ผมคบกับแฟนมา 6 ปี ลังเลว่าจะขอเธอแต่งงานดีมั้ย

คบกับแฟนมา 6 ปีกำลัง ลังเลว่าจะขอแฟนแต่งงานดีมั้ย
ผมขอเกริ่นก่อนนิดนึง คือผมกับแฟนรู้จักกันมา 12 ปี เธอเป็นบรรณารักษ์อยู่ในห้องสมุด รร. ตอนนั้นผมอยู่กลุ่มเด็กที่กวนโอ้ยเอาเรื่องอยู่ ชอบไปป่วนห้องสมุดอยู่บ่อยๆ ครูเลยจะต้องให้เธอมาเตือนว่าให้เสียงเบาๆเป็นประจำ ประจวบตอนนั้นห้องสมุดขาดคนจัดหนัดสือ ครูเลยทำโทษให้กลุ่มผม เพราะเสียงดัง ให้มาจัดหนังสือแผนกหนังสือเรียน ความรู้ เธอ จัดอยู่แผนกการ์ตูน นับจากวันนั้น ผมเเล้วก็กลุ่มผมทั้งกลุ่มเลยเป็นบรรณสรักษ์ในห้องสมุด แล้วผมก็ได้รู้จักกับเธอ เธอชื่อ น้ำ เธออยู่ ม.1 เป็นรุ่นน้องผม 1 ปี ผมอยู่ ม.2 ผมชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน นับจากวันนั้น วันที่ผมเข้าไปเป็นบรรณารักษ์ ผม แกล้ง เธอประจำ เธอไม่ใช่ ผญ ที่สวยอะไรมากนัก ตอนนั้นเธอ อวบๆ ไม่ถึงกับอ้วน แต่น่ารักดี ผมแกล้งเธอประจำ แล้สวันนึงผม คิดอยู่นาน ช่วงนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนจาก Hi5 Msn มาเป็น facebook กัน ผมเลยลองถามว่าเธอมีเฟสมั้ย เธอบอกเธอไม่เล่น ผมนี้จนปัญญาเลย อยากคุยแต่ไม่กล้าจีบ เข้าโรงอาหาร ผมจะมองไปรอบๆว่า กลุ่มเธอนั่งตรงไหน แล้วผมก็จะพาเพื่อนไปนั้งใกล้ๆเธอ มันเป็นสิ่งแรกที่ผมมองหาเสมอ กลุ่มเธอมักจะกินข้าวช้า แต่กลุ่มกินข้าวกันเร็วมาก จนบางทีคือผมต้องยื้อแบบ ไปซื้อขนมมานั่งกินทั้งที่อิ่มแล้ว เพื่อรอเธอ แต่ถ้าวันไหน ขี้เกียจ รอก็ออกไปก่อน ไปรอที่ห้องสมุด พอเธอกินข้าวเส็จเธอจะไม่ไปที่อื่นถ้าไม่มีอะไร เธอจะไปห้องสมุดทันที ผมทำแบบนี้อยู่ประจำ จนเวลาล่วงเลยไป จน ผม จบ ม.3 ผมตัดสินใจ ย้ายไปเรียนสายอาชีพ วันท้ายที่ไป รร. ผมตัดสินใจที่จะไปสารภาพกับเธอ แต่พอจะไปสารภาพ กลายเป็นว่า เธอถูกรถชน อยู่ รพ. ผมเลยไม่ได้สารภาพกับเธอ ผมเคยขอเบอร์เธอ เธอให้นะ แต่ผมเองนี้แหละที่ไม่กล้าโทรไป 55555
แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งปี ผมไปเจอเธอที่ห้างใกล้ๆ รร. เธอเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อน 4 5 คน จะทักก็เขิน ตอนเป็น บรรณารักษ์มีเพื่อนเธออีก 2 3 คน ที่เป็นเหมือนกันอยู่ห้องเดียวกับเธอด้วย ส่วนมากผมจะถามข่าวคราว จากเพื่อนเธอ แต่พอถามมากๆ เพื่อนเธอก็สงสัยอีก ว่าชอบ น้ำ หรอ ผมก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงไป ถาม นานๆครั้ง เวลาก็ผ่านไป ผมเจอเธอบ้างครั้งคราว แต่ไม่เคยทักเพราะคิดว่าเธอน่าจะจำผมไม่ได้ แล้วผมก็เหมือนเดิมครับ ทักเฟสบุ๊ดไปหาเพื่อนของเธอ ถามว่า ตอนนี้ น้ำเป็นไงมั้ง ตอนนั้นเพื่อนเธอรำคานผมล้ะมั้ง เลยสวนมาว่า ทำไมไม่ไปถามเองล้ะ น้ำ ก็เล่นเฟสตั้งนานแล้ว
