สับสน เรื่อง จริง รึ ภาพหลอน?

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ เราอายุ 36 ปี มีลูกชาย 1 คน อยากมาเล่าเรื่องที่เราพบเจอมา มันอาจจะขาดหายไปบ้างเพราะเรื่องมันเกิดนานแล้ว เราอาจจะเรียบเรียงไม่เก่งใช้คำผิดๆถูกๆบ้างต้องขออภัยด้วยน่ะค่ะ
++ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนเราได้เจอเรื่องราวที่วิทยาศาสตร์ พิสูจณ์ไม่ได้ เริ่มจากการพ่อป่วยเริ่มมีอาการแปลกๆ จนไม่สามารถนั่งได้ปกติ ตอนนี้ได้มีโอกาสเจอเพื่อนสมัยเรียน และเริ่มชักชวนให้ลูกจักคนทรง ซึ่งบอกตรงๆว่าเราพอเข้าใจเรื่องนี้ แต่ไม่เคยรู้รายละเอียด และสิ่งแปลกๆก็เริ่มเกิดขึ้น คืนนึงเราฝันเห็นพ่อเราทะเลาะกับ ผู้หญิงคนนึงหน้าวัด ในฝันเราได้เห็นภาพรายละเอียดชัดเจน จึงเล่าให้พ่อเราฟัง ถึงความฝันว่าเห็นพ่อเราทะเลาะกับผู้หญิงคนนึง ในใจก็มีความรู้สึกว่าพ่อต้องบวช ในอกมันมีเสียงดังเป็นคำพูดของเราเอง ว่าตอนนี้พ่อเจ็บขาจนนั่งและเดินไม่ได้ พ่อเราได้ฟังก็ งง มากในสิ่งที่เราพูดเรื่องเจ็บขา เค้าไม่บอกใครในครอบครัวเพราะกลัวทุกคนเป็นห่วง เรื่องที่พ่อไปทะเลาะกับผู้หญิงในวัด มันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่เคยได้พูดกับใครเลย ส่วนเรื่องบวชคือ ตอนนี้พ่อเราก็คิดอยู่ จากนั้นเราก็ปรึกษาเพื่อน และได้นัดคนทรงมาเจอกันที่บ้าน และได้นัดหมายติดต่อวัดเพื่อให้พ่อเราขึ้นไปบวชพระ และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในคืนนึง เราฝันเห็นผู้หญิงผมยาวหยิก สวมสร้อยเหมือนในละครจักรๆวงๆตอนเช้า สะดุงตื่นขึ้นจึงถามเพื่อนที่รู้จักร่างทรงก็ได้บอกว่า มีเทพมาดูเราจริง จากนั้นเราก็ได้เห็นได้ยิน ในเรื่องที่มองไม่เห็น เรารู้สึกกลัวเครียด ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร จริงๆอยู่ว่าตอนเด็กๆเราเคยเห็นภาพซ้อนหลายๆครั้ง แต่ด้วยความเป็นเด็กเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็ไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่ แต่คราวนี้มันพิเศษขึ้นมาก คือมีเสียงพูดดังออกมาจากอก ไม่รู้ว่าทำไม มันบีบให้ต้องพูดเรื่องแปลกๆของคนอื่นออกมา ซ้ำยังได้เห็นภาพ และเรื่องราวต่างๆของคนอื่น มันเหมือนภาพซ้อนเข้ามาในการใช้ชีวิตปัจจุบัน มันได้ยินเสียงแปลกๆตลอด ถ้าไม่พูดไม่บอกมันจะแน่น อึดอัดในอกตลอดเวลา
