ครม.สัญจรโคราช กระหึ่มทุกอย่างพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ นายกฯ เน้นจับเข่าคุย รับฟังเสียงสะท้อนประชาชน ชูพัฒนามิติใหม่ภาคอีสานสู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง” แนะคนไทยร่วมมือ ปรองดองสามัคคี มุ่งมั่นพัฒนาประเทศร่วมกัน
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานงานและเตรียมการสถานที่ประชุมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ(ครม.สัญจร)ในวันที่ 21-22 สิงหาคม2560เปิดเผยว่าเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอขอบคุณทาง จ.นครราชสีมาที่คัดเลือกให้เป็นสถานที่ในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการเมื่อได้รับทราบเราได้เตรียมความพร้อมหลายด้านรวมถึงได้ร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด( ผวจ.)หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด หน่วยงานต่างๆตลอด จนประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการคือพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อนำเสนอความพร้อมของมหาวิทยาลัย
“โดยเลือกใช้อาคารสุรสัมมนาคารเป็นอาคารสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจร มีห้องประชุมขนาดใหญ่ และมีห้องบริการ13ห้องซึ่งเพียงพอต่อการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ห้องพักผู้ชี้แจง ห้องพักคณะรัฐมนตรี ห้องพักหัวหน้าส่วนราชการต่างๆรวมถึงคณะทีมงานทั้งจากสำนักงานเลขานุการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรามีห้องพักให้ทีมงานเหล่านี้ได้อยู่กันอย่างเพียงพอและครบถ้วน” ผศ.ดร.วีรชัย กล่าว
ผู้อำนวยการ มทส.กล่าวอีกว่าทั้งนี้การจัดประชุมครั้งนี้เราอยากให้บรรยากาศเป็นไปในลักษณะความเป็นอีสานมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน ระบบไอทีรวมถึงระบบสนับสนุนต่างๆจะสอดแทรกเข้าไปให้กลมกลืนระหว่างความเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชุมครม.สัญจรในจังหวัดฯเท่านั้นแต่ถือเป็นการการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย ในฐานะชาวนครราชสีมาส่วนหนึ่งของภาคอีสานได้เตรียมการเต็มที่ให้สมกับที่ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าของสถานที่จัดการจัดประชุม
ส่วนการเตรียมการในขณะนี้แล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ90-100ส่วนอาคารใช้ในจัดประชุมพร้อมร้อยละ100 มีส่วนหนึ่งเป็นอาคารสำหรับรับรองผู้ติดตามที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมครม.จะใช้อาคารสุรพัฒน์2 ซึ่งเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ และเราได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ไม่ว่าจะเป็นด้านเอกสารและคอมพิวเตอร์รวมถึงในเรื่องสื่อโสตฯ การเตรียมการห้องรับรองสื่อมวลชนระบบสนับสนุนที่จะใช้ส่งข่าวสารต่างๆยังมีกองอำนวยการร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับจังหวัดฯ ส่วนราชการต่างๆทุกกระทรวง
ผศ.ดร.วีรชัยกล่าวว่าในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ จะมีคณะรัฐมนตรีบางส่วนลงพื้นที่ในเขตจังหวัดนครราชสีมาและมีบางส่วนลงพื้นที่ในเขตจังหวัดแถบภาคอีสานเช่น จ.ร้อยเอ็ดเพื่อหาข้อมูลมารายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราดำเนินการคือต้องเตรียมความพร้อม ส่วนราชการต่างๆจะเข้ามาเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ตั้งแต่วันที่20สิงหาคมดังนั้นอาคารสุรพัฒน์2 จะเปิดให้เข้าพื้นที่เพื่อให้กระทรวงต่างๆได้เข้ามาเพื่อสรุปปัญหาในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีได้ทราบตามลำดับ
