คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
การจำแนกเครื่องดนตรีไทยตามลักษณะการบรรเลงสามารถแบ่งได้ ๔ ประเภท ได้แก่ เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า
เครื่องดีด
1. จะเข้
ได้รับอิทธิพลจากมอญ มีสาย 3 สาย ผสมอยู่ในวงเครื่องสายและวงมโหรี ซึ่งใช้บรรเลงร่วมกับขับร้องในงานมลคลต่างๆโดยเฉพาะเฉพาะในงานมงคลสมรส เข้าใจว่าได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากพิณ คือ กระจับปี่ซึ่งมี 4 สาย นำมาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก มีประวัติและมีหลักฐานครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะเข้ได้นำเข้าร่วมบรรเลงอยู่ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้นิยมเล่นจะเข้กันมาก ทำให้กระจับปี่ค่อย ๆ หายไปในปัจจุบัน เนื่องจากหาผู้เล่นเป็นน้อย
ส่วนประกอบ ลำตัว รางรับนม หลักผูกสาย โต๊ะ แหน นม ซุ้มหย่อง รังไหม ลูกบิด ด้วยสาย---สายไหม 2 สาย และสายลวด 1 สาย
2. พิณเพี๊ยะ หรือ พิณเปี๊ยะ
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดที่เก่าแก่ของชาวลานนา ( เหนือ ) เดิมใช้เป็นเครื่องดีดสำหรับแอ่วสาว นิยมดีดเพลงที่มีทำนองช้าๆ
ลักษณะของพิณเปี๊ยะ มีคันทวนยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ตอนปลายคันทวนทำด้วยเหล็กรูปหัวช้างทองเหลือง สำหรับใช้เป็นที่พาดสาย ใช้สายทองเหลืองเป็นพื้น สายทองเหลืองนี้จะพาดผ่านสลักตรงกะลาแล้วต่อไปผูกกับสลักตรงด้านซ้าย สายของพิณเปี๊ยะมีทั้ง 2 สายและ 4 สาย กะโหลกของพิณเปี๊ยะทำด้วยเปลือกน้ำเต้าตัดครึ่งหรือกะลามะพร้าว ก็ได้ เวลาดีด ใช้กะโหลกประกบติดกับหน้าอก ขยับเปิดปิดให้เกิดเสียงตามต้องการ เช่นเดียวกับพิณน้ำเต้าของภาคกลาง
ส่วนประกอบ กะโหลก คันเพี๊ยะ รัดอก ลูกบิด สาย---ทำด้วยสายป่าน ต่อมาใช้สายลวด หรือสายทองเหลืองโดยโยงจากปีกนกหัสดีลิงไปพันผูกที่ลูกบิด
3. พิณน้ำเต้า
เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดที่มีสายเดียวชนิดนี้เข้าใจว่าชาวอินเดียนำมาแพร่หลายอยู่ในดินแดนแหลมอินโดจีก่อนแล้วขอมโบราณหรือเขมรรับช่วงไว้ก่อนที่ชาวไทยจะอพยพลงมาถึง ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน เม็ด ลูกบิด รัดอก สาย---แต่เดิมใช้เส้นหวาย ต่อมาใช้สายไหม ปัจจุบันใช้สายทองเหลือง โดยพันผูกจากปลายลูกบิดไปยังปลายคันทวนที่โค้งงอ
4. กระจับปี่
