"พาณิชย์”เดินหน้าระบายและขายข้าวสต๊อกรัฐต่อทันที หลังศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่เคยสั่งห้ามประมูลและขายข้าวก่อนหน้านี้ เหตุถูก “ที พี เค เอทานอล” ยื่นฟ้อง เผยศาลเห็นว่า การตัดสิทธิ์ ไม่ทำให้ธุรกิจบริษัทชะงัก ส่วนกำไรที่ลดลง สามารถเรียกร้องได้ และไม่เห็นมีความเสียหายร้ายแรง
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าว และระงับการเปิดประมูลข้าวเสื่อม 2 กลุ่ม ตามที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ฟ้องร้องว่า กรมฯ จะเชิญประชุมคณะทำงานและคณะอนุกรรมพิจารณาการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อพิจารณาเดินหน้าระบายข้าวในสต๊อกทั้ง 2 กลุ่มต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมฯ ระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าวกลุ่ม 2 หรือข้าวเสื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่คนบริโภคไม่ได้กับผู้ชนะประมูล 16 ราย ปริมาณกว่า 2.07 ล้านตัน และระงับการประมูลขายข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเสื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่คนและสัตว์บริโภคไม่ได้ รอบ 2 ที่จะเปิดประมูลเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณกว่า 5.3 แสนตัน
“คำสั่งดังกล่าว ทำให้กรมฯ สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยแนวทางการดำเนินการ จะเป็นการทำต่อในจุดที่ถูกสั่งระงับเอาไว้ ซึ่งศาลสั่งหยุดตรงไหน ก็ต้องเดินหน้าต่อตรงนั้น คงไม่ถอยหลัง โดยข้าวที่ยังไม่ได้ประมูล ก็จะพิจารณาว่าจะเปิดประมูลได้เมื่อไร โดยต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย ส่วนที่ระงับการทำสัญญา ก็ต้องให้ทั้ง 16 รายมาทำสัญญาได้”นายกีรติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ที พี เค ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการอนุมัติขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล และถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมการประมูล เพราะกรมการค้าต่างประเทศ อ้างว่า บริษัทขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลตั้งแต่ต้น เนื่องจากกรรมการ 2 รายของบริษัทเคยกระทำความผิดในการเข้าร่วมโครงการมันสำปะหลังมาตั้งแต่ปี 2537 และถูกศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมฯ แต่กลับยังไม่ชดใช้จนถึงขณะนี้ และหลังจากที่บริษัทดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลไต่สวนแล้ว จึงมีคำสั่งให้ระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าว และระงับการเปิดประมูลข้าวเสื่อม 2 กลุ่มดังกล่าวออกไปก่อนจนกว่าจะพิจารณาคดีแล้วเสร็จ แต่กรมการค้าต่างประเทศได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และล่าสุด วันที่ 11 ส.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศสามารถขายข้าวในสต๊อกต่อไปได้
โดยศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า คำสั่งของกรมการค้าต่างประเทศที่สั่งให้บริษัทดังกล่าวขาดคุณสมบัติ และไม่ให้เข้าร่วมประกวดราคาครั้งที่ 1/2560 และครั้งที่ 2/2560 นั้น ไม่มีผลโดยตรงที่ทำให้ธุรกิจของบริษัทต้องหยุดชะงัก เนื่องจากยังมีวัตถุดิบอื่นที่สามารถใช้ผลิตเอทานอลแทนข้าวได้ เพียงแต่อาจจะขาดผลกำไร ซึ่งสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้รัฐรับผิดชอบได้ และคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงไม่เข้าเงื่อนไข ตามข้อ 72 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาได้ รวมทั้งบริษัทมีสิทธิเพียงขอให้ศาลสั่งทุเลาการบังคำตามคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเท่านั้น ไม่อาจจะขอเกินเลยไปถึงกระบวนการอื่นๆ ได้ ดังนั้น ศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งระงับการประกวดราคาในการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง เป็นยกคำขอของบริษัทดังกล่าวที่เป็นผู้ฟ้องคดีแทน
