สวัสดีจ้ะ (สวัสดีใครก็ไม่รู้) สวัสดีคนอ่านละกัน (ถ้ามีคนอ่านนะ ^_^) (ถ้าไม่มีก็ถือว่าพิมพ์ไว้อ่านเองเนอะ)
เกริ่นก่อนละกัน เราพึ่งไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสมา 13 วัน 12 คืน (ว่าจะเขียนแชร์ประสบการณ์ทริปนี้อีกกระทู้หนึ่ง) แล้วทริปการเดินป่า เป็นทริปที่อยู่ดีๆ ก็ลอยมา (อยู่ดีๆ คนพาเที่ยวก็อยากไปเดินชมนกชมไม้ใน Canyon T_T) ก่อนไปเราทราบคราวๆ ว่าจะไป canyon เช่า kayak พายเข้าชม canyon ถ่ายรูปสวยๆ ก็เออน่าสนุก แต่ไม่ใช่จ้า
เรามาถึงเมือง Castellane เป็นวันที่ 7 ของทริป พักอยู่ รร. คืนหนึ่ง ขับรถไปเที่ยวทะเลสาป Lec de Castillon และเดินเที่ยวในตัวเมืองเสร็จแล้ว (รายละเอียดและภาพของเมืองนี้จะลงในอีกกระทู้) ก็เช็คเอ้าท์ออกไป Camping ใช่แล้ว Camping เห็นฝรั่งฮิตกันนัก ทริปนี้เลยจัด camping ด้วย 2 คืน ด้วยการเช่าเต้นท์ของทาง แคมป์ พอเช็คอินเรียบร้อยคนพาเที่ยวก็พูดขึ้นว่า "เดี๋ยวเราไปเดิน Canyon กันนะ เช็คดูคราวๆ ระยะทางก็ 15 km ตามตารางใช้เวลาประมาณ 6.30 ชม. - 7 ชม. ปะไปถามข้อมูลจจาก Information กัน" เราฟังแล้วก็สตั้นไปหนึ่งวิ แล้วเดินตามเขาไปต้อยๆ

หลังจากได้ข้อมูลและแผนที่เราก็ขับรถเพื่อไปสำรวจเส้นทางก่อน เพราะการไปเดินป่าในแกรนด์ แคนยอน เขาจะมีจุดรถบัสรับเพื่อไปส่งเราที่จุดเริ่มต้น เราต้องทราบตารางรถบัสว่าเที่ยวแรกกี่โมงและจากที่พักเราไปขึ้นรถบัสใช้เวลากี่นาทีจะได้ไม่ตกรถ ก็พากันกางแผนที่คลำทางไปยัง Point sublime ซึ่งเป็นจุดที่รถบัสจะมารับนักเดินป่าและเป็นจุดสุดท้ายของการเดินป่า (จุดสิ้นสุดของการเดินป่า พอเดินออกจากป่าก็ขับรถกลับบ้านได้) หลังจากรู้สถานที่ที่ต้องมาในวันพรุ่งนี้เช้าแล้วก็พาไปลองไปเดินเซอร์เวย์ดูพอเป็นน้ำจิ้มที่จุด Raquette couloir Samson ซึ่งเป็นจุดที่บริษัทเที่ยวนำนักเที่ยวเที่ยวไปล่องน้ำ ปีนผา กระโดดผา และเดินผ่าน Tunnel (อุโมงค์) ทำให้รู้ว่าวันพรุ่งนี้เราต้องเตรียมไฟฉายมาให้พร้อม (ดีที่มีไฟฉายเล็กติดรถมาด้วย 2 อัน) ก่อนไปเราค่อนข้างกังวลเรื่องร้องเท้าเพราะร้องเท้าที่เราใส่ ไม่ใช่รองเท้าสำหรับเดินป่า เป็นรองเท้าอดิดาส (ที่ขาดตรงหัวนิ้วโป้ง T_T) ดีที่นุ่มและเดินสบายเท้าแต่ในป่าตลอดทางเดินมีแต่หิน