เป็นเครื่องดนตรีที่มีสาย ที่ใช้ดีดอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมคงใช้ดีดเล่นเป็นสามัญเช่นเดียวกับพิณเพี๊ยะและเครื่องดนตรีอื่นๆ ต่อมาพบว่านำไปดีดร่วมกับวงขับไม้เรียกชื่อวงภายหลังว่า "วงมโหรีเครื่องสี่และวงมโหรีเครื่องหก เครื่องดนตรีชนิดนี้มีเสียงเบาจึงถูกกลบเสียงจนไม่ได้ยินเสียงของตัวเองจึงเริ่มขาดหายไปจากวงการดนตรี ปัจจุบันได้นำมาร่วมบรรเลงผสมกับดนตรีชิ้นอื่นๆโดยเฉพาะในชุด "ระบำศรีวิชัยและชุด ระบำลพบุรี "
กระจับปี่ สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจาก ภาษาชวา คำว่า กัจฉปิ ซึ่งคำว่า กัจฉปิ นั้นมีรากฐานของคำศัพท์ ในบาลีสันสกฤต คำว่า กัจฉปะ ที่แปลว่า เต่า เนื่องจากลักษณะของ กระจับปี่นั้น จะมีกะโหลกเป็นรูปกลมรีแบนทั้งหน้าหลัง ซึ่งมองแล้วคล้ายกับกระดองของเต่า
ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน รางลูกบิด ลูกบิด ซุ้มหย่อง หย่อง นม ไม้ดีด หลักผูกสาย สาย---ทำด้วยสายไหม มี 4 เส้น
หลักการดีด ผู้ชายจะนั่งท่าขัดสมาธิ ผู้หญิงนั่งในท่าพับเพียบ ให้กะโหลกวางอยู่บนหน้าตักหรือหน้าขา ใช้มือขวาจับไม้ดีด ซึ่งทำด้วยไม้แผ่นบางๆดีดปัดสายเข้า-ออก ในขณะเดียวกัน ก็ใช้นิ้วมือซ้ายกดที่สายแนบกับนม เพื่อให้เสียงสูง-ต่ำตามที่ต้องการ
5. ซึง
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดอีกชนิดหนึ่งที่มี 4 สาย นิยมบรรเลงเล่นกันอย่างแพร่หลายในภาคเหนือซึ่งเดิมใช้เป็นเครื่องดนตรีประจำตัวของผู้ชาย สำหรับไปแอ่วสาว เช่นเดียวกับพิณเพี๊ยะ ต่อมาได้นำมาผสมวงร่วมบรรเลงกับสะล้อซอและปี่จุมเรียกวงนี้ว่า "ดนตรีพื้นเมืองเหนือหรือวงล้านนา" สามารถบรรเลงเพลงของชาวล้านนาได้อย่างไพเราะ ซึง มีรูปร่างบางอย่างคล้ายคลึงกับกระจับปี่ แต่เล็กกว่า ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน ลูกบิด หย่องบน ตะพาน สาย---ทำด้วยลวดทองเหลือง 4 เส้น
6. พิณอีสาน
เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดอีกชนิดหนึ่งมี 3 สาย นิยมใช้บรรเลงเล่นกัน ในภาคอิสานของไทย บรรเลงเดี่ยวและบรรเลงผสมกับแคน โปงลาง ไห โหวด กลองฯเรียกว่า " วงดนตรีพื้นเมืองอิสาน " นอกนั้นยังใช้บรรเลงประกอบการเล่นหมอลำในชุดลำเพลินอีกด้วยพิณมีลักษณะคล้ายคลึงกับซึง ( เครื่องดีดของภาคเหนือ ) เพียงแต่มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย
ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน ลูกบิด รางลูกบิด หย่องบน สาย
หลักการดีดพิณอิสาน ปกติผู้ดีดจะยืนดีดโดยใช้ผ้าหรือเชือกผูกพิณคล้องคอ ให้ตัวกะโหลกอยู่กลางหน้าอกปลายชี้ขึ้นไปทางซ้ายของผู้ดีดใช้มือขวาจับไม้ดีด ซึ่งทำด้วยเขาควายเฉือนเป็นแผ่นบางๆ(ปัจจุบันใช้ปิคแทน ) ดีดปัดขึ้น-ลงในขณะเดียวกันใช้นิ้วของมือซ้ายกดที่สายใกล้กับนมเพื่อให้เกิดเสียง
