ชีวิตใครเหมือนละครกันบ้าง ? มาแชร์ประสบการณ์รักๆใคร่ๆกัน 😂

กระทู้คำถาม
เรื่องมีอยู่ว่าเราคบกับแฟนของเรามาได้ 2 ปีกว่าแล้วเล่าเรื่องแต่แรกเลยเราเป็นคนที่นิสัยเสีย ครบซ้อน เจ้าชู้มากตัวเราในตอนนั้นยังเด็กอาจจะคิดว่ามันเท่ถึงทำแบบนั้นไปกับ ผญ. หลายๆคนไปจนตัวเองมีจะจบ ม.6 เพื่อที่จะเข้าต่อมหาลัยเรามีการเขียนแผนว่าจะไปเรียนที่ไหนต่อซึ่งคนที่ยังคิดไม่ได้อยางเรานั้นตัดสินใจยากมากเราเลยลองหันมานั่งคิดไตร่ตรองตนเองใหม่ว่านี่ขนาดเขียนแผนอนาคตยังไม่ได้ว่าจะไปศึกษาทร่ไหนต่อตัวเรานี่แย่จัด แล้วลองมาคิดพ่วงกับการมีแฟนถ้าเราไม่จริงจังกับใครซักคนมันก็อาจจะเหมือนกับการเขียนแผนอนาคตน่ะแหละที่ขนาดกับตัวเองเรายังไม่ชัดเจน แล้วเราจะไปชัดเจนกับใครได้ ..หลังจากที่คิดได้ก็เลือกที่บอกเลิก ผญ. ทั้งหมดแล้วขอโทษ ผญ. ทั้งหมดที่เรานั้นเห็เค้าเป็นคนแก้เหงาบ้างในช่วงขณะแล้วหันมาคนแค่คนเดียวเท่านั้น

เราก็คิดนี่แหละที่จะทำให้เรารู้ว่าการหาความสุขเฉพาะตนเองนั้นมันก็แค่ชั่วคราวที่มีความสุขบนความทุกความกังวลใจของคนอื่น

          เอาล่ะเข้าเรื่องเลยละกันนะเรียกแทนตัวเราว่า M เรียกแทนแฟเนเราว่า B เราคบกันมาตั้งแต่ตอนที่เราอยู่ ม.6 B มีอายุห่างจากเราแค่ปีเดียว จะเรียกว่า B เป็นรุ่นน้องก็ได้เราเจอกันก็เพราะ Facebook ตอนแรกก็คุยกันเฉยๆน่ะแหละแล้วเราเลยขอ B คบเป็นแฟนคบกันไม่กี่วันเราก็เลยคิดว่า "เฮ้ยเปิดใจคุยกันเลยดีกว่าไหม" เราเลยเปิดใจคุยกับ B ว่าเราอ่ะไม่ใช่คนสุภาพแต่ถ้าคุยกับคนที่พึ่งรู้จักเราก็คุยสุภาพตามมารยาทยกเว้นกับผู้ใหญ่นะเราคุยสุภาพอยู่แล้ว แล้วก็บอกไปว่าถ้ามีอะไรเลือกที่จะบอกกันดีกว่าไหมไม่ต้องปิดบังถึงปิดบังไปซักวันก็ต้องรู้อยู่ดี เราเลยอธิบายถึงนิสัยของเราการคบเพื่อนของเราอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่คนดี ไม่รวย ไม่ฉลาด เจ้าชู้ เราเลยถามว่ารับได้ไหม ? B ก็บอกว่ารับได้แต่ขอแค่เราอย่าคุยกับคนอื่นอย่านอกใจได้ไหม ? เราก็บอกว่าได้สิ จากนั้นใน 1 ปีไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ มาปีที่ 2 ช่วงเดือนสิงหาคม B บอกว่าจะมาหาเราที่หอเรานั้นมีรางสังหรไม่ดีเกี่ยวกับการเดินเดินทางมาก่อนหน้าเลยอยู่หอทั้งวันไม่ได้ไปเรียนทั้งวันแล้วนั่นแหละช่วงเวลาตอนเย็น B เลิกงานกำลังจะขับรถมาหาเรา ...เราเลยพยายามบอก B ว่าขับรถดีๆให้ระวังอย่าขับรถไวเกิน แต่ดันพูดไม่ทันจบ B ก็วางสายและรีบขับรถเพื่อจะมาหาเราที่หอกับน้องที่ร่วมงานด้วย ...จากนั้นเวลาผ่านไปครึ้งชั่วโมง เราโทรหา B แต่ B ไม่รับสายเรา...เราคืดว่าอาจจะแวะตลาดหรือสั่งของไว้แล้วไปรับก่อนเราเลยไม่คิดอะไรมาก เลยรอเวลาผ่านไปอีกประมาณ 20 นาที เราโทรหา B อีก 5 สายแต่ก็ไม่มีใครรับโทรสับก็ไม่ได้ปิดเครื่องเราเลยโทรติดต่อกันเป็นจำนวน 30 สายแต่ไม่มีใครรับเราเริ่มสังหรไม่ดีขึ้นเรื่อยๆมันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆเราเลยเลือกโทรไปอีกรอบปรากฎว่าน้าของ B รับสายเราแล้วบอกว่า B โดนรถชนกำลังดูอาการ เราเลยบอกว่า B เป็นอะไรมากไหมน้าเราอยากไปหา B ตั้งแต่วินาทีที่รู้เรื่อง รูเมทก็ไม่อยู่รถ 2 แถวก็ไม่มีเราพยายามนึกว่าตะทำอย่างไงดีถึงจะไปหา B ได้เพราะไม่มีรถเลยเวลาตอนนั้นก็ 19.00 น. รถ 2 แถวไม่มีเลยเราเลยโทรถามอาการของ B กับน้าของ B ตลอดเวลาว่าเป็นไงบ้าง B ทนไหวไหม เสียเลือดไปมากกรือเปล่าเราถามอย่างนี้ซ้ำๆกับน้าของ B จนน้าของ B บอกเราว่าไปพักผ่อนก่อนไหมนี่เราก็โทรถามน้านานอยู่เหมือนกันแล้วนี่ก็ดึกแล้วไปนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาดูอาการของ B กันโอเครไหม ? เราเลยตอบว่าจร้า

