เมื่อกระเทยคนหนึ่ง มีวาสนาได้เจอรักแท้ ต้องพัดพรากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเสมอ เหมือนเป็นคำสาปติดตัว

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นก็ขอเท้าความที่มา ของตัวเราเองก่อนนะคะ  เราชื่อคิม  เป็นกระเทย เกิดที่เชียงรายค่ะ  พ่อเป็นคนสิงคโปร์ แม่เป็นคนไทย ตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ก็ถูกให้ใช้ชีวิตเด็กหอตั้งแต่ 3 ขวบ จนถึงประถมศึกษาปีที่ 4  ถึงได้กลับมาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน จนถึงมัธยมปีที่ 3 ครอบครัวก็ได้ย้ายบ้านย้ายธุรกิจ ไปอยู่จังหวัดนครปฐม โดยที่ฉันยังอยู่เชียงรายคนเดียวเพื่อเรียนต่อ ปวช.จนจบ ถึงตามไปอยู่กับครอบครัวที่นครปฐม และเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นั่น เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจ ทำให้ใช้ชีวิตช่วงเวลาที่เรียนตามลำพังตั้งแต่เด็กโดยอาศัยเงินที่ส่งมาให้ทุกเดือนได้อย่างสบาย เลยทำให้ไม่ค่อยมีความผูกพันกับครอบครัว เป็นคนหัวแข็งดื้อเงียบ ผู้ใหญ่สอนมักทำท่าเหมือนจะเชื่อฟังดีแต่ก็ไม่ทำ มักจะมีปัญหากับครอบครัวเสมอ เรื่องการวางตัว ความคิดเห็นไม่ตรงกันเพราะครอบครัวเป็นคนจีน แต่ก็ยังมีคนหนึ่งที่คอยแอบเข้าข้างแอบช่วยฉันอยู่เสมอ นั่นก็คือแม่ แต่เพราะความผูกพันน้อย ฉันเลยมักไม่สนใจ แม้ว่าแม่จะพยายามเข้าหาฉันยังไงก็ตาม ก็ใช้ชีวิตมหาลัยเหมือนนักศึกษาทั่วไป จนวันหนึ่ง ที่แม่ป่วย เป็นมะเร็งปากมดลูก ฉันจึงเริ่มให้ความสำคัญกับแม่ มักจะเข้าไปคุยกับแม่เล่าเรื่องต่างๆให้แม่ฟังเมื่อมีเวลาว่าง หลังจากกลับมหาวิทยาลัย จนเราสนิทกันมาก และฉันก็รับรู้ถึงความรักที่แม่มีให้ฉัน และแม่มักจะพูดเสมอว่า ธุรกิจทรัพสมบัติมันจะเจ๊งหรือใครอยากได้ก็ก็ช่างมัน มีแต่ฉันที่ห่วงมากที่สุด น้องสาวยังมีพ่อที่ดูแล แล้วฉันกับพ่อ(คนจีนหัวสมัยเก่า)ก็ไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ไหนจะป้าที่คอยเล่นงานตลอดเวลา เมื่อก่อนแกรักดูแลฉันตั้งแต่เด็กเหมือนแม่คนหนึ่ง ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่า เพราะความห่างเหินหรือสาเหตุอะไรทำให้ ฉันกับป้ามักมีอติ มีปัญหากันเสมอ และญาติๆที่ทำตัวลิ้นสองแฉกอีก แม่ทำได้แค่พูดว่าระวังตัวบ้าง ถ้าแม่ตายใครจะช่วยฉัน แต่ฉันก็มองโลกในแง่ดีว่า มันคงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นมั้ง ทั้งที่ในใจลึกๆของฉัน ก็กลัวเหมือนกัน ทุกครั้งที่เห็นแม่เจ็บปวดทรมาน ฉันมักจะร้องไห้อยู่คนเดียว แม่คือทุกอย่างในชีวิตของฉัน