การทำความเข้าใจเรื่องตัณหาของตนเองก็เพื่อให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น
อันเป็นความสุขโดยตัวมันเองหรือก็คือความอิสระและสบายใจนั่นเอง
ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่าการดับตัณหาได้ชนะความทุกข์ได้ทั้งปวง
การสังเกตุตัณหาของผมเริ่มจากสมาธิแบบไม่จดจ่อกับอะไรเลย
บางคนอาจมองว่าการทำแบบนี้เป็นมิจฉาสมาธิแต่มันกลับส่งผลในการช่วยให้รู้เห็นได้มากกว่าจริงๆ
เป็นเพราะว่าตัณหาที่สังเกตุได้นั้นเริ่มต้นจากความรู้สึกนึกคิด
กล่าวคือเมื่อกระทบอารมณ์แล้วเกิดความรู้สึกยินดียินร้ายขึ้นและเห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นไม่ถูกหรือมันน่าจะเป็นอย่างนี้สิ เป็นต้น
ขึ้นมาในเจตนา
เมื่อตัณหาปรุงแต่งจิตเราเช่นไรทิฏฐิหรือการกระทำก็เป็นไปตามนั้น
การตระหนักว่าตนก็จะตามมาจากการกระทำโดยตัณหาชี้นำอย่างนี้
และการกระทำโดยตัณหาย่อมมุ่งหมายในผลทางโลกเสมอ
ทำให้เกิดความหวั่นไหวในโลกธรรมและก่อตัณหาอุปปาทานต่อไป
ตัณหา นี่แหละที่เป็นความร้อนรนขวนขวายคิดไม่ตกของจิตใจ
ทำใจตนต้องสัมผัสกับความทุกข์เผาลน(กิเลส)อย่างต่อเนื่อง
ถ้าไม่มีธรรมะที่เป็นข้อคิดดีๆมากล่อมให้ใจได้สัมผัสความร่มเย็นบ้างแล้วโลกก็คงวุ่นวาย
ผมจับตัณหาของตนในขณะที่มันเริ่มแสดงทัศนะให้เชื่อและเดินตาม
และในขณะเดียวกันนั้นจิตใจผมก็กำลังสงบโดยไม่ได้เพ่งอะไรอยู่
มันเป็นเรื่องของการเกิดผัสสะอย่างไม่รู้ทันก็ว่าได้จึงเกิดมีตัณหาอุปปาทานตามมา
แต่ถ้ารู้เห็นเราก็ดับมันได้(และไร้อุปปาทาน-กรรม)
ก็อย่างที่ผมได้ยกธรรมะมาเกริ่นไว้ในตอนแรกว่าการดับตัณหาคือการชนะความทุกข์ทั้งปวง
การพิจรณาตัณหาของตนจึงน่าจะเป็นวิธิการที่ถูกต้องวิธีหนึ่ง
ในการหาทางให้ตนเองได้รับความสงบสุขมากขึ้นและเป็นอิสระจากสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อรชุนต้องขอภัยไว้ล่วงหน้าหากว่าบทความข้างต้นมีส่วนผิดพลาดอยู่ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม
และพร้อมน้อมรับคำชี้แนะของผู้รู้เสมอ
จับตัณหา
อันเป็นความสุขโดยตัวมันเองหรือก็คือความอิสระและสบายใจนั่นเอง
ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่าการดับตัณหาได้ชนะความทุกข์ได้ทั้งปวง
การสังเกตุตัณหาของผมเริ่มจากสมาธิแบบไม่จดจ่อกับอะไรเลย
บางคนอาจมองว่าการทำแบบนี้เป็นมิจฉาสมาธิแต่มันกลับส่งผลในการช่วยให้รู้เห็นได้มากกว่าจริงๆ
เป็นเพราะว่าตัณหาที่สังเกตุได้นั้นเริ่มต้นจากความรู้สึกนึกคิด
กล่าวคือเมื่อกระทบอารมณ์แล้วเกิดความรู้สึกยินดียินร้ายขึ้นและเห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นไม่ถูกหรือมันน่าจะเป็นอย่างนี้สิ เป็นต้น
ขึ้นมาในเจตนา
เมื่อตัณหาปรุงแต่งจิตเราเช่นไรทิฏฐิหรือการกระทำก็เป็นไปตามนั้น
การตระหนักว่าตนก็จะตามมาจากการกระทำโดยตัณหาชี้นำอย่างนี้
และการกระทำโดยตัณหาย่อมมุ่งหมายในผลทางโลกเสมอ
ทำให้เกิดความหวั่นไหวในโลกธรรมและก่อตัณหาอุปปาทานต่อไป
ตัณหา นี่แหละที่เป็นความร้อนรนขวนขวายคิดไม่ตกของจิตใจ
ทำใจตนต้องสัมผัสกับความทุกข์เผาลน(กิเลส)อย่างต่อเนื่อง
ถ้าไม่มีธรรมะที่เป็นข้อคิดดีๆมากล่อมให้ใจได้สัมผัสความร่มเย็นบ้างแล้วโลกก็คงวุ่นวาย
ผมจับตัณหาของตนในขณะที่มันเริ่มแสดงทัศนะให้เชื่อและเดินตาม
และในขณะเดียวกันนั้นจิตใจผมก็กำลังสงบโดยไม่ได้เพ่งอะไรอยู่
มันเป็นเรื่องของการเกิดผัสสะอย่างไม่รู้ทันก็ว่าได้จึงเกิดมีตัณหาอุปปาทานตามมา
แต่ถ้ารู้เห็นเราก็ดับมันได้(และไร้อุปปาทาน-กรรม)
ก็อย่างที่ผมได้ยกธรรมะมาเกริ่นไว้ในตอนแรกว่าการดับตัณหาคือการชนะความทุกข์ทั้งปวง
การพิจรณาตัณหาของตนจึงน่าจะเป็นวิธิการที่ถูกต้องวิธีหนึ่ง
ในการหาทางให้ตนเองได้รับความสงบสุขมากขึ้นและเป็นอิสระจากสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อรชุนต้องขอภัยไว้ล่วงหน้าหากว่าบทความข้างต้นมีส่วนผิดพลาดอยู่ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม
และพร้อมน้อมรับคำชี้แนะของผู้รู้เสมอ