาจจะได้รายรับกลับมาเดือนละ 10,000 บาท แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตรีว่าจะมีนเช่าต่อเนื่องกันทุกเดือน เรารู้ดีว่าเหมือนกับการหวังน้ำบ่อหน้าหรือใช้เงินเกินตัว แต่แฟนเราเค้ามองว่าเป็นการลงทุน เราสองคนจึงต่างคนต่างมีเหตุผลมาหักล้างกัน เครียดมากเลยค่ะ
จึงอยากปรึกษาทุกๆคนว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไรดีคะ หรือว่าถ้าตัดสินใจซื้อแล้วเหลือเงินสำรองแค่เท่านี้ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างที่จะทำให้เราอยู่รอดอย่างปลอดภัย ใครเคยมีประสบการณ์ใช้เงินรัดตัวแบบนี้ช่วยกันแชร์ด้วยนะคะ เราต้องการคำแนะนำมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะค้าาาาาาา (อย่าลืมนะคะ!! ด่าได้แต่อย่าแรง 555)