ส่วนด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มทส.เป็นเจ้าบ้านเราได้ร่วมมือจากทางหน่วยงานของ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี พลตรี วิฑูรย์ ศิริปักมานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่21เป็นแม่งานหลักเรื่องของการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้ ส่วนทีมงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย จะเป็นผู้ที่อำนวยความสะดวก อย่างน้อยเราจะส่งคนไปช่วยในเรื่องของการจราจรและเรื่องรักษาความปลอดภัย โดยภาพรวมการเตรียมการ ประเมินดูด้วยระยะเวลาอันสั้นและความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่ได้รับเกียรติครั้งนี้ เราได้เตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลายฝ่ายก็แสดงความชื่นชมพร้อมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น หวังว่า คณะรัฐมนตรีและส่วนราชการทุกท่านคงจะประทับใจเรื่องสถานจัดประชุมครั้งนี้
สำหรับแนวทางการผลักดันในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้นในโอกาสที่มีคณะรัฐมนตรีมาประชุมถึงบ้านเราจึงต้องเรียนให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค มทส.เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมา27ปีโดยขอพื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อใช้ประโยชน์ เมื่อก่อนเป็นป่าเสื่อมโทรม ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็ได้พัฒนามา27ปีได้มีการขยายเป็นภารกิจในเรื่องการเรียนการสอนและการพัฒนาในเรื่องของการบริการแก่ชุมชนได้แก่สร้างโรงพยาบาลสิ่งที่ต้องการนำเสนอคือกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการได้รับอนุญาตให้ใช้ในการดำเนินการเพื่อการศึกษา จำเป็นต้องเรียนทางรัฐบาลและร่วมกันผลักดันเรื่องกรรมสิทธิ์ในพื้นที่เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนของมทส.ต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงการประชุมครม.นอกสถานที่(ครม.สัญจร)ที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่21-22ส.ค.นี้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเห็นว่าจ.นครราชสีมาเป็นประตูสู่ภาคอีสานและเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่าง รัฐบาล จึงได้เลือกเดินทางไปยังพื้นที่นี้ก่อนเป็นอันดับแรกโดยภาคอีสานนี้ ถือเป็นภูมิภาคสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศเพราะมีพื้นที่เพาะปลูกที่กว้างขวาง เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีเส้นทางการคมนาคมที่พร้อม มีประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์และมีธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร เข้มแข็ง อดทน หนักเอาเบาสู้และมีฝีมือ
“นายกฯเปรยว่าสภาพแวดล้อมแต่ละพื้นที่ในประเทศมีความแตกต่างกันไป การลงพื้นที่จะทำให้เข้าใจปัญหา จับเข่าพูดคุยกันได้มากขึ้นเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนถึงบ้านรวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาลว่าประสบผลสำเร็จหรือมีอุปสรรคอย่างไรเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ตรงจุดตามยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9”
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่านายกฯระบุว่าเป้าหมายของการพัฒนาภาคอีสานของรัฐบาลนี้คือการสร้างมิติใหม่ให้ภาคอีสานเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการแก้ไขและต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่เช่นการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนอีสาน การแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การพัฒนาเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาสินค้าOTOPวิสาหกิจชุมชน
“จ.นครราชสีมาจะมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยวโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไทย–จีน)กทม.–นครราชสีมา มอเตอร์เวย์ กทม.–นครราชสีมาโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน การยกระดับสินค้าผ้าไหมและผ้าย้อมคราม ส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่น การเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำบึงกระโดนและลำเชียงไกร(ตอนล่าง) การลงทุนค้าขายเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC และ กทม.”
โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวต่อว่าทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าการสร้างอนาคตที่ดีของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยเฉพาะภาคอีสานนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุกคน รัฐบาลกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20ปีและการปฏิรูปประเทศจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมใน5ปีข้างหน้า โดยขณะนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะได้มาซึ่งรัฐบาลที่โปร่งใส ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากคนไทยมีความปรองดองและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศร่วมกันก็เชื่อว่าจะไปสู่เป้าหมายได้โดยไม่ยากนัก
http://m.naewna.com/view/frontpage/287017
ลุงตู่เสียอย่างไม่ต้องเสียเงินจ้างให้เปลืองงบประชาสัมพันธ์ สื่อก็วิ่งตามแทบไม่ทัน
แต่รัฐมนตรีท่านอื่นละก็เหมือนกันทุกรัฐบาล บางสื่ออาจจะไม่เคยทราบผลงานก็ต้องประชาสัมพันธ์กันบ้าง
ลงโคราชครั้งนี้..ลุงตู่ก็ดังกลบข่าวป้าปูไปแล้วค่ะ



~มาลาริน~** ลุงตู่ "กลองดีไม่ตีก็ดัง"..โคราชกระหึ่ม! รับ‘บิ๊กตู่’ครม.สัญจร สถานที่พร้อม100%
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานงานและเตรียมการสถานที่ประชุมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ(ครม.สัญจร)ในวันที่ 21-22 สิงหาคม2560เปิดเผยว่าเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอขอบคุณทาง จ.นครราชสีมาที่คัดเลือกให้เป็นสถานที่ในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการเมื่อได้รับทราบเราได้เตรียมความพร้อมหลายด้านรวมถึงได้ร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด( ผวจ.)หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด หน่วยงานต่างๆตลอด จนประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการคือพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อนำเสนอความพร้อมของมหาวิทยาลัย
“โดยเลือกใช้อาคารสุรสัมมนาคารเป็นอาคารสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจร มีห้องประชุมขนาดใหญ่ และมีห้องบริการ13ห้องซึ่งเพียงพอต่อการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ห้องพักผู้ชี้แจง ห้องพักคณะรัฐมนตรี ห้องพักหัวหน้าส่วนราชการต่างๆรวมถึงคณะทีมงานทั้งจากสำนักงานเลขานุการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรามีห้องพักให้ทีมงานเหล่านี้ได้อยู่กันอย่างเพียงพอและครบถ้วน” ผศ.ดร.วีรชัย กล่าว
ผู้อำนวยการ มทส.กล่าวอีกว่าทั้งนี้การจัดประชุมครั้งนี้เราอยากให้บรรยากาศเป็นไปในลักษณะความเป็นอีสานมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน ระบบไอทีรวมถึงระบบสนับสนุนต่างๆจะสอดแทรกเข้าไปให้กลมกลืนระหว่างความเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชุมครม.สัญจรในจังหวัดฯเท่านั้นแต่ถือเป็นการการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย ในฐานะชาวนครราชสีมาส่วนหนึ่งของภาคอีสานได้เตรียมการเต็มที่ให้สมกับที่ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าของสถานที่จัดการจัดประชุม
ส่วนการเตรียมการในขณะนี้แล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ90-100ส่วนอาคารใช้ในจัดประชุมพร้อมร้อยละ100 มีส่วนหนึ่งเป็นอาคารสำหรับรับรองผู้ติดตามที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมครม.จะใช้อาคารสุรพัฒน์2 ซึ่งเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ และเราได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ไม่ว่าจะเป็นด้านเอกสารและคอมพิวเตอร์รวมถึงในเรื่องสื่อโสตฯ การเตรียมการห้องรับรองสื่อมวลชนระบบสนับสนุนที่จะใช้ส่งข่าวสารต่างๆยังมีกองอำนวยการร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับจังหวัดฯ ส่วนราชการต่างๆทุกกระทรวง
ผศ.ดร.วีรชัยกล่าวว่าในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ จะมีคณะรัฐมนตรีบางส่วนลงพื้นที่ในเขตจังหวัดนครราชสีมาและมีบางส่วนลงพื้นที่ในเขตจังหวัดแถบภาคอีสานเช่น จ.ร้อยเอ็ดเพื่อหาข้อมูลมารายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราดำเนินการคือต้องเตรียมความพร้อม ส่วนราชการต่างๆจะเข้ามาเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ตั้งแต่วันที่20สิงหาคมดังนั้นอาคารสุรพัฒน์2 จะเปิดให้เข้าพื้นที่เพื่อให้กระทรวงต่างๆได้เข้ามาเพื่อสรุปปัญหาในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีได้ทราบตามลำดับ
