
เป็นที่น่าสังเกตว่าหากศาสนาใดหรือศาสนาในนิกายใดนิกายหนึ่ง มีการทำสมาธิความสงบ
คือ การทำความสงบของธาตุ ก็จะมีการประพฤติพรหมจรรย์(ไม่เสพกาม) ไม่ครองคู่..ร่วมด้วยเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น ฤาษีดาบสในศาสนาพราหมณ์ พระภิกษุในพุทธศาสนา
บาทหลวงในศาสนาคริสต์(คาทอลิก) หรือ นักบวชในศาสนาอิสลามนิกายซูฟีย์..เป็นต้น
เหตุนั้นนั่นก็เป็นเพราะการทำความสงบในตนเองของธาตุนั้น
ทำให้ธาตุนั้นไม่เกิดแรงดึงแรงยึดต่อธาตุภายนอก หรือก็คือการทำความสงบของจิตนั้น
ทำให้จิตและกายนั้นสงบจากราคะ ไม่เกิดความกำหนัดในกามต่อรูปหญิง รูปชายของผู้อื่น
ที่เป็นธาตุภายนอก จึงมีความสันติในตนเอง..ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็ตามที
ความสงบในตนเองของธาตุ ทำให้ไม่เกิดแรงดึงแรงยึดต่อธาตุภายนอก..
คือ การทำความสงบของธาตุ ก็จะมีการประพฤติพรหมจรรย์(ไม่เสพกาม) ไม่ครองคู่..ร่วมด้วยเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น ฤาษีดาบสในศาสนาพราหมณ์ พระภิกษุในพุทธศาสนา
บาทหลวงในศาสนาคริสต์(คาทอลิก) หรือ นักบวชในศาสนาอิสลามนิกายซูฟีย์..เป็นต้น
เหตุนั้นนั่นก็เป็นเพราะการทำความสงบในตนเองของธาตุนั้น
ทำให้ธาตุนั้นไม่เกิดแรงดึงแรงยึดต่อธาตุภายนอก หรือก็คือการทำความสงบของจิตนั้น
ทำให้จิตและกายนั้นสงบจากราคะ ไม่เกิดความกำหนัดในกามต่อรูปหญิง รูปชายของผู้อื่น
ที่เป็นธาตุภายนอก จึงมีความสันติในตนเอง..ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็ตามที