ถ้าฝ่าเท้าระทมหรืออักเสบขึ้นมากลางป่าละก็ลำบากแน่ ทริปนี้เรานำรองเท้าผ้าใบไปด้วย 2 คู่ก็เตรียมใส่กระเป๋าไปด้วยทั้งสองคู่เผื่อเปลี่ยน รองเท้าว่ายน้ำอีกหนึ่งคู่เผื่อได้ลุยน้ำ ยาทายานวดยากินเราเตรียมไปหมดทุกอย่างยัดใส่กระเป๋าผ้าร่ม (บอกตรงๆ ว่าลืมเปลี่ยนกระเป๋า) อาหารที่ให้แคลลอรี่สูง ลูกอม (เอาไว้อมเวลาต้องการประหยัดน้ำ ช่วยได้นะ) แตงกวา และน้ำในหนังสือไกด์เขาแนะนำเลยว่าต้องนำน้ำเปล่าไปอย่างน้อยคนละ 2 ลิตร เราก็เตรียมเต็มกระเป๋า

แผนที่เดินป่าในแกรนด์แคนยอน
เช้าวันไปเดินอากาศหนาว 13 องศา เราที่เป็นคนขี้หนาวก็ใส่เสื้อ 3 ชั้น กางเกง 2 ชั้น (ขาสั้นและขายาว ไปเดินป่าเขาใส่ขาสั้นนะ) เราขึ้นรถรอบแรก 8.15 น. ไปถึงก่อน 8 โมงฝรั่งมายืนรอไปเดินป่าเยอะมาก เราก็เดินไปยืนรอขึ้นรถในกลุ่มนั้นด้วย ฝรั่งหันมามองสาวเอเชียหัวดำคนเดียวที่ใส่เสื้อผ้าเยอะสุด แถมยังใส่กางเกงขายาวคนเดียว (เออ! ตรูหนาว) (ระหว่างทางเราค่อยๆ ลอกคราบ) สะพายกระเป๋าผ้าร่มที่แน่นไปด้วยขนมปัง ก้มดูรองเท้าก็เป็นรองเท้าผ้าที่ขาดตรงหัวนิ้วโป้ง เค้าคงคิดสภาพแบบนี้จะไหวไหม?
ไหวค่ะ!! เรื่องเดินป่าเราไม่หวั่น เราเชื่อว่ากำลังขาเราไม่เป็นสองรองใคร แต่อย่างที่บอกว่ากลัวอย่างเดียวว่าฝ่าเท้าจะระบม เวลาเดินเราจึงบอกตัวเองเสมอว่าต้องมีสติ ดูทางให้ดีเพราะทางเดินมีแต่หิน เดินนานฝ่าเท้าอาจจะระบมได้ ระหว่างทางมีจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายอยู่เป็นระยะ ตอนเดินจึงพยายามเดินเซฟตัวเอง มาเดินป่าเราต้องดูแลตัวเอง ต้องไม่เป็นภาระของคนที่มาด้วย เข้าแล้วทางออกมีแค่สองทางคือจะออกทางเข้าหรือจะออกทางออก T_T ไม่ว่าออกทางไหนก็ลำบากทั้งนั้น
พอขึ้นรถก็จ่ายค่ารถกันคนละ 6 ยูโร นั่งรถไปประมาณ 45 นาที ก็ถึงจุด La Maline ซึ่งคือจุดเริ่มต้น

หลังจากนั่งหนาวมาในรถพอได้ลงจากรถเราดีใจมาก อยากจะเดินเรียกเหงื่อไวไว แต่.....ข้าวเช้าเรายังไม่ได้กินจ้า เลยต้องหลีกทางให้ฝรั่งที่พร้อมเดินเข้าป่าไปก่อน ส่วนเราสองคนก็นั่งกินข้าวแคลลอรี่สูงอยู่บนก้อนหินข้างทาง
(พูดถึงเรื่องข้าวก็หิวข้าวเลย ไว้มาต่อนะ)
ครั้งแรกกับการเดินป่าที่แกรนด์แคนยอน Grand Canyon Du Verdon ประเทศฝรั่งเศส ระยะทาง 15 km. ใช้เวลา 4 ชม.
