เรื่องนี้ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน เก็บมาคิดคนเดียวมาเกือบ 20 ปี ว่าเกิดอะไรขึ้น จนผมเอามาประติดประต่อ เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังครับ
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับผมในวัยเพียงแค่ 7-8 ขวบ ก็ราวๆ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่เชียงใหม่
เริ่มต้นจากทางเพื่อนๆของทางพ่อแม่ของผม ได้มาจาก กทม. มาเทียวเชียงใหม่ ก็มาเป็นกลุ่มใหญ่เลย แต่มีผมคนเดียวที่ยังเด็กอยู่ ก็พาไปท่องเที่ยวในเชียงใหม่หลายๆที่ จนสุดท้ายของวันตอนช่วงกลางวัน ไปแวะเที่ยวที่น้ำตกแห่งนึง ก่อนถึงดอยสุเทพ ซึ่งพวกผู้ใหญ่ก็ปูเสื่อนั่งที่หินแถวน้ำตกตามปกติ แต่พวกผมอยู่ด้านล่างของน้ำตก แต่ด้านบนนั้นมีขึ้นไปอีก แต่วันนั้นเขาไม่ให้ขึ้นไป ก็เลยนั่งอยู่ด้านล่างของน้ำตก
ผมก็เล่นน้ำคนเดียวตามประสาเด็กๆ ไม่คิดอะไร คนก็เยอะพอสมควร แม่ของผมก็ให้ผมเล่นห่างๆสัก 3-4เมตรได้ เล่นน้ำคนเดียวไปเรื่อยๆ จนมีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาเล่นด้วย ซึ่งผมไม่รู้จัก ตามประสาเด็ก ผมก็คิดว่าเป็นเพื่อนพ่อแม่ ผมก็คุยกับน้าเขาไปเรื่อยเปื่อย เขาก็ชวนผมพูด ผมก็ตอบแบบเด็กๆไป ไม่รู้เรื่องอะไร จนน้าคนนี้บอกว่ามีอะไรให้ดู สักพักคนที่กำลังเดินข้ามน้ำอยู่บนก้อนหินก็ลื่นตกน้ำ กล้องที่ห้อยคอกระแทกหินจนแตกไปเลย ขาเจ็บคนแถวนั้นก็พาพยุงขึ้นบนน้ำ (แต่ในตอนนั้นผมไม่คิดอะไรอยู่หละ เด็กอ่านะ ก็คิดว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ) สักพักน้าคนนั้นเดินมาหาผม แล้วบอกเมื่อกี้เห็นอะไรไหม แล้วก็หัวเราะ ผมก็หัวเราะตาม แล้วพ่อของผมก็เดินมา แล้วถามว่าผมหัวเราะอะไร ผมก็เลยตอบพ่อว่า ไม่รู้เหมือนกัน เห็นน้าคนนั้นหัวเราะก็เลยหัวเราตาม พ่อก็ถามว่าน้าคนไหน ผมก็ตอบไปว่า เดินไปนู้นแล้ว แล้วชี้ไปแต่ไม่เจอน้าคนนั้นแล้ว ก็เลยบอกพ่อไปอีกว่า เขาชวนผมพูดอะไรไม่รู้เยอะแยะเลย พ่อก็เลยบอกว่า ก็เห็นผมเล่นอยู่คนเดียว ไม่เห็นมีใครเลย ผมก็เฉยๆไป ทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ตามประสาเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ พ่อผมก็คงตะหงิดๆใจนิดหน่อยแหละครับ ท่าทางมันบอก
