#ใครเคยเป็นเหมือนเราบ้างแล้วทำยังไงกัน
#ย้ำๆว่ามาจากเรื่องจริงไม่ได้แต่งขึ้น #แต่อาจจะน้ำเน่าหน่อยๆ
คือเราแอบรักเพื่อนคนนึงมาเกือบ2ปีตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัยใหม่ๆปี1เลยตอนนี้อยู่ปี3ละ เค้าเป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงและสนิทกับเรา เราเป็นคนอ้วนนะตอนนั้นอ้วนมากด้วยเอาเป็นว่าน้ำหนักนี่80เลยแหล่ะ ตอนนั้นเข้าปี1ใหม่ๆแล้วมาเจอกับเขาที่มหาลัยซึ่งวันนั้นที่เจอกับเขาก็เป็นวันเกิดของเราพอดี นี่ก็ถือว่าเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งแล้ว เจอกันวันแรกเค้าก็กวนตี...👣เราซะแล้ว ด้วยที่เขาเป็นคนเฮฮา อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ด้วยความที่ใกล้ชิดกันอยู่ด้วยกันเกือบกันทุกวันไปเรียนด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนบ่อยๆ และด้วยเพราะเราอ้วนด้วยล่ะมั้งเค้าชอบมาแกล้ง กวนตี...👣หยอกๆแหย่ๆเราตลอดด้วย ทำให้เราตกหลุมรักเค้าจนแอบรักเค้ามาเกือบสองปีนี่แหล่ะ แต่ด้วยที่เราอ้วนจึงทำให้เราไม่มั่นใจที่จะบอกความรู้สึกเรากับเค้าไปเพราะรู้แน่ๆเลยว่าขืนบอกไปคงผิดหวังแน่ๆ กลัวว่าจะเสียเพื่อนคนนึงไปด้วย และกลัวด้วยว่าถ้าบอกไปแล้วเพื่อนๆรู้เขาจะคิดยังไงกัน แต่ในขณะเดียวกันตลอดเวลาที่เราแอบชอบเค้าอยู่ในระยะเวลาปีกว่าๆนี้เราก็พยายามลดน้ำหนัก ลดด้วยตัวเองโดยการออกกำลังกายไม่ทานยาลดความอ้วน ไม่เข้าฟิตเนต ซึ่งมันยากมากๆกว่าจะลดลงได้แต่ละกิโล และเราก็ลดมันได้จริงๆ ลดลงไป20kgกว่าๆ (ตอนนั้นมีความมุ่งมั่นมาก) กะว่าอีกไม่นานจะบอกเค้า แต่พอแอบรักเค้ามาได้1ปีกว่าๆเกือบ2ปี เรากะจะบอกเค้าพอดีว่าเรารู้สึกยังไงกับเค้า ถึงรู้ว่าขืนบอกไปก็คงจะผิดหวังแน่ๆเราก็ยังโอเค ที่อย่างน้อยเราได้มีโอกาสที่จะบอกความในใจบอกความรู้สึกตัวเองไปว่ารู้สึกยังไงกับเค้า แต่แล้วก็ไม่ทันได้บอกเค้าก็ดันมีแฟนซะก่อน(โดนปาดหน้า)แฟนเค้าหน้าก็ตาน่ารักดี ณ ตอนนั้นบอกเลยโครตจุกมากกกก เฮิร์ตมากกก เป็นคนที่อกหักแต่บอกอะไรกับใครไม่ได้ มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวด้วยกันกับเพื่อนๆ แต่เค้าชวนแฟนไปด้วย ซึ่งวันนั้นมันเป็นวันที่โครตจุกกก!!!มากกก!