สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว pantip
ตอนนี้ผมกำลังถูกหมายหัว จากคนที่ผมรู้ว่าใคร
ผมกลุ้มมาก ใจนึงก็อยากบอกภรรยา อยากพูดหลายๆเรื่องก่อนไม่มีโอกาส
อีกใจนึงไม่อยากบอกเรื่องนี้ให้เค้ารู้ กลัวเค้าคิดมาก ไม่เป็นอันกินอันนอนกันพอดี
สำหรับผมชีวิตลูกผู้ชายเรื่องแบบนี้ไม่เคยกลัวเลย แต่เป็นห่วงภรรยาและลูกมากกว่าว่าเขาจะอยู่อย่างไร
เรื่องราวทั้งหมดมีอยู่ว่า
มีบริษัท H ชักชวนให้ผมไปทำงานด้วย ด้วยความรู้จักกันผมเลยตกลงทำให้ แต่ไม่รับเงินเดือนจะทำในลักษณะรับเหมาแทน เสร็จงานก็รับเงิน นอกจากงานรับเหมาแล้วก็ยังมีงานคุมโปรเจ็คติดตั้งระบบ โดยตกลงค่าคุมงานกันที่ 5%
เริ่มงาน
ผมก็รับเหมาทำงานผ่านไปได้ด้วยดี ทำเสร็จจ่ายเงินทันที หลังจากผ่านนั้นมีงานมาเรื่อยๆ ผ่านไป2-3 งานการจ่ายเงินเริ่มช้าลง กลายเป็นผมต้องสำรองจ่ายไปก่อน และกว่าจะได ไหนจะลูกน้องอีก
แล้วเรื่องคุมโปรเจ็คงาน จากตกลง 5% ตอนจ่ายเงินเหลือ 1% พูดไม่ออก เพราะผมออกจากงานมาช่วยเค้า เหตุผมนึงที่มาก็เพราะจะได้มาเลี้ยงลูกด้วย
หลักจากนั้นมีงานใหญ่เข้ามาติดๆกัน ผมก็บริหารจัดการได้ ถึงตอนเริ่มทำงาน ไปเอาของปรากฏว่าของติดตั้งไม่ครบ ผมก็ทำส่วนที่มีที่ทำได้ไปก่อน จากนั้นเขาบอกของมาแล้ว พอของมาก็เข้าไปเอา ก็เหมือนเดิม ของไม่ครบ สั่งมาวันละอย่าง
สรุปผมเสียเวลา ค่าน้ำมัน ค่าลูกน้องไปเยอะ ทีนี้เวลามันล่วงเลยจนใกล้ส่งงาน แล้วมาเร่งงานอีก แทนที่จะเสร็จไม่กี่วัน แถมเหลือเวลาเตรียมส่งงานได้อีก นี่ปาเข้าไป 2 อาทิตย์
พองานเสร็จ รอเบิกเหมือนเดิมครับ
ระหว่างรอเบิกเงิน งานก็เข้ามาอีกก็ต้องทำ แล้วก็เหมือนเดิม ของไม่ครับ เงินก็รอเบิก ผมก็สำรองจ่ายไปอีก
ทั้งเรื่องวิ่งรถซื้อของหาของ พากรรมการตรวจจุดติดตั้ง ผมทำทั้งนั้น
จากนั้นผมเลยคุยกับทีมงานตัดสินใจหยุดรับงาน เพราะนอกจากจะไม่คุ้มแล้ว
ของก็ไม่ค่อยสั่งมาให้ครบ ไม่มีระบบการจัดการ ใช้ของถูกไม่สมกับราคางาน และไม่สำรองจ่ายให้ก่อน ทั้งที่งานเสร็จแล้ว
เรื่องวัสดุตัวสำคัญบางตัวก็ให้ไปซื้อร้านขายของเก่า ผมรับไม่ได้จนผมต้องควักเนื้อไปซื้อของใหม่มาติดตั้งให้เอง
ผมตัดสินใจไปทำอย่างอื่นเลย เพื่อความสบายใจคือจะไปขายน้ำ
เพราะเท่าที่ให้เขามาได้มาไม่เยอะ แต่รายจ่ายเป็นแสน
และมีคำพูดนึงที่เขาถามผมว่า "คุณเป็นใครทำไมบริษัทต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น" คิดในใจชวนผมมาแท้ๆ ผมก็ไม่ได้สำคัญหรอกแค่ผู้รับเหมา