พ่อแม่ผมก็ให้เล่นน้ำตามปกติ สักพัก น้าคนนั้นมาอีกแล้วครับ แต่แกไม่ชวนพูดอะไร แต่แกบอกให้ผมตามมา บอกว่า ไปเล่นตรงนั้นสิ มันสนุกกว่านะ ซึ่งมันเป็นที่น้ำตกลงมา แล้วข้างในที่น้ำตกลงมา มันเป็นถ้ำเล็กเข้าไป ผมก็คิดว่าเป็นญาติๆเพื่อนๆของพ่อแม่ ผมก็เดินตามน้าคนนั้นไป น้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ ไกลจากพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายความรู้สึกตอนนั้นคือ มีคนรีบอุ้มผมไป ก็คือพ่อผม แล้วภาพสุดท้ายที่เห็นน้าคนนั้น เข้าไปในน้ำที่ตกลงมา ที่เป็นถ้ำเล็กๆเข้าไป แล้วก็ไม่เห็นน้าคนนั้นอีกเลย พ่อก็ถามผมว่าจะไปไหนครับ ผมก็ตอบว่า น้าเขาชวนผมไปเล่นตรงนั้น พ่อเลยอุ้มผมแล้วก็บอกเพื่อนๆของเขากลับบ้านกัน ผมก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ดี
ในระหว่างที่เดินออกจากน้ำตก ก็มี จนท. ลุงคนนึง น่าจะเฝ้าน้ำตกที่นี่ ก็บอกพ่อแม่และญาติๆว่า ที่ข้างบนปิดไว้ เพราะเมื่อวานมีคนตกลงมาตาย 2 คน แล้วเอาศพมาไว้ตรงต้นไม้ แถวๆด้านล่างของน้ำตก รอญาติเอาศพไป ตอนนั้นผมก็เกิดอาการกลัวนิดหน่อย แต่ผมไม่คิดว่าเป็นน้าคนนั้นอยู่ดี
ในระหว่างที่ขึ้นรถ กำลังจะแยกทางกัน ต่างคนจะออกรถไปพักผ่อนในเมืองกัน ผมก็เลยเกิดความสงสัย เลยถามแม่ว่า แม่ๆๆ น้าคนที่เล่นน้ำกับผมไม่กลับด้วยหรอครับ แม่ก็ถามว่าคนไหน ก็ครบกันหมดแล้ว กลับบ้านเถอะ ทุกคนก็หัวเราะผม คงคิดว่า ผมพูดอะไรอยู่
จนกลับมาถึงบ้าน ก็ปกติดี แต่ผมจำภาพน้าคนนั้นได้ติดตาเลย ลักษณะของเขาและชุดที่เขาใส่ (ผมถูกนอนคนเดียวตั้งแต่เด็ก) ผมนอนหลับสักพัก แล้วประมาณตี 2-3 มีคนเรียกชื่อผม เบาๆ เหมือนกระซิบเรียก หน้าต่างหลังห้องผม ซึ่งพ่อผมเป็นพระมาก่อน บ้านผมค่อนข้างพี่พระ มียันต์ มีสิ่งศักดิ์คุ้มครองรอบบ้าน ผมคิดว่าผีชัวร์แหละ ไม่มีใครมาเรียกผมตอนเวลานี้แน่ๆ แต่เขาคงเข้าบ้านผมไม่ได้ ผมคิดอะไรได้ ผมจำคุณ ตั๊ก มยุราและธงชัย พูดในรายการชมรมขนหัวลุกได้ว่า ถ้ามีคนเรียกเวลาดึก อย่าทัก ตามเด็กๆ ผมก็เชื่อสิ ผมก็เลย เอาผ้าห่มคลุมหัว แล้วไหว้พระที่หัวนอน ข่มตานอนหลับให้ได้
ผ่านไปอีกวันรุ่งขึ้น เป็นวันปีใหม่พอดี ในหมู่บ้านผม มีการทำบุญตักบาตรทุกปี ผมก็เลยคิดในใจทำบุญให้ผีตนนั้น ที่เรียกผมเมื่อคืน หลังจากนั้นก็ไม่เจออะไรอีกเลย จนผมโตขึ้นเรื่อยๆ ผมก็พยายามคิด และเอามาประติดประต่อกัน มันเป็นภาพที่ผมไม่เคยลืมเลย จนผมโตมา ผมจึงนึกขึ้นได้ คงไม่ใช่คนแน่ๆ เคยถามพ่อผมอยู่เหมือนกัน แต่พ่อผมจำไม่ได้ จำได้แค่ว่า ผมพูดอยู่คนเดียวจริงๆในตอนนั้น
จริงๆ มีหลายเรื่องมากที่อยากจะเล่า ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย บ้านผมนี่มีเรื่องเล่าเยอะมาก ผมต้องนอนคนเดียว จนโตเป็นหนุ่ม ทั้งสุขและทุกข์และทรมานสุดๆ หลอนมากๆ ไว้มีโอกาส แล้วจะเล่าให้ฟังอีกครับ
