สวัสดีครับ ผม “พัท” วันนี้มีโอกาสมีแชร์ประสบการณ์ การเสริมจมูกและแก้ ถอดพัก จนมาถึงวันนี้ คงจะรวม ๆ 4 ปีแล้วที่เริ่มก้าวเข้าสู่ การศัลยกรรม ( มาเล่าเกี่ยวกับการทำจมูกอย่างเดียวนะครับ)
ครั้งแรกสมัยตอนเข้ามาอยู่ กทม แรก ๆ เสริมจมูกด้วยซิลิโคนอย่างเดียว ที่คลินิกแถวรัชดาภิเษก ( ใกล้ ๆ MRT ) ราคาที่ทำครั้งแรก 15,000 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะครับ หลังจากที่ทำไปแล้ว ก็ดีครับ คิดว่าดีนะ หน้าเปลี่ยนเลย จากหน้าเด็ก ๆ ไปหน้าแก่เลย 55555 อันนี้คนรอบข้างบอกนะครับ หลังจากที่ทำครั้งแรกได้ ประมาณ 1 ปีมั้งครับ รู้สึกว่าปลายจมูกตัวเองบวมโต และแข็ง คงจะเป็นตั้งแต่ตอนแรก ๆ แล้วล่ะครับ เรื่องปลายจมูกใหญ่ แต่ตอนแรกไม่เจ็บนะครับ เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก จนมาวันนึงปลายจมูกมันเริ่มเจ็บ ( เพราะช่วงนั้นเที่ยวบ่อย ดื่มเหล้า มันเลยเจ็บบวมขึ้นมา) คราวนี้ทำไง ก็อยากแก้สิครับ
แก้ครั้งแรก ตัดสินใจ ทำแบบ Open เพื่อแก้ไขปลายจมูกที่ใหญ่จากการเสริมครั้งแรก ที่คลินิกเดิมจากการเสริมครั้งแรก..... และคุณหมอแนะนำเอากระดูกหลังใบหูมาต่อปลายจมูกด้วยเรา ก็ตกลงตามนั้น ราคาตอนที่ทำ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 55,000 เห็นจะได้นะครับ
ข้ามมาตอนแก้เสร็จเรียบร้อย ผมลางานหนึ่งวัน เพื่อนอยู่ห้อง ประคบเย็น และพักผ่อนดูแลตัวเอง วันที่พักอยู่ห้องนี่ มีอาการตัวร้อน ๆมีน้ำใสๆ ไหลออกที่จมูกตลอด แล้วก็ร้อนหน้าร้อนตาตลอด..... สองวันหลังจากที่แก้ เข้าพบคุณหมอเพื่อขอตรวจจมูก ปรากฏว่า จมูกมีน้ำสีข้าวข้น ไหนออกจากจมูก คุณหมอขอเปิดห้องผ่าตัด เปิดล้างแผลในจมูกด่วน .....วันนี้ก็เจ็บตัวเป็นครั้งที่ 3
ครั้งที่ 4 ห่างจากครั้งที่ 3 อีกหนึ่งวันเพราะอาการอักแสบ( หมอบอกว่าอักแสบ) กระดูกหูละลายไม่หาย ต้องเปิดแผล เข้าไปล้างแผลใหม่ โอ้ย ๆๆๆๆๆๆ เอาตามนั้น
ครั้งที่ 5 ห่างจากครั้งที่ 4 อีกหนึ่งวัน เพราะจมูกอักเสบรุนแรง คุณหมอบอกว่า ครั้งนี้น่าจะต้องถอดออกทั้งหมด เพื่อพักจมูกก่อน หรือถ้าเปิดไปแล้วพอจะเอาไว้ก่อนได้ ก็จะเอาไว้ก่อน แต่เราไม่ไหวแล้ว ขอเอาออกก่อน เพราะเริ่มเจ็บจนไม่อยากจะทนแล้ว และแผลที่เห็นภายนนอกเริ่มมากขึ้นใหญ่ขึ้น ( ต้องขอโทษด้วยครับ ที่ไม่ได้เก็บรูปช่วงแย่ ๆ นั้นไป )
