ช่วงปี 2515 -2518 ซึ่งยังมีภาคบังคับให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานีถ่ายทอดข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ช่วง 07.00 น. และ 20.00 น.
แต่ช่วงเช้า 07.00 น.นั้น หลังจากมีการเสนอข่าว และสารคดีสั้นแล้ว ยังพอมีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนถึงเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเคารพธงชาติ ทางสถานีมักจะเปิดเพลงบรรเลงสากลให้ฟัง และหนึ่งในเพลงเหล่านั้นก็มี Hungarian Dance No. 5 ของคีตกวีชาวเยอรมัน Johannes Brahms ทำนองไพเราะทีเดียว
https://youtu.be/3X9LvC9WkkQ
สำหรับข้อมูลของนักแต่งเพลงท่านนี้ ผมยอมรับว่ามีความรู้น้อยมากๆ คนที่น่าจะให้ความรู้ได้ดีที่สุด เห็นจะเป็นคุณพิชัย วาศนาส่ง อดีตผู้จัดรายการ "พบโลก" แต่ท่านก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว
จึงขออนุญาตขอลอกข้อมูลจากเว็บไซต์ wikipediathai.com เกี่ยวกับนักคีตกวีท่านนี้มาให้อ่านกันนะครับ
โยฮันเนส บรามส์ (อังกฤษ: Johannes Brahms 7 พฤษภาคม พ.ศ.2376 - 3 เมษายน พ.ศ.2440) เป็นคีตกวีและวาทยกรชาวเยอรมัน หลายคนยกย่องเขาในฐานะทายาททางดนตรีของเบโธเฟน ซิมโฟนีบทแรกของเขาได้รับการยกย่องจาก ฮันส์ ฟอน บือโลว์ ว่าเป็นซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน
บรามส์เกิดที่นครฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี บิดาเป็นนักเล่นดับเบิลเบสและยังเป็นครูดนตรีคนแรกของเขาอีกด้วย
เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถมากอันโดดเด่นเกินวัย สนใจเครื่องดนตรีทุกประเภท ครูดนตรีคนสำคัญของเขาได้แก่เอด๊วด มาร์กเซ็น ได้สอนเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยความหวังที่ว่าเขาจะกลายเป็นนักเปียโนเอกในอนาคต โดยได้สอนเทคนิคการเล่นของ บาค โมซาร์ท และเบโธเฟน ซึ่งกลายเป็นที่จดจำของบรามส์ไปตลอด โดยมิได้ทำลายพรสวรรค์ทางการสร้างสรรค์ของศิษย์
ความสามารถทางการเล่นเปียโนของเขา ทำให้เขาได้เป็นนักดนตรีอาชีพครั้งแรกที่ผับแห่งหนึ่งในนครฮัมบูร์ก ตั้งแต่มีอายุเพียงสิบสามปี
ในปี พ.ศ.2396 (ค.ศ.1853) บรามส์ออกตระเวนเปิดการแสดงกับเพื่อนนักไวโอลิน ชื่อเอด๊วด เรเมนยี ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้พบกับนักไวโอลินชื่อดังแห่งยุค โยเซ็ฟ โยอาคิม ผู้ซึ่งประทับใจฝีมือของบรามส์มาก และยังได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับ ฟรานซ์ ลิซท์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชูมันน์ กับภรรยา คลาร่า ชูมันน์ ซึ่งเขาได้สนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี อิทธิพลของชูมันน์ที่มีต่องานของบรามส์นั้นใหญ่หลวงนัก
ระหว่างปี พ.ศ.2400 (ค.ศ.1857) ถึง พ.ศ.2402 (ค.ศ.1859) เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะนักร้องประสานเสียงประจำวังของเจ้าชายแห่งเด็ตโมลด์ ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้ประพันธ์เซเรเนดสำหรับวงดุริยางค์ขึ้นสองบท และคอนแชร์โต้สำหรับเปียโนชื้นแรก