เครื่องดีด
1. จะเข้
ได้รับอิทธิพลจากมอญ มีสาย 3 สาย ผสมอยู่ในวงเครื่องสายและวงมโหรี ซึ่งใช้บรรเลงร่วมกับขับร้องในงานมลคลต่างๆโดยเฉพาะเฉพาะในงานมงคลสมรส เข้าใจว่าได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากพิณ คือ กระจับปี่ซึ่งมี 4 สาย นำมาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก มีประวัติและมีหลักฐานครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะเข้ได้นำเข้าร่วมบรรเลงอยู่ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้นิยมเล่นจะเข้กันมาก ทำให้กระจับปี่ค่อย ๆ หายไปในปัจจุบัน เนื่องจากหาผู้เล่นเป็นน้อย
ส่วนประกอบ ลำตัว รางรับนม หลักผูกสาย โต๊ะ แหน นม ซุ้มหย่อง รังไหม ลูกบิด ด้วยสาย---สายไหม 2 สาย และสายลวด 1 สาย
2. พิณเพี๊ยะ หรือ พิณเปี๊ยะ
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดที่เก่าแก่ของชาวลานนา ( เหนือ ) เดิมใช้เป็นเครื่องดีดสำหรับแอ่วสาว นิยมดีดเพลงที่มีทำนองช้าๆ
ลักษณะของพิณเปี๊ยะ มีคันทวนยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ตอนปลายคันทวนทำด้วยเหล็กรูปหัวช้างทองเหลือง สำหรับใช้เป็นที่พาดสาย ใช้สายทองเหลืองเป็นพื้น สายทองเหลืองนี้จะพาดผ่านสลักตรงกะลาแล้วต่อไปผูกกับสลักตรงด้านซ้าย สายของพิณเปี๊ยะมีทั้ง 2 สายและ 4 สาย กะโหลกของพิณเปี๊ยะทำด้วยเปลือกน้ำเต้าตัดครึ่งหรือกะลามะพร้าว ก็ได้ เวลาดีด ใช้กะโหลกประกบติดกับหน้าอก ขยับเปิดปิดให้เกิดเสียงตามต้องการ เช่นเดียวกับพิณน้ำเต้าของภาคกลาง
ส่วนประกอบ กะโหลก คันเพี๊ยะ รัดอก ลูกบิด สาย---ทำด้วยสายป่าน ต่อมาใช้สายลวด หรือสายทองเหลืองโดยโยงจากปีกนกหัสดีลิงไปพันผูกที่ลูกบิด
3. พิณน้ำเต้า
เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดที่มีสายเดียวชนิดนี้เข้าใจว่าชาวอินเดียนำมาแพร่หลายอยู่ในดินแดนแหลมอินโดจีก่อนแล้วขอมโบราณหรือเขมรรับช่วงไว้ก่อนที่ชาวไทยจะอพยพลงมาถึง ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน เม็ด ลูกบิด รัดอก สาย---แต่เดิมใช้เส้นหวาย ต่อมาใช้สายไหม ปัจจุบันใช้สายทองเหลือง โดยพันผูกจากปลายลูกบิดไปยังปลายคันทวนที่โค้งงอ
4. กระจับปี่
เป็นเครื่องดนตรีที่มีสาย ที่ใช้ดีดอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมคงใช้ดีดเล่นเป็นสามัญเช่นเดียวกับพิณเพี๊ยะและเครื่องดนตรีอื่นๆ ต่อมาพบว่านำไปดีดร่วมกับวงขับไม้เรียกชื่อวงภายหลังว่า "วงมโหรีเครื่องสี่และวงมโหรีเครื่องหก เครื่องดนตรีชนิดนี้มีเสียงเบาจึงถูกกลบเสียงจนไม่ได้ยินเสียงของตัวเองจึงเริ่มขาดหายไปจากวงการดนตรี ปัจจุบันได้นำมาร่วมบรรเลงผสมกับดนตรีชิ้นอื่นๆโดยเฉพาะในชุด "ระบำศรีวิชัยและชุด ระบำลพบุรี "