หลังจากครั้งที่ 5 ต้องถอดทุกอย่างออกจากจมุก รวมถึงการตัดเนื้อปลายจมูก ออกไปก่อน เพราะการติดเชื้อ เพื่อรักษาเนื้อดีไว้ ถามว่าช่วงนั้นอยู่ได้ไง กับจมูกที่โดนตัดปลายจมูกทิ้ง ก็ปิดแมสดิครับ 555 ถามว่าชิวไหม บอกเลยว่าจิตตกมาก ใช้ชีวิตลำบาก แต่ก็คงโทษใครไม่ได้ หมอก็คงทำดีที่สุดแล้ว จะไปเรียกร้องอะไรกับหมอ ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะหมอก็คอยดูแลเรามาตลอด ถอดจมูกครั้งนั้น คุณหมอบอกว่า ขอ 1 ปี ที่พักจมูกก่อน แล้วให้กลับไปทำใหม่
พอครบกำหนดตามที่คุณหมอพักจมูกไว้ 1 ปี ได้เข้าไปเสริมจมูกด้วยซิลิโคนธรรมดา ในราคา 18,000 บาท ที่คลินิกเดิมครับ ผลที่ได้ แบบนี้ครับ

ถามว่าทำใหม่แล้ว ออกมาเป็นงี้ทำไง ก็รอเวลาให้จมูกหายดี แล้วหาที่แก้ใหม่จิครับ หลังจากที่ทำครั้งที่ 6 ไปแล้ว ให้หลังประมาณ 1 ปี ตัดสินใจแก้จมูก กับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่ยังไม่ได้เปิดคลินิก ผ่าตัดที่ รพ. ใกล้แยกอนุสาวรีชัยฯ ในราคา 50,000 บาท ด้วยการ open เสริมซิลิโคน พร้อมด้วยกระดูกหลังหูที่มีอีกข้างหนึ่ง ( หมดและกระดูกหู หมดทั้งสองข้าง)
ผลที่ได้ คือ หลังจากที่แก้ไปแล้วได้ 3 วันจำเป็นต้องกลับ ตจว เพราะญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต และต้องกลับไปตากแดด ผลปรากฏว่า มีน้ำไหลออกมาจากแผลอีกแล้ว สิ่งที่กลัวที่สุดคือ การอักเสบ และกระดูกละลายอกมาอีก แน่นอน สิ่งที่กลัว ก็เกิดขึ้น อันนี้รูปจมุกด้านข้าง หลังจากที่ แก้ครั้งที่ 6 มาแล้วครับ
ผ่านงานที่ต่างจังหวัดเรียบร้อย ก็รีบนัดเข้าพบคุณหมอที่มีการแก้ไขให้ ผลปรากฏว่าจะต้องฉีดน้ำเกลือ ผสมเบตาดีน เข้าไปในแผลโพรงจมุก ทุกๆวันเช้าเย็น ( ฉีดเข้าแผลเลยที่มีน้ำสีขาวไหลออกมา ) ถามว่าเจ็บไหม ไม่นะ เหมือนเจ็บจนชินอ่ะครับ หลังจากที่มีการฉีดล้างแผลจนหาย 10 วันได้มั้งครับ แผลก็เริ่มหาย จมูกเริ่มยุบบวม ได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ

หลังจากนั้นประมาณ 1 ปีเริ่มสังเกตเห็นเส้นไหมโผล่มาบริเวณปลายจมูก ก็เริ่มตะหงิดๆ
จึงได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ(ครั้งนี้ล่าสุด จนถึงปัจจุบัน) ครั้งนี้คลินิกอยู่แถวๆพระราม 3 ครับ
คุณหมอแนะนำให้รีบแก้ แล้วก็เปิดจมูกใหม่ เพื่อแต่งปลายจมูก ปล่อยไว้น่าจะไม่ดี
รูปตอนนั้นครับ

มันบวมด้วย แล้วก็เจ็บด้วย แล้วก็มีไหมโผล่ออกมาด้วย โอ้ย ชีวิต......