ตามประสาคนแอบรักนะ คือเห็นเค้าเดินจับมือกันต่อหน้าต่อตา เดินโอบไหล่กันต่อหน้าต่อตา หวานๆหยอกล้อกันตามประสาคนเป็นแฟนกัน เราก็ได้แค่มอง ฝืนๆยิ้มไปทั้งๆที่ข้างในนี่มันยิ้มแทบไม่ออกด้วยซ้ำ อารมณ์ตอนนั้นคือแบบมันสุดๆอ่ะ ทำอะไรจะพูดจะระบายกับใครก็ไม่ได้ได้แค่เก็บไว้กับตัวเองและได้แค่ยืนมองอยู่ และเราก็ได้แค่มองภาพที่เค้าหวานๆกันแบบนี้อยู่บ่อยๆเรื่อยมา ได้แค่เก็บอาการต่างๆไว้คนเดียว จนวันนึงเค้ามีเรื่องกับแฟนถึงขั้นจะเลิกกันจริงๆ เราก็เห็นแล้วแหล่ะว่าเค้าผิดปกติไปคือไม่เฮฮา หน้าเศร้าๆซึมๆ ไม่เป็นอย่างที่เคย เราก็เข้าไปถามว่าเป็นอะไรแล้วเค้าก็มาปรึกษากับเรา เราก็รับฟังเค้าปลอบเค้าอยู่สักระยะนึงและในใจก็เป็นห่วงเค้าด้วยคือไม่อยากให้เค้าเสียใจ และเค้าก็กลับมาคืนดีกับแฟนเค้าและคบกันจนถึงทุกวันนี้และมีโมเม้นหวานๆกว่าเมื่อก่อน ตอนนั้นใจเราที่เฮิร์ตอยู่มันเหมือนเพิ่มความเฮิร์ตขึ้นไปอีกอ่ะ แอบรักเค้าอยู่แล้วแต่พูดไม่ได้บอกใครไม่ได้ เก็บความรู้สึกต่างๆไว้คนเดียว จุกที่เค้ามีแฟนซะก่อน(โดนปาดหน้า) และต้องมาเป็นที่ปรึกษาเค้าอีกเหมือนมันตอกย้ำใจตัวเองอยู่ยังไงๆ ตอนนั้นแบบจุกมากกกก แต่เราก็เต็มใจและอยากให้คำปรึกษาเค้าจริงๆด้วยความที่เป็นห่วงเค้าไม่อยากใหเค้าเสียใจ ตอนแรกๆเราก็ทำใจยากนะ มันรู้สึกจี๊ดๆทุกครั้งที่เห็นภาพนั้นๆภาพที่เห็นเค้าหวานๆกันกับแฟนซึ่งเราทำอะไรไม่ได้ ได้แค่เก็บอารมณ์เก็บอาการต่างๆไว้คนเดียว แต่พอผ่านมาสักพัก ก็เริ่มทำใจได้พยายามทำใจให้เฉยๆนิ่งๆ พยายามไม่ให้มันรู้สึกเฟลๆเสียใจๆ และพยายามไม่สนใจกับสิ่งที่เห็น พยายามทำให้มันรู้สึกชินๆไป และเราก็ทำใจได้ และคิดซะว่าเราเห็นเค้ามีความสุขเราก็ควรมีความสุข อย่างน้อยเห็นเค้ามีความสุขยิ้มแย้มเฮฮามันดีกว่าเห็นเค้าเศร้าๆซึมๆ แต่บอกเลยกว่าจะผ่านจุดๆนั้นมาได้มันโครตจุกใช่ย่อย และด้วยที่พูดกับใครไม่ได้ด้วยได้แต่เก็บไว้กับตัวเองคนเดียว มันยิ่งโครตอึดอัดใจมากก!!!ข้างในนี่มันเหมือนจะระเบิดออกมาได้เลย และด้วยตัวเองปกติเป็นคนเฮฮายิ้มแย้มด้วย ตอนนั้นต้องฝืนทำตัวยิ้มๆเฮฮาๆเหมือนปกติไปทั้งๆที่อารมณ์ตอนนั้นข้างในมันไม่มีอารมณ์แบบนั้นด้วยซ้ำ ต้องฝืนๆยิ้มๆไปเพื่อไม่ให้เพื่อนๆสงสัยว่าเป็นอะไร กว่าจะผ่านมาได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่อยู่ คิดในอีกทางในทางกลับกันก็ต้องขอบคุณเค้าเหมือนกันที่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้เราต้องทักกันในวันนั้น และขอบคุณที่เค้าเป็นส่วนหนึ่งของแรงบรรดาลใจที่ทำให้เราลดน้ำหนักลงไปได้20กว่าkg ทุกวันนี้เรากับเค้าก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิมและยิ่งสนิทมากกว่าเมื่อก่อนด้วยเพราะตอนที่เราจะพูดจะว่ามันยังไงเราก็ไม่ต้องเกร็งๆเกรงใจๆอายๆมันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พูดแรงๆด่ามันแรงๆเตือนมันแรงๆมันก็ไม่เคยโกรธ และทุกวันนี้มันก็ยังไม่รู้(มั้ง)ว่าเราเคยแอบรักมัน เพราะเรายังไม่เคยได้บอกไป ส่วนเราก็โสดดดดดดดด!!!!