หลังจากไม่รับงานเขาเลยมาช่วงนึง
ก็มีบริษัท S มาทาบทามให้ไปทำงานเป็นsale ผมก็ตัดสินใจไป เพราะแฟนกำลังจะว่างงานเนื่องจากหมดสัญญาจ้าง เงินก็เริ่มหมด ถ้าจะต้องมีคนทำงาน คนๆนั้นจะต้องเป็นผม
ผ่านไปไม่นานบริษัท H ที่ผมไปรับเหมารู้เรื่อง ว่ามาอยู่บริษัท S เขาเลยโทรมาขู่และหมายหัวผม (ผมรู้เขาเอาจริง) ทั้งๆที่ผมแค่ผู้รับเหมาที่เค้าชวนไปรับงาน ไม่ใช้พนักงานเค้าซักหน่อย
จากนั้นเขาก็ปล่อยข่าวด้านลบใส่ผมต่างๆนานๆ อีก ให้บริษัทอื่นๆไม่ว่าจ้างผม รวมถึงบริษัทที่ผมมาทำงานด้วย
แต่ยังดีที่ผู้จัดการบริษัท S ที่ผมมาเป็น sale เขาไม่เชื่อ แก่บอกไม่ต้องกลัวเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก พี่ดูแลเอง เขาคงโกรธที่ไม่ทำงานกับเขา น่าจะเพราะเขาหาใครไม่ได้ ไม่มีใครไปรับงาน เนื่องจากเจอปัญหาเดียวกับที่ผมเจอเหมือนกัน
"ผมคิดว่าผู้ใหญ่ทำไมมาทะเลาะเด็ก"
ผู้จัดการบอกไม่ต้องกลัวก็จริง แต่ตอนที่เขาจะเล่นผมขึ้นมา เวลานั้นใครจะช่วยทัน ไม่รู้ที่ไหน เวลาไหน
ผมควรทำไงดี ไม่รู้จะโดนตอนไหน
จะแจ้งความดีมั้ยแต่ผมอยากให้จบๆไป
เป็นห่วงครอบครัวครับ
เมื่อผมถูกหมายหัว
ตอนนี้ผมกำลังถูกหมายหัว จากคนที่ผมรู้ว่าใคร
ผมกลุ้มมาก ใจนึงก็อยากบอกภรรยา อยากพูดหลายๆเรื่องก่อนไม่มีโอกาส
อีกใจนึงไม่อยากบอกเรื่องนี้ให้เค้ารู้ กลัวเค้าคิดมาก ไม่เป็นอันกินอันนอนกันพอดี
สำหรับผมชีวิตลูกผู้ชายเรื่องแบบนี้ไม่เคยกลัวเลย แต่เป็นห่วงภรรยาและลูกมากกว่าว่าเขาจะอยู่อย่างไร
เรื่องราวทั้งหมดมีอยู่ว่า
มีบริษัท H ชักชวนให้ผมไปทำงานด้วย ด้วยความรู้จักกันผมเลยตกลงทำให้ แต่ไม่รับเงินเดือนจะทำในลักษณะรับเหมาแทน เสร็จงานก็รับเงิน นอกจากงานรับเหมาแล้วก็ยังมีงานคุมโปรเจ็คติดตั้งระบบ โดยตกลงค่าคุมงานกันที่ 5%
เริ่มงาน
ผมก็รับเหมาทำงานผ่านไปได้ด้วยดี ทำเสร็จจ่ายเงินทันที หลังจากผ่านนั้นมีงานมาเรื่อยๆ ผ่านไป2-3 งานการจ่ายเงินเริ่มช้าลง กลายเป็นผมต้องสำรองจ่ายไปก่อน และกว่าจะได ไหนจะลูกน้องอีก
แล้วเรื่องคุมโปรเจ็คงาน จากตกลง 5% ตอนจ่ายเงินเหลือ 1% พูดไม่ออก เพราะผมออกจากงานมาช่วยเค้า เหตุผมนึงที่มาก็เพราะจะได้มาเลี้ยงลูกด้วย