เกริ่นก่อนละกัน เราพึ่งไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสมา 13 วัน 12 คืน (ว่าจะเขียนแชร์ประสบการณ์ทริปนี้อีกกระทู้หนึ่ง) แล้วทริปการเดินป่า เป็นทริปที่อยู่ดีๆ ก็ลอยมา (อยู่ดีๆ คนพาเที่ยวก็อยากไปเดินชมนกชมไม้ใน Canyon T_T) ก่อนไปเราทราบคราวๆ ว่าจะไป canyon เช่า kayak พายเข้าชม canyon ถ่ายรูปสวยๆ ก็เออน่าสนุก แต่ไม่ใช่จ้า
เรามาถึงเมือง Castellane เป็นวันที่ 7 ของทริป พักอยู่ รร. คืนหนึ่ง ขับรถไปเที่ยวทะเลสาป Lec de Castillon และเดินเที่ยวในตัวเมืองเสร็จแล้ว (รายละเอียดและภาพของเมืองนี้จะลงในอีกกระทู้) ก็เช็คเอ้าท์ออกไป Camping ใช่แล้ว Camping เห็นฝรั่งฮิตกันนัก ทริปนี้เลยจัด camping ด้วย 2 คืน ด้วยการเช่าเต้นท์ของทาง แคมป์ พอเช็คอินเรียบร้อยคนพาเที่ยวก็พูดขึ้นว่า "เดี๋ยวเราไปเดิน Canyon กันนะ เช็คดูคราวๆ ระยะทางก็ 15 km ตามตารางใช้เวลาประมาณ 6.30 ชม. - 7 ชม. ปะไปถามข้อมูลจจาก Information กัน" เราฟังแล้วก็สตั้นไปหนึ่งวิ แล้วเดินตามเขาไปต้อยๆ
หลังจากได้ข้อมูลและแผนที่เราก็ขับรถเพื่อไปสำรวจเส้นทางก่อน เพราะการไปเดินป่าในแกรนด์ แคนยอน เขาจะมีจุดรถบัสรับเพื่อไปส่งเราที่จุดเริ่มต้น เราต้องทราบตารางรถบัสว่าเที่ยวแรกกี่โมงและจากที่พักเราไปขึ้นรถบัสใช้เวลากี่นาทีจะได้ไม่ตกรถ ก็พากันกางแผนที่คลำทางไปยัง Point sublime ซึ่งเป็นจุดที่รถบัสจะมารับนักเดินป่าและเป็นจุดสุดท้ายของการเดินป่า (จุดสิ้นสุดของการเดินป่า พอเดินออกจากป่าก็ขับรถกลับบ้านได้) หลังจากรู้สถานที่ที่ต้องมาในวันพรุ่งนี้เช้าแล้วก็พาไปลองไปเดินเซอร์เวย์ดูพอเป็นน้ำจิ้มที่จุด Raquette couloir Samson ซึ่งเป็นจุดที่บริษัทเที่ยวนำนักเที่ยวเที่ยวไปล่องน้ำ ปีนผา กระโดดผา และเดินผ่าน Tunnel (อุโมงค์) ทำให้รู้ว่าวันพรุ่งนี้เราต้องเตรียมไฟฉายมาให้พร้อม (ดีที่มีไฟฉายเล็กติดรถมาด้วย 2 อัน) ก่อนไปเราค่อนข้างกังวลเรื่องร้องเท้าเพราะร้องเท้าที่เราใส่ ไม่ใช่รองเท้าสำหรับเดินป่า เป็นรองเท้าอดิดาส (ที่ขาดตรงหัวนิ้วโป้ง T_T) ดีที่นุ่มและเดินสบายเท้าแต่ในป่าตลอดทางเดินมีแต่หิน