ปี พ.ศ.2405 (ค.ศ.1862) เขาได้เดินทางกลับสู่นครเวียนนา ชื่อเสียงในฐานะนักดนตรีของเขาเพิ่มขึ้น และได้รับการยกย่องให้เป็น ทายาทดนตรีของเบโธเฟน เพลงสวดเรเควียมของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์คำกล่าวนั้นได้เป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ.2413 (ค.ศ.1870) เขาได้พบกับวาทยกรฮันส์ ฟอน บือโลว์ ผู้ซึ่งมีอุปการคุณต่องานดนตรีของบรามส์เป็นอย่างมากในภายหลัง
ในปี พ.ศ.2419 (ค.ศ.1876) บรามส์แต่งซิมโฟนีบทแรกสำเร็จ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน ตามคำกล่าวของบือโลว์ จากนั้นก็มีงานประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ตามมาจำนวนมาก ซิมโฟนีอีกสามบท คอนแชร์โต้สำหรับไวโอลิน คอนแชร์โต้หมายเลขสองสำหรับเปียโน จนกระทั่งถึงผลงานเอกในช่วงบั้นปลายชีวิต นั่นก็คือบทเพลงสำหรับคลาริเน็ท
งานของบรามส์ได้รับอิทธิพลหลากหลาย โดดเด่นด้วยศาสตร์แห่งเคานเตอร์พ้อยท์ และ โพลีโฟนี ความงดงามของบทเพลงที่เขาประพันธ์อยู่ที่รูปแบบคลาสสิกที่ถูกแต่งแต้มด้วยความถวิลหาของยุคโรแมนติก แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีสันทางดนตรีอันบรรเจิด ท่วงทำนองที่สร้างสรรค์ และจังหวะทำให้ประหลาดใจด้วยการสอดประสานกัน เป็นผลงานส่วนตัวของบรามส์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ซึ่งเราอาจนึกว่าจะเข้าใจยากเมื่อแรกได้ยิน แต่เราก็จะเข้าถึงได้และขาดไม่ได้ในที่สุด
นับเป็นหนึ่งในคีตกวีคนสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก ศพของโยฮันเนส บรามส์ ถูกฝังไว้ที่สุสานกลางแห่งนครเวียนนา ในส่วนของนักดนตรีคนสำคัญผู้ล่วงลับ
ที่ผมยังสงสัยอีกนิดว่า เหล่าคีตกวีอันมีชื่อเสียงที่เป็นชาวเยอรมัน เวลาเสียชีวิตมักจะถูกนำไปฝังไว้ที่ประเทศออสเตรีย หรือว่าสมัยนั้นเยอรมันในปัจจุบันหรือปรัสเซียในก่อนโน้นยังอยู่ในดินแดนของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี กระมัง ?
ขอประชันบ้างล่ะครับ
แต่ช่วงเช้า 07.00 น.นั้น หลังจากมีการเสนอข่าว และสารคดีสั้นแล้ว ยังพอมีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนถึงเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเคารพธงชาติ ทางสถานีมักจะเปิดเพลงบรรเลงสากลให้ฟัง และหนึ่งในเพลงเหล่านั้นก็มี Hungarian Dance No. 5 ของคีตกวีชาวเยอรมัน Johannes Brahms ทำนองไพเราะทีเดียว
https://youtu.be/3X9LvC9WkkQ
สำหรับข้อมูลของนักแต่งเพลงท่านนี้ ผมยอมรับว่ามีความรู้น้อยมากๆ คนที่น่าจะให้ความรู้ได้ดีที่สุด เห็นจะเป็นคุณพิชัย วาศนาส่ง อดีตผู้จัดรายการ "พบโลก" แต่ท่านก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว
จึงขออนุญาตขอลอกข้อมูลจากเว็บไซต์ wikipediathai.com เกี่ยวกับนักคีตกวีท่านนี้มาให้อ่านกันนะครับ
โยฮันเนส บรามส์ (อังกฤษ: Johannes Brahms 7 พฤษภาคม พ.ศ.2376 - 3 เมษายน พ.ศ.2440) เป็นคีตกวีและวาทยกรชาวเยอรมัน หลายคนยกย่องเขาในฐานะทายาททางดนตรีของเบโธเฟน ซิมโฟนีบทแรกของเขาได้รับการยกย่องจาก ฮันส์ ฟอน บือโลว์ ว่าเป็นซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน
บรามส์เกิดที่นครฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี บิดาเป็นนักเล่นดับเบิลเบสและยังเป็นครูดนตรีคนแรกของเขาอีกด้วย
เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถมากอันโดดเด่นเกินวัย สนใจเครื่องดนตรีทุกประเภท ครูดนตรีคนสำคัญของเขาได้แก่เอด๊วด มาร์กเซ็น ได้สอนเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยความหวังที่ว่าเขาจะกลายเป็นนักเปียโนเอกในอนาคต โดยได้สอนเทคนิคการเล่นของ บาค โมซาร์ท และเบโธเฟน ซึ่งกลายเป็นที่จดจำของบรามส์ไปตลอด โดยมิได้ทำลายพรสวรรค์ทางการสร้างสรรค์ของศิษย์