ผมตั้งสติ พร้อมดีใจไปด้วย แล้วเพื่อนเธอก็ให้ชื่อเฟสมา ผมลังเลอยู่นาน ว่าจะแอดไปดีมั้ย ผมตัดสินใจ แอดไป เธอรับทันที ผมดีใจ ตื่นเต้นไปหมด ผมเริ่มคุยกับเธอวันนั้น คุยกันได้ไม่นานผมขอเธอเป็นแฟน แล้วเธอก็ตอบรับ ตอนนั้นผมดีใจมาก ตอนนั้นเธออยู่ ม.3 ผมอยู่ ปวช.1 เราคบกันได้ไม่นานอย่างที่คิดครับ ประมาน 3 อาทิต ได้เราก็เลิกกัน ตอนนั้น เรายังเด็กไม่เข้าใจความรักจริงๆ มีเรื่องไม่เข้าใจหลายอย่างเลยเลิกกันไป หลังจากนั้น ผมกับเธอไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนผมขึ้น ปวช.2 เธอขึ้น ม.4 เธอย้าย รร. มาอยู่ใกล้ๆกับ วิทลัย ผม ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเธอย้ายมา ผมมาเจอที่ หน้า รร. ของเธอเอง (ตอนแรกเธอเรียน รร. คาทอลิก แล้วย้ายมา รร.ประจำจังหวัด ซึ่งอยู่ใกล้กับผม แค่มี รร.อนุบาลกั้นอยู่ แล้ว ห่างไปไม่ไกล ก็มีห้างดังห้างหนึ่งอยู่) ตอนนั้น ผมอยู่กับแก้งเพื่อนที่หน้า รร. เธอ วันนั้นผม ตามเพื่อนไป แล้วผมก็เจอเธอเดินออกมาจากประตู รร. ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าเธอ จะย้ายมาอยู่ที่นี้ ตอนนั้นรู้สึกเหมือน เจอเธอครั้งแรกเลย (ผมไม่เคยมีแฟนหลังจากเลิกกับเธอ เธอเป็นแฟนคนแรกของผม ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ 555555) ผมกลับไปคุยกับเธออีกครั้ง แต่ผมก็คุยกับคนอื่นเหมือนกัน 5555 เราคุยกันอยู่ประมาณ 2 ปีเศษ จนเธอขึ้น ม.6 ผมกับเธอถึงเริ่มคบกัน จิงๆจังๆ เราคบมาตอนนี้เธอ จบ ป.ตรี ทำงานได้ 2 ปี แล้ว แล้วผมคิดว่า ผมพร้อมที่จะแต่งงานกับเธอแล้ว แต่เมื่อ ปีที่ผ่านมา ผมปวดหัวอย่างรุนแรงจนเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่า พบก้อนเนื้อร้ายในสมอง (ผมเป็นโรคไมเกรนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เป็นอาการจะแย่ ทานอะไรไม่ ทานแล้วอ้วก จะเห็นคน ครึ่งหน้าบ้าง คนไม่มีหัวบ้าง หรือ ตาบอดชั่วขณะ ) หลังจากที่ผมรู้ตอนนั้น ผมอยากจะหนีหายไปจากเธอ ทิ้งเธอให้เธอไปเจอคนที่ดีกว่า แต่เธอไม่เคยทิ้งผมสักครั้งเดียว เธอเดินหน้าต่อ รักษาผม ดูแลผมมาตลอด เธอเคยพูดว่า ก็แค่เนื้อร้าย จะมาขวางอะไรเราได้ สู้ไปด้วยกันนะ ตอนนั้นผมน้ำตาตก ร้องไห้เหมือนเด็ก แต่เธอยิ้มแล้วก็กอดผมไว้
ตอนนี้ผม ลังเลว่า ผม จะขอเธอแต่งงานดีมั้ย ความจิงแล้ว ผม จะขอเธอตั้งแต่เธอเรียนจบใหม่ แต่เธอเคยพูดไว้ว่า เธอจบแล้ว เธออยากทำงานสักพัก ค่อยสร้างครอบครัว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่