ถ้าฝ่าเท้าระทมหรืออักเสบขึ้นมากลางป่าละก็ลำบากแน่ ทริปนี้เรานำรองเท้าผ้าใบไปด้วย 2 คู่ก็เตรียมใส่กระเป๋าไปด้วยทั้งสองคู่เผื่อเปลี่ยน รองเท้าว่ายน้ำอีกหนึ่งคู่เผื่อได้ลุยน้ำ ยาทายานวดยากินเราเตรียมไปหมดทุกอย่างยัดใส่กระเป๋าผ้าร่ม (บอกตรงๆ ว่าลืมเปลี่ยนกระเป๋า) อาหารที่ให้แคลลอรี่สูง ลูกอม (เอาไว้อมเวลาต้องการประหยัดน้ำ ช่วยได้นะ) แตงกวา และน้ำในหนังสือไกด์เขาแนะนำเลยว่าต้องนำน้ำเปล่าไปอย่างน้อยคนละ 2 ลิตร เราก็เตรียมเต็มกระเป๋า
เช้าวันไปเดินอากาศหนาว 13 องศา เราที่เป็นคนขี้หนาวก็ใส่เสื้อ 3 ชั้น กางเกง 2 ชั้น (ขาสั้นและขายาว ไปเดินป่าเขาใส่ขาสั้นนะ) เราขึ้นรถรอบแรก 8.15 น. ไปถึงก่อน 8 โมงฝรั่งมายืนรอไปเดินป่าเยอะมาก เราก็เดินไปยืนรอขึ้นรถในกลุ่มนั้นด้วย ฝรั่งหันมามองสาวเอเชียหัวดำคนเดียวที่ใส่เสื้อผ้าเยอะสุด แถมยังใส่กางเกงขายาวคนเดียว (เออ! ตรูหนาว) (ระหว่างทางเราค่อยๆ ลอกคราบ) สะพายกระเป๋าผ้าร่มที่แน่นไปด้วยขนมปัง ก้มดูรองเท้าก็เป็นรองเท้าผ้าที่ขาดตรงหัวนิ้วโป้ง เค้าคงคิดสภาพแบบนี้จะไหวไหม?
ไหวค่ะ!! เรื่องเดินป่าเราไม่หวั่น เราเชื่อว่ากำลังขาเราไม่เป็นสองรองใคร แต่อย่างที่บอกว่ากลัวอย่างเดียวว่าฝ่าเท้าจะระบม เวลาเดินเราจึงบอกตัวเองเสมอว่าต้องมีสติ ดูทางให้ดีเพราะทางเดินมีแต่หิน เดินนานฝ่าเท้าอาจจะระบมได้ ระหว่างทางมีจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายอยู่เป็นระยะ ตอนเดินจึงพยายามเดินเซฟตัวเอง มาเดินป่าเราต้องดูแลตัวเอง ต้องไม่เป็นภาระของคนที่มาด้วย เข้าแล้วทางออกมีแค่สองทางคือจะออกทางเข้าหรือจะออกทางออก T_T ไม่ว่าออกทางไหนก็ลำบากทั้งนั้น
พอขึ้นรถก็จ่ายค่ารถกันคนละ 6 ยูโร นั่งรถไปประมาณ 45 นาที ก็ถึงจุด La Maline ซึ่งคือจุดเริ่มต้น
หลังจากนั่งหนาวมาในรถพอได้ลงจากรถเราดีใจมาก อยากจะเดินเรียกเหงื่อไวไว แต่.....ข้าวเช้าเรายังไม่ได้กินจ้า เลยต้องหลีกทางให้ฝรั่งที่พร้อมเดินเข้าป่าไปก่อน ส่วนเราสองคนก็นั่งกินข้าวแคลลอรี่สูงอยู่บนก้อนหินข้างทาง
(พูดถึงเรื่องข้าวก็หิวข้าวเลย ไว้มาต่อนะ)