รูปอันล่าสุดนี่ เยอะ ๆ หน่อย เพราะเพิ่งแก้มา ประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมานี่แหละครับ
รูปรวม ๆ ตอนพักฟื้นนะครับ

และนี่หลังทำ 6 เดือนได้ละมั้งครับ

รูปที่ผ่านการรีทัช เรื่องสีหน่อยครับ มุมกล้องต่างๆ

ก็อยากจะบอกว่า จะทำศัลยกรรม ก็ควรเลือกหมอ เลือกคลินิกให้ดีดีอ่ะครับ การดูแลตัวเองก็คงจะอีกอย่างหนึ่ง เพราะผมเองทำสองครั้งที่ใช้กระดูกหู พังทั้งสองครั้ง จะโทษหมอว่าทำไม่ดี คงพูดยาก หวังว่าครั้งนี้จะไม่ต้องแก้อีก เพราผ่านมา 6 เดือนแล้วยังไม่มีอะไรที่รู้สึกผิดปกตินะครับ
ปล.ใครจะซ้ำเติม เอาพอประมาณนะครับ จุ๊ๆ
[CR] ประสบการณ์ แก้จมูก กว่า 7 ครั้ง ยังคงหวังว่าต้องมีสักวันที่เป็นของเรา
ครั้งแรกสมัยตอนเข้ามาอยู่ กทม แรก ๆ เสริมจมูกด้วยซิลิโคนอย่างเดียว ที่คลินิกแถวรัชดาภิเษก ( ใกล้ ๆ MRT ) ราคาที่ทำครั้งแรก 15,000 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะครับ หลังจากที่ทำไปแล้ว ก็ดีครับ คิดว่าดีนะ หน้าเปลี่ยนเลย จากหน้าเด็ก ๆ ไปหน้าแก่เลย 55555 อันนี้คนรอบข้างบอกนะครับ หลังจากที่ทำครั้งแรกได้ ประมาณ 1 ปีมั้งครับ รู้สึกว่าปลายจมูกตัวเองบวมโต และแข็ง คงจะเป็นตั้งแต่ตอนแรก ๆ แล้วล่ะครับ เรื่องปลายจมูกใหญ่ แต่ตอนแรกไม่เจ็บนะครับ เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก จนมาวันนึงปลายจมูกมันเริ่มเจ็บ ( เพราะช่วงนั้นเที่ยวบ่อย ดื่มเหล้า มันเลยเจ็บบวมขึ้นมา) คราวนี้ทำไง ก็อยากแก้สิครับ
แก้ครั้งแรก ตัดสินใจ ทำแบบ Open เพื่อแก้ไขปลายจมูกที่ใหญ่จากการเสริมครั้งแรก ที่คลินิกเดิมจากการเสริมครั้งแรก..... และคุณหมอแนะนำเอากระดูกหลังใบหูมาต่อปลายจมูกด้วยเรา ก็ตกลงตามนั้น ราคาตอนที่ทำ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 55,000 เห็นจะได้นะครับ
ข้ามมาตอนแก้เสร็จเรียบร้อย ผมลางานหนึ่งวัน เพื่อนอยู่ห้อง ประคบเย็น และพักผ่อนดูแลตัวเอง วันที่พักอยู่ห้องนี่ มีอาการตัวร้อน ๆมีน้ำใสๆ ไหลออกที่จมูกตลอด แล้วก็ร้อนหน้าร้อนตาตลอด..... สองวันหลังจากที่แก้ เข้าพบคุณหมอเพื่อขอตรวจจมูก ปรากฏว่า จมูกมีน้ำสีข้าวข้น ไหนออกจากจมูก คุณหมอขอเปิดห้องผ่าตัด เปิดล้างแผลในจมูกด่วน .....วันนี้ก็เจ็บตัวเป็นครั้งที่ 3
ครั้งที่ 4 ห่างจากครั้งที่ 3 อีกหนึ่งวันเพราะอาการอักแสบ( หมอบอกว่าอักแสบ) กระดูกหูละลายไม่หาย ต้องเปิดแผล เข้าไปล้างแผลใหม่ โอ้ย ๆๆๆๆๆๆ เอาตามนั้น
ครั้งที่ 5 ห่างจากครั้งที่ 4 อีกหนึ่งวัน เพราะจมูกอักเสบรุนแรง คุณหมอบอกว่า ครั้งนี้น่าจะต้องถอดออกทั้งหมด เพื่อพักจมูกก่อน หรือถ้าเปิดไปแล้วพอจะเอาไว้ก่อนได้ ก็จะเอาไว้ก่อน แต่เราไม่ไหวแล้ว ขอเอาออกก่อน เพราะเริ่มเจ็บจนไม่อยากจะทนแล้ว และแผลที่เห็นภายนนอกเริ่มมากขึ้นใหญ่ขึ้น ( ต้องขอโทษด้วยครับ ที่ไม่ได้เก็บรูปช่วงแย่ ๆ นั้นไป )