ต่อไป เที่ยวคนเดียวต่อไป สักวันคงจะเจอคนที่เค้าคิดว่าเราใช่สำหรับเค้า รอ รอ รอ
#ที่เขียนกะทู้นี้ก็แค่อยากจะแชร์ความรู้สึกที่เราเคยอึดอัดใจที่ต้องเก็บไว้คนเดียว และไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกตัวเองออกไป และความรู้สึกที่โครตจุกกกก!!มาก่อน เพราะฉนั้นใครที่แอบรักใครอยู่ตอนนี้ก็ควรรีบบอกๆเค้าไป อย่าได้กลัวอยู่เหมือนเราถึงจะบอกไปแล้วอาจจะผิดหวังก็ไม่เป็นไรเพราะเราได้บอกความรู้สึกของใจเราไปแล้วว่ามันรู้สึกยังไง เพราะถ้าเรามัวช้าอยู่อาจจะไม่มีโอกาสที่จะได้บอกความรู้สึกของตัวเองเหมือนเรา
ตอนนี้เราก็ไม่ได้คิดไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้วนอกจากคำว่าเพื่อน และคอยเป็นห่วงมันอยู่ห่างๆ
#เนื้อหากะทู้นี้อาจจะยาวไปก็ต้องขอโทษด้วยและขอบคุณสำหรับคนที่เข้ามาอ่าน : ) #หากแท็กผิดห้องขอโทษด้วยนะคะ
แอบรักเพื่อนสนิทมาเกือบ2ปีตั้งแต่ปี1ยันปี2ยังไม่ทันได้บอกเลยว่าเรารู้สึกยังไง เค้ามีแฟนซะก่อนเราก็ควรดีใจกับเค้าเนอะ😊😢
#ย้ำๆว่ามาจากเรื่องจริงไม่ได้แต่งขึ้น #แต่อาจจะน้ำเน่าหน่อยๆ
คือเราแอบรักเพื่อนคนนึงมาเกือบ2ปีตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัยใหม่ๆปี1เลยตอนนี้อยู่ปี3ละ เค้าเป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงและสนิทกับเรา เราเป็นคนอ้วนนะตอนนั้นอ้วนมากด้วยเอาเป็นว่าน้ำหนักนี่80เลยแหล่ะ ตอนนั้นเข้าปี1ใหม่ๆแล้วมาเจอกับเขาที่มหาลัยซึ่งวันนั้นที่เจอกับเขาก็เป็นวันเกิดของเราพอดี นี่ก็ถือว่าเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งแล้ว เจอกันวันแรกเค้าก็กวนตี...👣เราซะแล้ว ด้วยที่เขาเป็นคนเฮฮา อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ด้วยความที่ใกล้ชิดกันอยู่ด้วยกันเกือบกันทุกวันไปเรียนด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนบ่อยๆ และด้วยเพราะเราอ้วนด้วยล่ะมั้งเค้าชอบมาแกล้ง กวนตี...