ช่วงที่แม่ป่วยหนักฉันจะใช้เวลาอยู่กับแม่ให้มากที่สุด แม้ตอนเฝ้าจะเผลอหลับบ้าง และคืนนั้นทุกคนรับรู้ว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว ฉันซึ่งทำใจและนั่งเฝ้าแม่ทั้งคืนจนถึงเช้าแม่ก็จากไปอย่างสงบ หลังจากสูญเสียแม่ไป ก็มักมีปัญหากับที่บ้านอย่างรุนแรง ชีวิตหักเหถูกจับผิดหาเรื่องทุกอย่าง ถึงขนาดตามจับผิดที่มหาวิทยาลัย และก็เจอฉันเพราะบ่ายวันนั้นไม่มีเรียน ทำให้พ่อกับป้าเข้าใจว่า ฉันไม่ได้ไปเรียน พ่อเลยสั่งให้ฉันไม่ต้องเรียนอีกต่อไป ฉันพยายามอธิบายเอาหลักฐานเวลาเรียนให้ดู และให้โทรคุยกับอาจารย์ที่สอนแต่ละวิชาเพื่อยืนยันว่าฉันได้เข้าเรียนทุกวิชา แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะพ่อไม่รับฟังไม่โทรถามหรือแม้แต่จะมองหน้าฉัน ไม่ได้เรียน ไม่ได้เงินใช้ ทุกอย่างโดนยึดหมด ชีวิตไม่เหลืออะไรอีกแล้ว  จนหลงไปคบกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งมักจะชวนแอบไปเที่ยวดื่มเหล้า  ปาร์ตี้เมายา กลางคืน เพื่อหาทางออกจนพ่อและป้ารู้และเรื่องบานปลาย ถึงขั้นเลือดตกยางออก ฉันไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้อีกต่อไป จึงหนีกลับมาอยู่เชียงราย โดยไม่มีอะไรติดตัวมาเลย อาศัยอยู่กับป้าที่เข้าใจ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้เพราะต่างรู้จักนิสัยพ่อดี ฉันใช้ชีวิตที่มันล้มเหลวอยู่ไปวันๆ คบเพื่อนฝูงแบบเดิมๆ  ไม่สนใจ ว่าอะไรผิดอะไรถูก ขอให้สบายใจไปวันๆก็พอ ชีวิตเริ่มดิ่งลงเหวเรื่อยๆ จนวันหนึ่งฉันโดนจับข้อหารับของโจรซึ่งเพื่อนมาฝากไว้ ฉันไม่รู้ว่าเป็นของถูกขโมยมา  ไม่มีใครคิดที่จะช่วยฉัน จงศาลตัดสินให้จำคุก 2 ปี ฉันต้องใช้ชีวิตในกำแพงสูง ขาดอิสรภาพ แออัดยัดเยียดกับนักโทษคนอื่น ด้วยความที่เป็นกระเทย ทำให้ เป็นที่หมายตาของนักโทษขาใหญ่ ที่พร้อมจะเปย์ให้ทุกอย่าง มีตัวเลือกมากมาย ที่พอจะทำให้ฉันใช้ชีวิตในคุก อย่างสุขสบาย  พวกขาใหญ่ๆ ต่างซื้อของใช้ของกิน ขนมนมเนย มาเพื่อหวังที่จะเอาใจ จะยอมใจอ่อน  ด้วยความที่เป็นคนหัวดื้อไม่ชอบให้ใครมาบังคับ เลือกที่จะคุยกับคนที่สามารถช่วยให้เหลือฉันได้ ทำให้ฉันใช้ชีวิตในคุกได้อย่างไม่ลำบาก โดยอาศัยอำนาจแต่ละคนมาคานกันไว้เพื่อประวิงเวลาให้อยู่รอดไปวันๆ  เพราะฉันคิดว่าใครกันที่จะมารักกระเทยจริง ไม่มีทาง ตัวอย่างจากคนอื่นก็เห็นมาแล้ว พอออกจากคุกไปก็ต้องไปเอาผู้หญิงอยู่แล้ว กระเทยมันก็มีค่าแค่ในคุก ฉันไม่ได้ภูมิใจกับคุณค่านี้เลย

เดี๋ยวมาต่อค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่