ตอนนี้ ผมเรียนกึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นครับ โดยที่จะกลับเมืองไทยปีหน้า และผมก็พบรักกับหนุ่มญี่ปุ่นที่นี่ โดยที่เราตกลงกันแล้วว่าปีหน้าเขาจะตามผมกลับไปเมืองไทย เพราะผมเหมือนเป็นฝ่ายชาย เขาเป็นฝ่ายหญิง ตามธรรมเนียมเขาก็เลยขอเป็นฝ่ายตามผมครับ ซึ่งเขาก็ยินดี โดยที่เขาจะบอกทางบ้านว่าจะย้ายไปทำงานที่เมืองไทย และผมก็บอกทางบ้านให้รับรู้เป็นการเรียบร้อยแล้ว
เราเป็นแฟนกันมานาน และมีเพศสัมพันธ์กันแล้วด้วยครับ วันหนึ่งผมตระหนักได้ว่ามันผิดศีลข้อ 3 นะ ซึ่งทำให้ผมไม่สบายใจ เลยพูดกับเขาตรงๆ ว่าตามพุทธศาสนาที่เรานับถือ การทำอย่างนี้มันไม่โอเค เราขอไปคุยและขอกับพ่อแม่ของเขาก่อนได้มั้ย เขาเข้าใจแต่บอกว่าไม่ได้ เพราะที่บ้านเขาไม่ยอมรับการเป็นเกย์ ซึ่งอันนี้ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะอยู่ที่นี่มาพักใหญ่แล้ว รู้ว่าสังคมที่นี่มันไม่ได้เปิดเหมือนบ้านเราจริงๆ
เขาพยายามอธิบายว่าผมไม่ได้ผิดหรอก ก็เขายินดี และเราเป็นแฟนกัน ถึงจะแต่งงานกันไม่ได้ แต่ก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ ส่วนเรื่องทางบ้านของเขา พ่อเป็นโรคสมองเสื่อม ก็ข้ามไปเพราะจะบอกหรือไม่บอกก็ไม่มีผล แต่แม่เป็นคนสังคมมากๆ รับไม่ได้แน่นอน และทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเชื่อว่า ถ้าบอกแล้วแม่โกรธมากจนลุกลามเกิดไม่สบายขึ้นมา อันนี้ต่างหากที่เป็นบาป แต่ถ้าไม่บอกแล้วแม่สบายใจ แล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าทำผิดอะไร สิ่งนี้ต่างหากที่ควรจะทำ
ผมก็เข้าใจเขานะครับ เข้าใจความคิดและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย แต่ก็ยังรู้สึกว่าทำบาปอยู่ดีอ่ะครับ เรียนปรึกษาทุกท่าน ว่าผมควรจะปรับความคิดหรือควรจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ เอาจริงเลย คือกลัวเรื่องการผิดศีลมากและก็รักเขามากด้วยครับ รบกวนด้วยครับ
ความรัก ศีล วัฒนธรรม กับเรื่องของเรา..?
เราเป็นแฟนกันมานาน และมีเพศสัมพันธ์กันแล้วด้วยครับ วันหนึ่งผมตระหนักได้ว่ามันผิดศีลข้อ 3 นะ ซึ่งทำให้ผมไม่สบายใจ เลยพูดกับเขาตรงๆ ว่าตามพุทธศาสนาที่เรานับถือ การทำอย่างนี้มันไม่โอเค เราขอไปคุยและขอกับพ่อแม่ของเขาก่อนได้มั้ย เขาเข้าใจแต่บอกว่าไม่ได้ เพราะที่บ้านเขาไม่ยอมรับการเป็นเกย์ ซึ่งอันนี้ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะอยู่ที่นี่มาพักใหญ่แล้ว รู้ว่าสังคมที่นี่มันไม่ได้เปิดเหมือนบ้านเราจริงๆ
เขาพยายามอธิบายว่าผมไม่ได้ผิดหรอก ก็เขายินดี และเราเป็นแฟนกัน ถึงจะแต่งงานกันไม่ได้ แต่ก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ ส่วนเรื่องทางบ้านของเขา พ่อเป็นโรคสมองเสื่อม ก็ข้ามไปเพราะจะบอกหรือไม่บอกก็ไม่มีผล แต่แม่เป็นคนสังคมมากๆ รับไม่ได้แน่นอน และทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเชื่อว่า ถ้าบอกแล้วแม่โกรธมากจนลุกลามเกิดไม่สบายขึ้นมา อันนี้ต่างหากที่เป็นบาป แต่ถ้าไม่บอกแล้วแม่สบายใจ แล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าทำผิดอะไร สิ่งนี้ต่างหากที่ควรจะทำ
ผมก็เข้าใจเขานะครับ เข้าใจความคิดและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย แต่ก็ยังรู้สึกว่าทำบาปอยู่ดีอ่ะครับ เรียนปรึกษาทุกท่าน ว่าผมควรจะปรับความคิดหรือควรจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ เอาจริงเลย คือกลัวเรื่องการผิดศีลมากและก็รักเขามากด้วยครับ รบกวนด้วยครับ