กระจับปี่ สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจาก ภาษาชวา คำว่า กัจฉปิ ซึ่งคำว่า กัจฉปิ นั้นมีรากฐานของคำศัพท์ ในบาลีสันสกฤต คำว่า กัจฉปะ ที่แปลว่า เต่า เนื่องจากลักษณะของ กระจับปี่นั้น จะมีกะโหลกเป็นรูปกลมรีแบนทั้งหน้าหลัง ซึ่งมองแล้วคล้ายกับกระดองของเต่า
ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน รางลูกบิด ลูกบิด ซุ้มหย่อง หย่อง นม ไม้ดีด หลักผูกสาย สาย---ทำด้วยสายไหม มี 4 เส้น
หลักการดีด ผู้ชายจะนั่งท่าขัดสมาธิ ผู้หญิงนั่งในท่าพับเพียบ ให้กะโหลกวางอยู่บนหน้าตักหรือหน้าขา ใช้มือขวาจับไม้ดีด ซึ่งทำด้วยไม้แผ่นบางๆดีดปัดสายเข้า-ออก ในขณะเดียวกัน ก็ใช้นิ้วมือซ้ายกดที่สายแนบกับนม เพื่อให้เสียงสูง-ต่ำตามที่ต้องการ
5. ซึง
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดอีกชนิดหนึ่งที่มี 4 สาย นิยมบรรเลงเล่นกันอย่างแพร่หลายในภาคเหนือซึ่งเดิมใช้เป็นเครื่องดนตรีประจำตัวของผู้ชาย สำหรับไปแอ่วสาว เช่นเดียวกับพิณเพี๊ยะ ต่อมาได้นำมาผสมวงร่วมบรรเลงกับสะล้อซอและปี่จุมเรียกวงนี้ว่า "ดนตรีพื้นเมืองเหนือหรือวงล้านนา" สามารถบรรเลงเพลงของชาวล้านนาได้อย่างไพเราะ ซึง มีรูปร่างบางอย่างคล้ายคลึงกับกระจับปี่ แต่เล็กกว่า ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน ลูกบิด หย่องบน ตะพาน สาย---ทำด้วยลวดทองเหลือง 4 เส้น
6. พิณอีสาน
เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดอีกชนิดหนึ่งมี 3 สาย นิยมใช้บรรเลงเล่นกัน ในภาคอิสานของไทย บรรเลงเดี่ยวและบรรเลงผสมกับแคน โปงลาง ไห โหวด กลองฯเรียกว่า " วงดนตรีพื้นเมืองอิสาน " นอกนั้นยังใช้บรรเลงประกอบการเล่นหมอลำในชุดลำเพลินอีกด้วยพิณมีลักษณะคล้ายคลึงกับซึง ( เครื่องดีดของภาคเหนือ ) เพียงแต่มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย
ส่วนประกอบ กะโหลก คันทวน ลูกบิด รางลูกบิด หย่องบน สาย
หลักการดีดพิณอิสาน ปกติผู้ดีดจะยืนดีดโดยใช้ผ้าหรือเชือกผูกพิณคล้องคอ ให้ตัวกะโหลกอยู่กลางหน้าอกปลายชี้ขึ้นไปทางซ้ายของผู้ดีดใช้มือขวาจับไม้ดีด ซึ่งทำด้วยเขาควายเฉือนเป็นแผ่นบางๆ(ปัจจุบันใช้ปิคแทน ) ดีดปัดขึ้น-ลงในขณะเดียวกันใช้นิ้วของมือซ้ายกดที่สายใกล้กับนมเพื่อให้เกิดเสียง
แสดงความคิดเห็น
คุณรู้จักดนตรีไทยมากแค่ไหน?