เรื่องชายปริศนา ตอนผมวัยเด็ก
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับผมในวัยเพียงแค่ 7-8 ขวบ ก็ราวๆ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่เชียงใหม่
เริ่มต้นจากทางเพื่อนๆของทางพ่อแม่ของผม ได้มาจาก กทม. มาเทียวเชียงใหม่ ก็มาเป็นกลุ่มใหญ่เลย แต่มีผมคนเดียวที่ยังเด็กอยู่ ก็พาไปท่องเที่ยวในเชียงใหม่หลายๆที่ จนสุดท้ายของวันตอนช่วงกลางวัน ไปแวะเที่ยวที่น้ำตกแห่งนึง ก่อนถึงดอยสุเทพ ซึ่งพวกผู้ใหญ่ก็ปูเสื่อนั่งที่หินแถวน้ำตกตามปกติ แต่พวกผมอยู่ด้านล่างของน้ำตก แต่ด้านบนนั้นมีขึ้นไปอีก แต่วันนั้นเขาไม่ให้ขึ้นไป ก็เลยนั่งอยู่ด้านล่างของน้ำตก
ผมก็เล่นน้ำคนเดียวตามประสาเด็กๆ ไม่คิดอะไร คนก็เยอะพอสมควร แม่ของผมก็ให้ผมเล่นห่างๆสัก 3-4เมตรได้ เล่นน้ำคนเดียวไปเรื่อยๆ จนมีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาเล่นด้วย ซึ่งผมไม่รู้จัก ตามประสาเด็ก ผมก็คิดว่าเป็นเพื่อนพ่อแม่ ผมก็คุยกับน้าเขาไปเรื่อยเปื่อย เขาก็ชวนผมพูด ผมก็ตอบแบบเด็กๆไป ไม่รู้เรื่องอะไร จนน้าคนนี้บอกว่ามีอะไรให้ดู สักพักคนที่กำลังเดินข้ามน้ำอยู่บนก้อนหินก็ลื่นตกน้ำ กล้องที่ห้อยคอกระแทกหินจนแตกไปเลย ขาเจ็บคนแถวนั้นก็พาพยุงขึ้นบนน้ำ (แต่ในตอนนั้นผมไม่คิดอะไรอยู่หละ เด็กอ่านะ ก็คิดว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ) สักพักน้าคนนั้นเดินมาหาผม แล้วบอกเมื่อกี้เห็นอะไรไหม แล้วก็หัวเราะ ผมก็หัวเราะตาม แล้วพ่อของผมก็เดินมา แล้วถามว่าผมหัวเราะอะไร ผมก็เลยตอบพ่อว่า ไม่รู้เหมือนกัน เห็นน้าคนนั้นหัวเราะก็เลยหัวเราตาม พ่อก็ถามว่าน้าคนไหน ผมก็ตอบไปว่า เดินไปนู้นแล้ว แล้วชี้ไปแต่ไม่เจอน้าคนนั้นแล้ว ก็เลยบอกพ่อไปอีกว่า เขาชวนผมพูดอะไรไม่รู้เยอะแยะเลย พ่อก็เลยบอกว่า ก็เห็นผมเล่นอยู่คนเดียว ไม่เห็นมีใครเลย ผมก็เฉยๆไป ทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ตามประสาเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ พ่อผมก็คงตะหงิดๆใจนิดหน่อยแหละครับ ท่าทางมันบอก