หลักจากนั้นมีงานใหญ่เข้ามาติดๆกัน ผมก็บริหารจัดการได้ ถึงตอนเริ่มทำงาน ไปเอาของปรากฏว่าของติดตั้งไม่ครบ ผมก็ทำส่วนที่มีที่ทำได้ไปก่อน จากนั้นเขาบอกของมาแล้ว พอของมาก็เข้าไปเอา ก็เหมือนเดิม ของไม่ครบ สั่งมาวันละอย่าง
สรุปผมเสียเวลา ค่าน้ำมัน ค่าลูกน้องไปเยอะ ทีนี้เวลามันล่วงเลยจนใกล้ส่งงาน แล้วมาเร่งงานอีก แทนที่จะเสร็จไม่กี่วัน แถมเหลือเวลาเตรียมส่งงานได้อีก นี่ปาเข้าไป 2 อาทิตย์
พองานเสร็จ รอเบิกเหมือนเดิมครับ
ระหว่างรอเบิกเงิน งานก็เข้ามาอีกก็ต้องทำ แล้วก็เหมือนเดิม ของไม่ครับ เงินก็รอเบิก ผมก็สำรองจ่ายไปอีก
ทั้งเรื่องวิ่งรถซื้อของหาของ พากรรมการตรวจจุดติดตั้ง ผมทำทั้งนั้น
จากนั้นผมเลยคุยกับทีมงานตัดสินใจหยุดรับงาน เพราะนอกจากจะไม่คุ้มแล้ว
ของก็ไม่ค่อยสั่งมาให้ครบ ไม่มีระบบการจัดการ ใช้ของถูกไม่สมกับราคางาน และไม่สำรองจ่ายให้ก่อน ทั้งที่งานเสร็จแล้ว
เรื่องวัสดุตัวสำคัญบางตัวก็ให้ไปซื้อร้านขายของเก่า ผมรับไม่ได้จนผมต้องควักเนื้อไปซื้อของใหม่มาติดตั้งให้เอง
ผมตัดสินใจไปทำอย่างอื่นเลย เพื่อความสบายใจคือจะไปขายน้ำ
เพราะเท่าที่ให้เขามาได้มาไม่เยอะ แต่รายจ่ายเป็นแสน
และมีคำพูดนึงที่เขาถามผมว่า "คุณเป็นใครทำไมบริษัทต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น" คิดในใจชวนผมมาแท้ๆ ผมก็ไม่ได้สำคัญหรอกแค่ผู้รับเหมา
หลังจากไม่รับงานเขาเลยมาช่วงนึง
ก็มีบริษัท S มาทาบทามให้ไปทำงานเป็นsale ผมก็ตัดสินใจไป เพราะแฟนกำลังจะว่างงานเนื่องจากหมดสัญญาจ้าง เงินก็เริ่มหมด ถ้าจะต้องมีคนทำงาน คนๆนั้นจะต้องเป็นผม
ผ่านไปไม่นานบริษัท H ที่ผมไปรับเหมารู้เรื่อง ว่ามาอยู่บริษัท S เขาเลยโทรมาขู่และหมายหัวผม (ผมรู้เขาเอาจริง) ทั้งๆที่ผมแค่ผู้รับเหมาที่เค้าชวนไปรับงาน ไม่ใช้พนักงานเค้าซักหน่อย
จากนั้นเขาก็ปล่อยข่าวด้านลบใส่ผมต่างๆนานๆ อีก ให้บริษัทอื่นๆไม่ว่าจ้างผม รวมถึงบริษัทที่ผมมาทำงานด้วย
แต่ยังดีที่ผู้จัดการบริษัท S ที่ผมมาเป็น sale เขาไม่เชื่อ แก่บอกไม่ต้องกลัวเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก พี่ดูแลเอง เขาคงโกรธที่ไม่ทำงานกับเขา น่าจะเพราะเขาหาใครไม่ได้ ไม่มีใครไปรับงาน เนื่องจากเจอปัญหาเดียวกับที่ผมเจอเหมือนกัน
"ผมคิดว่าผู้ใหญ่ทำไมมาทะเลาะเด็ก"
ผู้จัดการบอกไม่ต้องกลัวก็จริง แต่ตอนที่เขาจะเล่นผมขึ้นมา เวลานั้นใครจะช่วยทัน ไม่รู้ที่ไหน เวลาไหน
ผมควรทำไงดี ไม่รู้จะโดนตอนไหน
จะแจ้งความดีมั้ยแต่ผมอยากให้จบๆไป
เป็นห่วงครอบครัวครับ