หลังจากครั้งที่ 5 ต้องถอดทุกอย่างออกจากจมุก รวมถึงการตัดเนื้อปลายจมูก ออกไปก่อน เพราะการติดเชื้อ เพื่อรักษาเนื้อดีไว้ ถามว่าช่วงนั้นอยู่ได้ไง กับจมูกที่โดนตัดปลายจมูกทิ้ง ก็ปิดแมสดิครับ 555 ถามว่าชิวไหม บอกเลยว่าจิตตกมาก ใช้ชีวิตลำบาก แต่ก็คงโทษใครไม่ได้ หมอก็คงทำดีที่สุดแล้ว จะไปเรียกร้องอะไรกับหมอ ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะหมอก็คอยดูแลเรามาตลอด ถอดจมูกครั้งนั้น คุณหมอบอกว่า ขอ 1 ปี ที่พักจมูกก่อน แล้วให้กลับไปทำใหม่
พอครบกำหนดตามที่คุณหมอพักจมูกไว้ 1 ปี ได้เข้าไปเสริมจมูกด้วยซิลิโคนธรรมดา ในราคา 18,000 บาท ที่คลินิกเดิมครับ ผลที่ได้ แบบนี้ครับ
ถามว่าทำใหม่แล้ว ออกมาเป็นงี้ทำไง ก็รอเวลาให้จมูกหายดี แล้วหาที่แก้ใหม่จิครับ หลังจากที่ทำครั้งที่ 6 ไปแล้ว ให้หลังประมาณ 1 ปี ตัดสินใจแก้จมูก กับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่ยังไม่ได้เปิดคลินิก ผ่าตัดที่ รพ. ใกล้แยกอนุสาวรีชัยฯ ในราคา 50,000 บาท ด้วยการ open เสริมซิลิโคน พร้อมด้วยกระดูกหลังหูที่มีอีกข้างหนึ่ง ( หมดและกระดูกหู หมดทั้งสองข้าง)
ผลที่ได้ คือ หลังจากที่แก้ไปแล้วได้ 3 วันจำเป็นต้องกลับ ตจว เพราะญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต และต้องกลับไปตากแดด ผลปรากฏว่า มีน้ำไหลออกมาจากแผลอีกแล้ว สิ่งที่กลัวที่สุดคือ การอักเสบ และกระดูกละลายอกมาอีก แน่นอน สิ่งที่กลัว ก็เกิดขึ้น อันนี้รูปจมุกด้านข้าง หลังจากที่ แก้ครั้งที่ 6 มาแล้วครับ
ผ่านงานที่ต่างจังหวัดเรียบร้อย ก็รีบนัดเข้าพบคุณหมอที่มีการแก้ไขให้ ผลปรากฏว่าจะต้องฉีดน้ำเกลือ ผสมเบตาดีน เข้าไปในแผลโพรงจมุก ทุกๆวันเช้าเย็น ( ฉีดเข้าแผลเลยที่มีน้ำสีขาวไหลออกมา ) ถามว่าเจ็บไหม ไม่นะ เหมือนเจ็บจนชินอ่ะครับ หลังจากที่มีการฉีดล้างแผลจนหาย 10 วันได้มั้งครับ แผลก็เริ่มหาย จมูกเริ่มยุบบวม ได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ
หลังจากนั้นประมาณ 1 ปีเริ่มสังเกตเห็นเส้นไหมโผล่มาบริเวณปลายจมูก ก็เริ่มตะหงิดๆ
จึงได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ(ครั้งนี้ล่าสุด จนถึงปัจจุบัน) ครั้งนี้คลินิกอยู่แถวๆพระราม 3 ครับ
คุณหมอแนะนำให้รีบแก้ แล้วก็เปิดจมูกใหม่ เพื่อแต่งปลายจมูก ปล่อยไว้น่าจะไม่ดี
รูปตอนนั้นครับ
มันบวมด้วย แล้วก็เจ็บด้วย แล้วก็มีไหมโผล่ออกมาด้วย โอ้ย ชีวิต......
รูปอันล่าสุดนี่ เยอะ ๆ หน่อย เพราะเพิ่งแก้มา ประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมานี่แหละครับ
รูปรวม ๆ ตอนพักฟื้นนะครับ
และนี่หลังทำ 6 เดือนได้ละมั้งครับ
รูปที่ผ่านการรีทัช เรื่องสีหน่อยครับ มุมกล้องต่างๆ
ก็อยากจะบอกว่า จะทำศัลยกรรม ก็ควรเลือกหมอ เลือกคลินิกให้ดีดีอ่ะครับ การดูแลตัวเองก็คงจะอีกอย่างหนึ่ง เพราะผมเองทำสองครั้งที่ใช้กระดูกหู พังทั้งสองครั้ง จะโทษหมอว่าทำไม่ดี คงพูดยาก หวังว่าครั้งนี้จะไม่ต้องแก้อีก เพราผ่านมา 6 เดือนแล้วยังไม่มีอะไรที่รู้สึกผิดปกตินะครับ
ปล.ใครจะซ้ำเติม เอาพอประมาณนะครับ จุ๊ๆ