ความสามารถทางการเล่นเปียโนของเขา ทำให้เขาได้เป็นนักดนตรีอาชีพครั้งแรกที่ผับแห่งหนึ่งในนครฮัมบูร์ก ตั้งแต่มีอายุเพียงสิบสามปี
ในปี พ.ศ.2396 (ค.ศ.1853) บรามส์ออกตระเวนเปิดการแสดงกับเพื่อนนักไวโอลิน ชื่อเอด๊วด เรเมนยี ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้พบกับนักไวโอลินชื่อดังแห่งยุค โยเซ็ฟ โยอาคิม ผู้ซึ่งประทับใจฝีมือของบรามส์มาก และยังได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับ ฟรานซ์ ลิซท์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชูมันน์ กับภรรยา คลาร่า ชูมันน์ ซึ่งเขาได้สนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี อิทธิพลของชูมันน์ที่มีต่องานของบรามส์นั้นใหญ่หลวงนัก
ระหว่างปี พ.ศ.2400 (ค.ศ.1857) ถึง พ.ศ.2402 (ค.ศ.1859) เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะนักร้องประสานเสียงประจำวังของเจ้าชายแห่งเด็ตโมลด์ ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้ประพันธ์เซเรเนดสำหรับวงดุริยางค์ขึ้นสองบท และคอนแชร์โต้สำหรับเปียโนชื้นแรก
ปี พ.ศ.2405 (ค.ศ.1862) เขาได้เดินทางกลับสู่นครเวียนนา ชื่อเสียงในฐานะนักดนตรีของเขาเพิ่มขึ้น และได้รับการยกย่องให้เป็น ทายาทดนตรีของเบโธเฟน เพลงสวดเรเควียมของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์คำกล่าวนั้นได้เป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ.2413 (ค.ศ.1870) เขาได้พบกับวาทยกรฮันส์ ฟอน บือโลว์ ผู้ซึ่งมีอุปการคุณต่องานดนตรีของบรามส์เป็นอย่างมากในภายหลัง
ในปี พ.ศ.2419 (ค.ศ.1876) บรามส์แต่งซิมโฟนีบทแรกสำเร็จ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน ตามคำกล่าวของบือโลว์ จากนั้นก็มีงานประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ตามมาจำนวนมาก ซิมโฟนีอีกสามบท คอนแชร์โต้สำหรับไวโอลิน คอนแชร์โต้หมายเลขสองสำหรับเปียโน จนกระทั่งถึงผลงานเอกในช่วงบั้นปลายชีวิต นั่นก็คือบทเพลงสำหรับคลาริเน็ท
งานของบรามส์ได้รับอิทธิพลหลากหลาย โดดเด่นด้วยศาสตร์แห่งเคานเตอร์พ้อยท์ และ โพลีโฟนี ความงดงามของบทเพลงที่เขาประพันธ์อยู่ที่รูปแบบคลาสสิกที่ถูกแต่งแต้มด้วยความถวิลหาของยุคโรแมนติก แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีสันทางดนตรีอันบรรเจิด ท่วงทำนองที่สร้างสรรค์ และจังหวะทำให้ประหลาดใจด้วยการสอดประสานกัน เป็นผลงานส่วนตัวของบรามส์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ซึ่งเราอาจนึกว่าจะเข้าใจยากเมื่อแรกได้ยิน แต่เราก็จะเข้าถึงได้และขาดไม่ได้ในที่สุด
นับเป็นหนึ่งในคีตกวีคนสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก ศพของโยฮันเนส บรามส์ ถูกฝังไว้ที่สุสานกลางแห่งนครเวียนนา ในส่วนของนักดนตรีคนสำคัญผู้ล่วงลับ
ที่ผมยังสงสัยอีกนิดว่า เหล่าคีตกวีอันมีชื่อเสียงที่เป็นชาวเยอรมัน เวลาเสียชีวิตมักจะถูกนำไปฝังไว้ที่ประเทศออสเตรีย หรือว่าสมัยนั้นเยอรมันในปัจจุบันหรือปรัสเซียในก่อนโน้นยังอยู่ในดินแดนของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี กระมัง ?