ร่วมโหวตตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทยจากผลงานผู้เข้าประกวดที่ท่านชื่นชอบ
ร่วมโหวตผลงานประกวดต้นแบบสัญลักษณ์ทีมชาติไทยใหม่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดเป็นโลโก้ทีมชาติไทยใหม่ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
โหวตผลงานประกวดต้นแบบสัญลักษณ์ทีมชาติไทยใหม่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดเป็นโลโก้ทีมชาติไทยใหม่ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปส่งผลงานเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด “ช้างศึก” ทั้งในแบบเต็มตัวและบางส่วน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2560 ได้มีผู้สนใจร่วมส่งเข้ามามากกว่า 1,000 ชิ้นให้พิจารณา
และทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็ได้ทำการคัดเลือกในเบื้องต้น โดยมี นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ , นายศรัณย์ บุลสุข รองประธานบริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี 2557, นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ผู้ออกแบบงานสร้างและกำกับศิลป์ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้คร่ำหวอดเรื่องประวัติศาสตร์ และ นาย วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟาร์มกรุ๊ป และกราฟิคดีไซเนอร์ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ไทยลีก เป็นคณะกรรมการร่วมตัดสิน
ซึ่งทางคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยพิจารณาถึงความสวยงาม, ความร่วมสมัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ จนได้ 5 ผลงานในรอบสุดท้าย อันได้แก่
1. นายปริตณัฐ เครืออารีย์
2. Mr. Adiet Firmansyah
3. นายต่อพงศ์ บูรณพิเชษฐ์
4. นายพิสุทธิ์ กองกิจ
5. นายรณชิต แสนปิง
โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะทำการเปิดให้แฟนบอลโหวตเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาตัดสินครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ก่อนที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการ และสมาคมฯ จะนำผลงานไปพัฒนาต่อจนสมบูรณ์
ทางด้านของ อ. ปัญญา วิจินธนสาร กล่าวเสริมว่า “สำหรับตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีประวัติศาสตร์ จากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์ด้วยพระองค์เอง แสดงออกถึงความสง่างามความสูงส่ง”
“แต่ในปัจจุบัน ผมคิดว่าการใช้งานตราสัญลักษณ์ฟุตบอลได้เปลี่ยนสถานะไป ซึ่งสมาคมฟุตบอลหลายๆประเทศก็รีแบรนด์ตราของตัวเองในลักษณะที่เป็นสากลขึ้น ให้เข้ากับความสมัยใหม่ เรียบง่าย ร่วมสมัย ซึ่งการใช้ตราพระราชทานในบางครั้งอาจมีปัญหาในเรื่องของความไม่เหมาะสมในการนำไปใช้"
“โดยแบบเดิมก็อาจจะใช้ในวาระที่สำคัญๆ และมีคุณค่า ส่วนแบบใหม่จะใช้ในแนวทางที่กว้างขวางกับทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือตามสาธารณะ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความความสากล”
ขณะที่ นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตราพระราชทานเป็นสิ่งที่สูงส่ง เพราะเป็นตราที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทาน จึงควรใช้เฉพาะในโอกาสที่สำคัญๆ ซึ่งการจะเอามาใช้กับเรื่องทั่วๆไปจึงไม่น่าจะเหมาะสม”
นอกจากนี้ นาย ศรัณย์ บุลสุข ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรีแบรนด์ตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทยว่า “สมัยนี้มีช่องทางในการใช้ตราสัญลักษณ์มากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการนำไปวางบนสื่อต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับใช้ที่ง่ายและมีความเป็นสากล”
ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท สำหรับผู้ชนะเลิศนั้น จะได้รับเชิญจากทางสมาคมฯ เพื่อทำการมอบรางวัลและหารือถึงการพัฒนาจนสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยต่อไป
เอามาให้นักออกแบบโลโก้ระดับจักรวารอ่านกันครับ หลังมีพวกอ่านหนังสือไม่เกิน8บรรทัด มาดราม่าเรื่องโลโก้ทีมชาติไทยใหม่
ร่วมโหวตผลงานประกวดต้นแบบสัญลักษณ์ทีมชาติไทยใหม่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดเป็นโลโก้ทีมชาติไทยใหม่ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
โหวตผลงานประกวดต้นแบบสัญลักษณ์ทีมชาติไทยใหม่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดเป็นโลโก้ทีมชาติไทยใหม่ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปส่งผลงานเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด “ช้างศึก” ทั้งในแบบเต็มตัวและบางส่วน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2560 ได้มีผู้สนใจร่วมส่งเข้ามามากกว่า 1,000 ชิ้นให้พิจารณา
และทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็ได้ทำการคัดเลือกในเบื้องต้น โดยมี นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ , นายศรัณย์ บุลสุข รองประธานบริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี 2557, นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ผู้ออกแบบงานสร้างและกำกับศิลป์ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้คร่ำหวอดเรื่องประวัติศาสตร์ และ นาย วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟาร์มกรุ๊ป และกราฟิคดีไซเนอร์ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ไทยลีก เป็นคณะกรรมการร่วมตัดสิน
ซึ่งทางคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยพิจารณาถึงความสวยงาม, ความร่วมสมัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ จนได้ 5 ผลงานในรอบสุดท้าย อันได้แก่
1. นายปริตณัฐ เครืออารีย์
2. Mr. Adiet Firmansyah
3. นายต่อพงศ์ บูรณพิเชษฐ์
4. นายพิสุทธิ์ กองกิจ
5. นายรณชิต แสนปิง
โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะทำการเปิดให้แฟนบอลโหวตเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาตัดสินครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ก่อนที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการ และสมาคมฯ จะนำผลงานไปพัฒนาต่อจนสมบูรณ์
ทางด้านของ อ. ปัญญา วิจินธนสาร กล่าวเสริมว่า “สำหรับตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีประวัติศาสตร์ จากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์ด้วยพระองค์เอง แสดงออกถึงความสง่างามความสูงส่ง”
“แต่ในปัจจุบัน ผมคิดว่าการใช้งานตราสัญลักษณ์ฟุตบอลได้เปลี่ยนสถานะไป ซึ่งสมาคมฟุตบอลหลายๆประเทศก็รีแบรนด์ตราของตัวเองในลักษณะที่เป็นสากลขึ้น ให้เข้ากับความสมัยใหม่ เรียบง่าย ร่วมสมัย ซึ่งการใช้ตราพระราชทานในบางครั้งอาจมีปัญหาในเรื่องของความไม่เหมาะสมในการนำไปใช้"
“โดยแบบเดิมก็อาจจะใช้ในวาระที่สำคัญๆ และมีคุณค่า ส่วนแบบใหม่จะใช้ในแนวทางที่กว้างขวางกับทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือตามสาธารณะ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความความสากล”
ขณะที่ นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตราพระราชทานเป็นสิ่งที่สูงส่ง เพราะเป็นตราที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทาน จึงควรใช้เฉพาะในโอกาสที่สำคัญๆ ซึ่งการจะเอามาใช้กับเรื่องทั่วๆไปจึงไม่น่าจะเหมาะสม”
นอกจากนี้ นาย ศรัณย์ บุลสุข ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรีแบรนด์ตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทยว่า “สมัยนี้มีช่องทางในการใช้ตราสัญลักษณ์มากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการนำไปวางบนสื่อต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับใช้ที่ง่ายและมีความเป็นสากล”
ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท สำหรับผู้ชนะเลิศนั้น จะได้รับเชิญจากทางสมาคมฯ เพื่อทำการมอบรางวัลและหารือถึงการพัฒนาจนสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยต่อไป