https://m.mgronline.com/Business/detail/9600000082236
ขายไปเลยค่ะ จะได้หมดปัญหาเสียที



~มาลาริน~** ขายไปเลยค่ะ.."พาณิชย์”เดินหน้าประมูลและขายข้าวสต๊อกรัฐต่อ หลังศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าว และระงับการเปิดประมูลข้าวเสื่อม 2 กลุ่ม ตามที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ฟ้องร้องว่า กรมฯ จะเชิญประชุมคณะทำงานและคณะอนุกรรมพิจารณาการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อพิจารณาเดินหน้าระบายข้าวในสต๊อกทั้ง 2 กลุ่มต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมฯ ระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าวกลุ่ม 2 หรือข้าวเสื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่คนบริโภคไม่ได้กับผู้ชนะประมูล 16 ราย ปริมาณกว่า 2.07 ล้านตัน และระงับการประมูลขายข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเสื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่คนและสัตว์บริโภคไม่ได้ รอบ 2 ที่จะเปิดประมูลเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณกว่า 5.3 แสนตัน
“คำสั่งดังกล่าว ทำให้กรมฯ สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยแนวทางการดำเนินการ จะเป็นการทำต่อในจุดที่ถูกสั่งระงับเอาไว้ ซึ่งศาลสั่งหยุดตรงไหน ก็ต้องเดินหน้าต่อตรงนั้น คงไม่ถอยหลัง โดยข้าวที่ยังไม่ได้ประมูล ก็จะพิจารณาว่าจะเปิดประมูลได้เมื่อไร โดยต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย ส่วนที่ระงับการทำสัญญา ก็ต้องให้ทั้ง 16 รายมาทำสัญญาได้”นายกีรติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ที พี เค ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการอนุมัติขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล และถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมการประมูล เพราะกรมการค้าต่างประเทศ อ้างว่า บริษัทขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลตั้งแต่ต้น เนื่องจากกรรมการ 2 รายของบริษัทเคยกระทำความผิดในการเข้าร่วมโครงการมันสำปะหลังมาตั้งแต่ปี 2537 และถูกศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมฯ แต่กลับยังไม่ชดใช้จนถึงขณะนี้ และหลังจากที่บริษัทดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลไต่สวนแล้ว จึงมีคำสั่งให้ระงับการทำสัญญาซื้อขายข้าว และระงับการเปิดประมูลข้าวเสื่อม 2 กลุ่มดังกล่าวออกไปก่อนจนกว่าจะพิจารณาคดีแล้วเสร็จ แต่กรมการค้าต่างประเทศได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และล่าสุด วันที่ 11 ส.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศสามารถขายข้าวในสต๊อกต่อไปได้
โดยศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า คำสั่งของกรมการค้าต่างประเทศที่สั่งให้บริษัทดังกล่าวขาดคุณสมบัติ และไม่ให้เข้าร่วมประกวดราคาครั้งที่ 1/2560 และครั้งที่ 2/2560 นั้น ไม่มีผลโดยตรงที่ทำให้ธุรกิจของบริษัทต้องหยุดชะงัก เนื่องจากยังมีวัตถุดิบอื่นที่สามารถใช้ผลิตเอทานอลแทนข้าวได้ เพียงแต่อาจจะขาดผลกำไร ซึ่งสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้รัฐรับผิดชอบได้ และคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงไม่เข้าเงื่อนไข ตามข้อ 72 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาได้ รวมทั้งบริษัทมีสิทธิเพียงขอให้ศาลสั่งทุเลาการบังคำตามคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเท่านั้น ไม่อาจจะขอเกินเลยไปถึงกระบวนการอื่นๆ ได้ ดังนั้น ศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งระงับการประกวดราคาในการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง เป็นยกคำขอของบริษัทดังกล่าวที่เป็นผู้ฟ้องคดีแทน
https://m.mgronline.com/Business/detail/9600000082236
ขายไปเลยค่ะ จะได้หมดปัญหาเสียที