พ่อแม่ผมก็ให้เล่นน้ำตามปกติ สักพัก น้าคนนั้นมาอีกแล้วครับ แต่แกไม่ชวนพูดอะไร แต่แกบอกให้ผมตามมา บอกว่า ไปเล่นตรงนั้นสิ มันสนุกกว่านะ ซึ่งมันเป็นที่น้ำตกลงมา แล้วข้างในที่น้ำตกลงมา มันเป็นถ้ำเล็กเข้าไป ผมก็คิดว่าเป็นญาติๆเพื่อนๆของพ่อแม่ ผมก็เดินตามน้าคนนั้นไป น้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ ไกลจากพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายความรู้สึกตอนนั้นคือ มีคนรีบอุ้มผมไป ก็คือพ่อผม แล้วภาพสุดท้ายที่เห็นน้าคนนั้น เข้าไปในน้ำที่ตกลงมา ที่เป็นถ้ำเล็กๆเข้าไป แล้วก็ไม่เห็นน้าคนนั้นอีกเลย พ่อก็ถามผมว่าจะไปไหนครับ ผมก็ตอบว่า น้าเขาชวนผมไปเล่นตรงนั้น พ่อเลยอุ้มผมแล้วก็บอกเพื่อนๆของเขากลับบ้านกัน ผมก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ดี
ในระหว่างที่เดินออกจากน้ำตก ก็มี จนท. ลุงคนนึง น่าจะเฝ้าน้ำตกที่นี่ ก็บอกพ่อแม่และญาติๆว่า ที่ข้างบนปิดไว้ เพราะเมื่อวานมีคนตกลงมาตาย 2 คน แล้วเอาศพมาไว้ตรงต้นไม้ แถวๆด้านล่างของน้ำตก รอญาติเอาศพไป ตอนนั้นผมก็เกิดอาการกลัวนิดหน่อย แต่ผมไม่คิดว่าเป็นน้าคนนั้นอยู่ดี
ในระหว่างที่ขึ้นรถ กำลังจะแยกทางกัน ต่างคนจะออกรถไปพักผ่อนในเมืองกัน ผมก็เลยเกิดความสงสัย เลยถามแม่ว่า แม่ๆๆ น้าคนที่เล่นน้ำกับผมไม่กลับด้วยหรอครับ แม่ก็ถามว่าคนไหน ก็ครบกันหมดแล้ว กลับบ้านเถอะ ทุกคนก็หัวเราะผม คงคิดว่า ผมพูดอะไรอยู่
จนกลับมาถึงบ้าน ก็ปกติดี แต่ผมจำภาพน้าคนนั้นได้ติดตาเลย ลักษณะของเขาและชุดที่เขาใส่ (ผมถูกนอนคนเดียวตั้งแต่เด็ก) ผมนอนหลับสักพัก แล้วประมาณตี 2-3 มีคนเรียกชื่อผม เบาๆ เหมือนกระซิบเรียก หน้าต่างหลังห้องผม ซึ่งพ่อผมเป็นพระมาก่อน บ้านผมค่อนข้างพี่พระ มียันต์ มีสิ่งศักดิ์คุ้มครองรอบบ้าน ผมคิดว่าผีชัวร์แหละ ไม่มีใครมาเรียกผมตอนเวลานี้แน่ๆ แต่เขาคงเข้าบ้านผมไม่ได้ ผมคิดอะไรได้ ผมจำคุณ ตั๊ก มยุราและธงชัย พูดในรายการชมรมขนหัวลุกได้ว่า ถ้ามีคนเรียกเวลาดึก อย่าทัก ตามเด็กๆ ผมก็เชื่อสิ ผมก็เลย เอาผ้าห่มคลุมหัว แล้วไหว้พระที่หัวนอน ข่มตานอนหลับให้ได้
ผ่านไปอีกวันรุ่งขึ้น เป็นวันปีใหม่พอดี ในหมู่บ้านผม มีการทำบุญตักบาตรทุกปี ผมก็เลยคิดในใจทำบุญให้ผีตนนั้น ที่เรียกผมเมื่อคืน หลังจากนั้นก็ไม่เจออะไรอีกเลย จนผมโตขึ้นเรื่อยๆ ผมก็พยายามคิด และเอามาประติดประต่อกัน มันเป็นภาพที่ผมไม่เคยลืมเลย จนผมโตมา ผมจึงนึกขึ้นได้ คงไม่ใช่คนแน่ๆ เคยถามพ่อผมอยู่เหมือนกัน แต่พ่อผมจำไม่ได้ จำได้แค่ว่า ผมพูดอยู่คนเดียวจริงๆในตอนนั้น
จริงๆ มีหลายเรื่องมากที่อยากจะเล่า ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย บ้านผมนี่มีเรื่องเล่าเยอะมาก ผมต้องนอนคนเดียว จนโตเป็นหนุ่ม ทั้งสุขและทุกข์และทรมานสุดๆ หลอนมากๆ ไว้มีโอกาส แล้วจะเล่าให้ฟังอีกครับ