ส่วนด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มทส.เป็นเจ้าบ้านเราได้ร่วมมือจากทางหน่วยงานของ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี พลตรี วิฑูรย์ ศิริปักมานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่21เป็นแม่งานหลักเรื่องของการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้ ส่วนทีมงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย จะเป็นผู้ที่อำนวยความสะดวก อย่างน้อยเราจะส่งคนไปช่วยในเรื่องของการจราจรและเรื่องรักษาความปลอดภัย โดยภาพรวมการเตรียมการ ประเมินดูด้วยระยะเวลาอันสั้นและความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่ได้รับเกียรติครั้งนี้ เราได้เตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลายฝ่ายก็แสดงความชื่นชมพร้อมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น หวังว่า คณะรัฐมนตรีและส่วนราชการทุกท่านคงจะประทับใจเรื่องสถานจัดประชุมครั้งนี้
สำหรับแนวทางการผลักดันในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้นในโอกาสที่มีคณะรัฐมนตรีมาประชุมถึงบ้านเราจึงต้องเรียนให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค มทส.เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมา27ปีโดยขอพื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อใช้ประโยชน์ เมื่อก่อนเป็นป่าเสื่อมโทรม ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็ได้พัฒนามา27ปีได้มีการขยายเป็นภารกิจในเรื่องการเรียนการสอนและการพัฒนาในเรื่องของการบริการแก่ชุมชนได้แก่สร้างโรงพยาบาลสิ่งที่ต้องการนำเสนอคือกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการได้รับอนุญาตให้ใช้ในการดำเนินการเพื่อการศึกษา จำเป็นต้องเรียนทางรัฐบาลและร่วมกันผลักดันเรื่องกรรมสิทธิ์ในพื้นที่เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนของมทส.ต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงการประชุมครม.นอกสถานที่(ครม.สัญจร)ที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่21-22ส.ค.นี้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเห็นว่าจ.นครราชสีมาเป็นประตูสู่ภาคอีสานและเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่าง รัฐบาล จึงได้เลือกเดินทางไปยังพื้นที่นี้ก่อนเป็นอันดับแรกโดยภาคอีสานนี้ ถือเป็นภูมิภาคสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศเพราะมีพื้นที่เพาะปลูกที่กว้างขวาง เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีเส้นทางการคมนาคมที่พร้อม มีประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์และมีธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร เข้มแข็ง อดทน หนักเอาเบาสู้และมีฝีมือ
“นายกฯเปรยว่าสภาพแวดล้อมแต่ละพื้นที่ในประเทศมีความแตกต่างกันไป การลงพื้นที่จะทำให้เข้าใจปัญหา จับเข่าพูดคุยกันได้มากขึ้นเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนถึงบ้านรวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาลว่าประสบผลสำเร็จหรือมีอุปสรรคอย่างไรเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ตรงจุดตามยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9”
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่านายกฯระบุว่าเป้าหมายของการพัฒนาภาคอีสานของรัฐบาลนี้คือการสร้างมิติใหม่ให้ภาคอีสานเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการแก้ไขและต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่เช่นการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนอีสาน การแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การพัฒนาเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาสินค้าOTOPวิสาหกิจชุมชน
“จ.นครราชสีมาจะมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยวโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไทย–จีน)กทม.–นครราชสีมา มอเตอร์เวย์ กทม.–นครราชสีมาโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน การยกระดับสินค้าผ้าไหมและผ้าย้อมคราม ส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่น การเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำบึงกระโดนและลำเชียงไกร(ตอนล่าง) การลงทุนค้าขายเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC และ กทม.”
โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวต่อว่าทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าการสร้างอนาคตที่ดีของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยเฉพาะภาคอีสานนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุกคน รัฐบาลกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20ปีและการปฏิรูปประเทศจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมใน5ปีข้างหน้า โดยขณะนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะได้มาซึ่งรัฐบาลที่โปร่งใส ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากคนไทยมีความปรองดองและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศร่วมกันก็เชื่อว่าจะไปสู่เป้าหมายได้โดยไม่ยากนัก
http://m.naewna.com/view/frontpage/287017
ลุงตู่เสียอย่างไม่ต้องเสียเงินจ้างให้เปลืองงบประชาสัมพันธ์ สื่อก็วิ่งตามแทบไม่ทัน
แต่รัฐมนตรีท่านอื่นละก็เหมือนกันทุกรัฐบาล บางสื่ออาจจะไม่เคยทราบผลงานก็ต้องประชาสัมพันธ์กันบ้าง
ลงโคราชครั้งนี้..ลุงตู่ก็ดังกลบข่าวป้าปูไปแล้วค่ะ