*มีอยู่เรื่องนึงที่เกิดขึ้นคือ เพื่อนเราได้เสียชีวิต คนมาเจอก็เสียได้สักพักแล้ว และกลุ่มเพื่อนก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงโทรมาหาเราบอกให้เราจุดไหว้พระ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ เราก็ทำน่ะไม่คิดอะไร จากนั้นเราก็เห็นภาพเพื่อนที่เสียชีวิตว่าที่ไหน ใส่เสื้อสีอะไร ลักษณะเป็นยังไง เราไม่ค่อยรู้เลยพูดไปเท่าที่เห็น ในใจก็สับสนน่ะว่าอะไรว่ะ พอเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนตกใจมากคือ เราพูดตรงหมดทุกอย่างเลย เราก็ตกใจช้อคเลยคราวนี้ เป็นโรคผวาเลยเหมือนคุมสิติตัวเองไม่ได้เลย กลัวจริงๆ มันหลอนไปหมด
*เรื่องแปลกๆของเราอีกเรื่อง คือมีอยู่วันนึงเรานั่งทำงานและมองเห็น พนักงานในบริษัทนั่งอยู่ที่โต๊ะเค้าแล้วเราก็เห็น เด็กผู้ชายคนนึงยืนอยู่ข้างๆ เราอึดอัดมาก พยายามเก็บอาการในอกก็มีเสียงพูดตลอดว่า มีเด็กน่ะไปทำอะไรมา ต้องทำบุญถือศิล เสียงพวกนี้มันดังวนในอกทั้งวัน จนทนไหมไหวได้ส่งข้อความคุยกับ พนักงานคนนั้น เราบอกว่าเราขอโทษน่ะ หากสิ่งที่จะถามมันไม่เป็นความจริง เราสงสัยเราเห็นเด็กมายืนข้างๆไปทำอะไรมารึเปล่า เคยทำแท้ไหม รึ เคยเลี้ยงกุมารไหม พูดไปทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือ ไม่ พูดไปโดยที่สับสน พูดไปแบบคนบ้า พนักงานก็ตอบกลับมาว่า ใช่ที่บ้านเค้าเป็นคนทรง เราเห็นรึ เป็นยังไงคุยกันสักพัก เค้าก็ตกใจน่ะเพราะเรื่องนี้เค้าไม่เคยพูดให้คนในบริษัทฟัง จากนั้นพนักงานคนนี้ก็ชอบส่งข้อความมาถามตลอดว่า เค้าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้เค้าต้องทำไง พูดตรงๆเราตอบไปแบบไม่ได้คิดอะไร รู้สึกยังไงก็บอกไปแบบนั้น มีเรื่องอยู่เรื่องนึงพนักงานคนนั้นได้พิมปรึกษาเราว่า เค้ากับแฟนทะเลาะกันตลอด จะต้องเป็นอีกนานไหม เราเงียบไป 2 วันอยู่ๆก็พิมพ์แซตไปหาพนักงานคนนั้นว่า ชีวิตคู่ไม่สามารถจะมีควาสุขได้เพราะต่างก็ฟุ้งซ่าน มันเป็นกรรมเก่าของทั้งคู่ที่ไปแย่งคนรักจากครอบครัวของเค้าออกมา ปัจจุบันชีวิตจะคู่ต้องอยู่คนละบ้านกัน ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ พออ่านข้อความเราจบก็โทรมาหาร้องไห้เค้าดูทุกข์ใจมาก เค้าจะแก้ไขยังไงได้บ้าง เราก็ตอบไปตรงๆว่าเราไม่รู้ และก็ทิ้งคำถามไว้ให้เค้า คือไอ้สิ่งที่เรารู้ส่วนใหญ่มันไม่ค่อยจะมีที่มาที่ไป เราก็สงสัยไม่เข้าใจกับมัน จนไปถวายสีงฆทานที่วัดแห่งนึงด้วยวันสำคัญทางศาสนาวันอะไรเราก็จำไม่ได้ พระท่านรดน้ำมนต์ให้เราแล้วพูดว่าไหว้พระสวดมนต์บ้างน่ะโยม บางครั้งเราก็คิดว่าอาจเพราะเราไม่ปฏิบัติ ไม่ไหว้พระสวดมนต์ ทุกสิ่งที่รู้ ที่เห็นมันจึงไม่ค่อยชัดเจน เราจึงอยากพิสูจน์ดู จึงเข้ารับศิลบวชชีพราหมณ์ และหลังจากนั้นทุกอย่างมันก็ เป็นรูปเป็นร่างขึ้น.....
<<เด๋วกลับมาต่อน่ะ>>
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่