👣หยอกๆแหย่ๆเราตลอดด้วย ทำให้เราตกหลุมรักเค้าจนแอบรักเค้ามาเกือบสองปีนี่แหล่ะ แต่ด้วยที่เราอ้วนจึงทำให้เราไม่มั่นใจที่จะบอกความรู้สึกเรากับเค้าไปเพราะรู้แน่ๆเลยว่าขืนบอกไปคงผิดหวังแน่ๆ กลัวว่าจะเสียเพื่อนคนนึงไปด้วย และกลัวด้วยว่าถ้าบอกไปแล้วเพื่อนๆรู้เขาจะคิดยังไงกัน แต่ในขณะเดียวกันตลอดเวลาที่เราแอบชอบเค้าอยู่ในระยะเวลาปีกว่าๆนี้เราก็พยายามลดน้ำหนัก ลดด้วยตัวเองโดยการออกกำลังกายไม่ทานยาลดความอ้วน ไม่เข้าฟิตเนต ซึ่งมันยากมากๆกว่าจะลดลงได้แต่ละกิโล และเราก็ลดมันได้จริงๆ ลดลงไป20kgกว่าๆ (ตอนนั้นมีความมุ่งมั่นมาก) กะว่าอีกไม่นานจะบอกเค้า แต่พอแอบรักเค้ามาได้1ปีกว่าๆเกือบ2ปี เรากะจะบอกเค้าพอดีว่าเรารู้สึกยังไงกับเค้า ถึงรู้ว่าขืนบอกไปก็คงจะผิดหวังแน่ๆเราก็ยังโอเค ที่อย่างน้อยเราได้มีโอกาสที่จะบอกความในใจบอกความรู้สึกตัวเองไปว่ารู้สึกยังไงกับเค้า แต่แล้วก็ไม่ทันได้บอกเค้าก็ดันมีแฟนซะก่อน(โดนปาดหน้า)แฟนเค้าหน้าก็ตาน่ารักดี ณ ตอนนั้นบอกเลยโครตจุกมากกกก เฮิร์ตมากกก เป็นคนที่อกหักแต่บอกอะไรกับใครไม่ได้ มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวด้วยกันกับเพื่อนๆ แต่เค้าชวนแฟนไปด้วย ซึ่งวันนั้นมันเป็นวันที่โครตจุกกก!!!มากกก!ตามประสาคนแอบรักนะ คือเห็นเค้าเดินจับมือกันต่อหน้าต่อตา เดินโอบไหล่กันต่อหน้าต่อตา หวานๆหยอกล้อกันตามประสาคนเป็นแฟนกัน เราก็ได้แค่มอง ฝืนๆยิ้มไปทั้งๆที่ข้างในนี่มันยิ้มแทบไม่ออกด้วยซ้ำ อารมณ์ตอนนั้นคือแบบมันสุดๆอ่ะ ทำอะไรจะพูดจะระบายกับใครก็ไม่ได้ได้แค่เก็บไว้กับตัวเองและได้แค่ยืนมองอยู่ และเราก็ได้แค่มองภาพที่เค้าหวานๆกันแบบนี้อยู่บ่อยๆเรื่อยมา ได้แค่เก็บอาการต่างๆไว้คนเดียว จนวันนึงเค้ามีเรื่องกับแฟนถึงขั้นจะเลิกกันจริงๆ เราก็เห็นแล้วแหล่ะว่าเค้าผิดปกติไปคือไม่เฮฮา หน้าเศร้าๆซึมๆ ไม่เป็นอย่างที่เคย เราก็เข้าไปถามว่าเป็นอะไรแล้วเค้าก็มาปรึกษากับเรา เราก็รับฟังเค้าปลอบเค้าอยู่สักระยะนึงและในใจก็เป็นห่วงเค้าด้วยคือไม่อยากให้เค้าเสียใจ และเค้าก็กลับมาคืนดีกับแฟนเค้าและคบกันจนถึงทุกวันนี้และมีโมเม้นหวานๆกว่าเมื่อก่อน ตอนนั้นใจเราที่เฮิร์ตอยู่มันเหมือนเพิ่มความเฮิร์ตขึ้นไปอีกอ่ะ แอบรักเค้าอยู่แล้วแต่พูดไม่ได้บอกใครไม่ได้ เก็บความรู้สึกต่างๆไว้คนเดียว จุกที่เค้ามีแฟนซะก่อน(โดนปาดหน้า) และต้องมาเป็นที่ปรึกษาเค้าอีกเหมือนมันตอกย้ำใจตัวเองอยู่ยังไงๆ ตอนนั้นแบบจุกมากกกก แต่เราก็เต็มใจและอยากให้คำปรึกษาเค้าจริงๆด้วยความที่เป็นห่วงเค้าไม่อยากใหเค้าเสียใจ ตอนแรกๆเราก็ทำใจยากนะ มันรู้สึกจี๊ดๆทุกครั้งที่เห็นภาพนั้นๆภาพที่เห็นเค้าหวานๆกันกับแฟนซึ่งเราทำอะไรไม่ได้ ได้แค่เก็บอารมณ์เก็บอาการต่างๆไว้คนเดียว แต่พอผ่านมาสักพัก ก็เริ่มทำใจได้พยายามทำใจให้เฉยๆนิ่งๆ พยายามไม่ให้มันรู้สึกเฟลๆเสียใจๆ และพยายามไม่สนใจกับสิ่งที่เห็น พยายามทำให้มันรู้สึกชินๆไป และเราก็ทำใจได้ และคิดซะว่าเราเห็นเค้ามีความสุขเราก็ควรมีความสุข อย่างน้อยเห็นเค้ามีความสุขยิ้มแย้มเฮฮามันดีกว่าเห็นเค้าเศร้าๆซึมๆ แต่บอกเลยกว่าจะผ่านจุดๆนั้นมาได้มันโครตจุกใช่ย่อย และด้วยที่พูดกับใครไม่ได้ด้วยได้แต่เก็บไว้กับตัวเองคนเดียว มันยิ่งโครตอึดอัดใจมากก!!!ข้างในนี่มันเหมือนจะระเบิดออกมาได้เลย และด้วยตัวเองปกติเป็นคนเฮฮายิ้มแย้มด้วย ตอนนั้นต้องฝืนทำตัวยิ้มๆเฮฮาๆเหมือนปกติไปทั้งๆที่อารมณ์ตอนนั้นข้างในมันไม่มีอารมณ์แบบนั้นด้วยซ้ำ ต้องฝืนๆยิ้มๆไปเพื่อไม่ให้เพื่อนๆสงสัยว่าเป็นอะไร กว่าจะผ่านมาได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่อยู่ คิดในอีกทางในทางกลับกันก็ต้องขอบคุณเค้าเหมือนกันที่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้เราต้องทักกันในวันนั้น และขอบคุณที่เค้าเป็นส่วนหนึ่งของแรงบรรดาลใจที่ทำให้เราลดน้ำหนักลงไปได้20กว่าkg ทุกวันนี้เรากับเค้าก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิมและยิ่งสนิทมากกว่าเมื่อก่อนด้วยเพราะตอนที่เราจะพูดจะว่ามันยังไงเราก็ไม่ต้องเกร็งๆเกรงใจๆอายๆมันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พูดแรงๆด่ามันแรงๆเตือนมันแรงๆมันก็ไม่เคยโกรธ และทุกวันนี้มันก็ยังไม่รู้(มั้ง)ว่าเราเคยแอบรักมัน เพราะเรายังไม่เคยได้บอกไป ส่วนเราก็โสดดดดดดดด!!!!ต่อไป เที่ยวคนเดียวต่อไป สักวันคงจะเจอคนที่เค้าคิดว่าเราใช่สำหรับเค้า รอ รอ รอ
#ที่เขียนกะทู้นี้ก็แค่อยากจะแชร์ความรู้สึกที่เราเคยอึดอัดใจที่ต้องเก็บไว้คนเดียว และไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกตัวเองออกไป และความรู้สึกที่โครตจุกกกก!!มาก่อน เพราะฉนั้นใครที่แอบรักใครอยู่ตอนนี้ก็ควรรีบบอกๆเค้าไป อย่าได้กลัวอยู่เหมือนเราถึงจะบอกไปแล้วอาจจะผิดหวังก็ไม่เป็นไรเพราะเราได้บอกความรู้สึกของใจเราไปแล้วว่ามันรู้สึกยังไง เพราะถ้าเรามัวช้าอยู่อาจจะไม่มีโอกาสที่จะได้บอกความรู้สึกของตัวเองเหมือนเรา
ตอนนี้เราก็ไม่ได้คิดไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้วนอกจากคำว่าเพื่อน และคอยเป็นห่วงมันอยู่ห่างๆ
#เนื้อหากะทู้นี้อาจจะยาวไปก็ต้องขอโทษด้วยและขอบคุณสำหรับคนที่เข้ามาอ่าน : ) #หากแท็กผิดห้องขอโทษด้วยนะคะ