มิใช่เพียงแค่คำสัมผัสร้อย
ใช่เพียงถ้อยเรียงรับแล้วขับขาน
อันเชิงชั้นอักษรกาพย์กลอนกานท์
มีโวหาร จังหวะคละทำนอง
เสียงสูงต่ำสั้นยาวพริ้งพราวเพราะ
ซึ้งเสนาะความหมายคำร่ายล่อง
แฝงลุ่มลึกเปรียบเปรยเอ่ยวรรคทอง
คือร้อยกรองวรรณศิลป์ย้ำยินยล ฯ
...........................................................................................
การเขียนกลอนนั้น
ไม่ใช่แค่เอาคำมาสัมผัสกัน ถูกฉันทลักษณ์ อ่านรู้เรื่องเท่านั้น (บางที เอาแต่สัมผัส จนไม่รู้เรื่องก็เยอะ)
แต่มีอะไรที่ยิ่งกว่านั้น อันเรียกว่า เชิงวรรณศิลป์
อย่างน้อยสุด ต้องมี ลีลากลอน
ให้ภาพ สร้างความรู้สึก มีจินตนาการ
ตัวอย่าง
ลีลากลอน (ชมโฉม - รำพึงรำพัน)
เพียงเธอแย้มแก้มเธอก็ลักยิ้ม
สลักพิมพ์กลางใจวาบไหวหวาม
สายตาล้อหยอกเย้าแวววาววาม
สองริมพริ้มอิ่มงามยามเชิดชวน
สะดุ้งตื่นฟื้นฝันพลันเหน็บหนาว
สุขชั่วคราวโอ้ใจกลับไห้หวน
ดึกด่ำฝืนคืนค่ำเฝ้าคร่ำครวญ
ไม่มีนวลเคียงหล่อฝันต่อไป
โวหารเปรียบเปรย (อุปมาโวหาร)
อันกลองดีตีปังก็ดังก้อง
มิต้องร้องป่าวกู่อวดผู้อื่น
เอาแต่อวยเอ่ยอ้างวันกลางคืน
ต่อให้ฝืนอย่างไรไม่จีรัง
วรรทอง
เนติวิทย์
คมคิดความหวังพังเก่ากฎ
เป็นยอดหญ้าแยงหินเหยียดงามงด
เปลื้องปลดอนุรักษ์พ้นปลักตม
จังหวะ ทำนอง
เสียงสูงต่ำสั้นยาวพริ้งพราวเพราะ
ซึ้งเสนาะความหมายคำร่ายล่อง
ลีลา เนื้อหา โวหาร วรรคทอง จังหวะ ทำนอง นี่แหละ วรรณศิลป์แห่งร้อยกรอง
ไม่ใช่แค่สัมผัสเป็นเล่นฉันทลักษณ์ถูก ฉอด ๆ ต่อปากต่อคำแบบปากตลาดไปเท่านั้น
(ถึงเป็นกลอนตลาด แต่ระดับกลอน ไม่ใช่ปากตลาด)
จำไว้นะนู๋ ไม่สอนอีกแล้วนะ
................................................ ก่อนนอน สอนกลอนนู๋ริน ................................................
ใช่เพียงถ้อยเรียงรับแล้วขับขาน
อันเชิงชั้นอักษรกาพย์กลอนกานท์
มีโวหาร จังหวะคละทำนอง
เสียงสูงต่ำสั้นยาวพริ้งพราวเพราะ
ซึ้งเสนาะความหมายคำร่ายล่อง
แฝงลุ่มลึกเปรียบเปรยเอ่ยวรรคทอง
คือร้อยกรองวรรณศิลป์ย้ำยินยล ฯ
...........................................................................................
การเขียนกลอนนั้น
ไม่ใช่แค่เอาคำมาสัมผัสกัน ถูกฉันทลักษณ์ อ่านรู้เรื่องเท่านั้น (บางที เอาแต่สัมผัส จนไม่รู้เรื่องก็เยอะ)
แต่มีอะไรที่ยิ่งกว่านั้น อันเรียกว่า เชิงวรรณศิลป์
อย่างน้อยสุด ต้องมี ลีลากลอน
ให้ภาพ สร้างความรู้สึก มีจินตนาการ
ตัวอย่าง
ลีลากลอน (ชมโฉม - รำพึงรำพัน)
เพียงเธอแย้มแก้มเธอก็ลักยิ้ม
สลักพิมพ์กลางใจวาบไหวหวาม
สายตาล้อหยอกเย้าแวววาววาม
สองริมพริ้มอิ่มงามยามเชิดชวน
สะดุ้งตื่นฟื้นฝันพลันเหน็บหนาว
สุขชั่วคราวโอ้ใจกลับไห้หวน
ดึกด่ำฝืนคืนค่ำเฝ้าคร่ำครวญ
ไม่มีนวลเคียงหล่อฝันต่อไป
โวหารเปรียบเปรย (อุปมาโวหาร)
อันกลองดีตีปังก็ดังก้อง
มิต้องร้องป่าวกู่อวดผู้อื่น
เอาแต่อวยเอ่ยอ้างวันกลางคืน
ต่อให้ฝืนอย่างไรไม่จีรัง
วรรทอง
เนติวิทย์
คมคิดความหวังพังเก่ากฎ
เป็นยอดหญ้าแยงหินเหยียดงามงด
เปลื้องปลดอนุรักษ์พ้นปลักตม
จังหวะ ทำนอง
เสียงสูงต่ำสั้นยาวพริ้งพราวเพราะ
ซึ้งเสนาะความหมายคำร่ายล่อง
ลีลา เนื้อหา โวหาร วรรคทอง จังหวะ ทำนอง นี่แหละ วรรณศิลป์แห่งร้อยกรอง
ไม่ใช่แค่สัมผัสเป็นเล่นฉันทลักษณ์ถูก ฉอด ๆ ต่อปากต่อคำแบบปากตลาดไปเท่านั้น
(ถึงเป็นกลอนตลาด แต่ระดับกลอน ไม่ใช่ปากตลาด)
จำไว้นะนู๋ ไม่สอนอีกแล้วนะ