        ในคืนนั้นเรานอนไม่หลับเลยเพราะเป็นห่วงว่าอาการของ B จะหนักหรือจะแย่ขนาดไหน เช้าก็คิดวนไปวนมาจนเช้าวันต่อมาเราไม่ได้นอนเลยเพราะห่วง B มากเลยขาดเรียนไปหา B ทันทีพอได้เจอ B เราถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ได้เพราะอาการของ B มันหนักเกอนกว่าที่เราคิดไว้ B ต้องโกนหัวเพราะต้องผ่าตัดตรงช่วงหน้าผากเพราะกระโหลกศรีษะล้าว วันแรก B ไม่ได้สติอะไรมากเราเลยไม่อยากจะกวน B เพราะพึ่งจะผ่าตัดเสร็จร่างกายคงอ่อนล้าเราเลยอยากให้ B พักผ่อน เราบอกว่าคืนนี้ขอเฝ่าดูแล B ได้ไหม ? แม่ของ B บอกเดี๋ยววันนี้แม่เฝ่าก่อนเพราะแม่ทำงานในโรงบาลและอยู่เวรพอดีเราเลยกลับตามที่แม่ของ B ว่าตามนั้น !! มาอีกวันหนึ่ง B ได้สติขึ้นมาแล้วพูดได้ไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่แต่ B เรียกชื่อเราเป็นคนแรกเราก็ตกใจเพราะว่า B น่าจะเรียกพ่อกับแม่ก่อนหรือไม่ก็น้าก่อนที่จะเรียกเรา ตอนนั้นเราไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่ร้องไห้แล้วพยายามนั่งฟัง B พูดกับเราให้มากที่สุด ... B บอกแม่ของ B ว่าขอให้เราไปเฝ่าได้ไหม ? เราก็เห็นแม่ของ B เหนื่อยเพราะทำงานทุกวันเราเลยบอกว่าเดี๋ยวเราดูแลเองจากนั้นแม่ของ B ก็ไปทำงานต่อ ....เราเลยพยายามคุยกับ B ให้มากที่สุด B บอกว่าไม่นึกเลยนะว่าเราจะมาหา เราเลยบอกว่าทำไมคิดอย่างนั้นเล่า B บอกว่าไม่รู้สิเพราะบางคนก็น่าจะรับไม่ได้แล้วไม่กล้าที่จะมองมาตรงแฟนของตนเองที่เป็นแบบนี้ เราเลยตอบว่า "ก็เราไม่ใช่หนึ่งในนั้นแฟนเป็นอะไรเราก็ต้องดูแลในเมื่อคิดที่จะเป็นแฟนกันก็ต้องดูแลกันให้ถึงที่สุดถ้า B ไม่ต้องการเราเมื่อไหร่เราก็จะออกไปเอง" เราก็เป็นคนที่พูดตรงไปตรงมาซะด้วยถึงจะพูดจาไม่สุภาพกับแฟนก็เถอะ ...หนั่งจากที่เราได้ดูแล B เป็นคืนแรกเช้ามาเราก็ต้องเข้าไปเรียนอีก พอเที่ยงเราก็ต้องมาที่โรงพยาบาลอีกเพราะมาป้อนข้าวให้ B ทุกวัน ในช่วงหลายวันจากนั้นประมาณ 4-5 วันเราถามว่ามีใครมาเยี่ยมไหม ? Bบอกว่าไม่มีเลย ในใจเรานี่คิดว่าทำไมไม่มาเยี่ยมกันบ้างลูกหลานแท้ๆ เราเลยปล่อยเพราะเราไม่อยากอะไรมากเพราะเค้าก็เป็นผู้ใหญ่ 2 อาทิตย์ผ่านไปหมอบอกให้กลับบ้านได้อาการดีขึ้นแล้ว B ขอเราให้เราไปดูแล B ที่บ้านได้ไหม ? ส่วนตัวเราก็อยากดูแล B อยู่แล้วเลยตอบตกลงแล้วดูแล B เป็นเวลาหลายเดือนเท่าที่ตำได้ก็ครึ้งปี อยากทานอะไรเราก็ซื้อให้ อยากได้อะไรเราก็ซื้อให้เท่ากำลังเราที่ซื้อได้

และหลายวันต่อมาเราได้ออกมาอยู่หอเหมือนเดิมและย้ายหอมาอยู่ใกล้ๆกับมหาลัย เรื่องต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรมากมีทะเลอะกันบ้างแต่ไม่รุนแรง

ต่อมาถึงช่วงที่เราท้อเอามากๆกับเรื่องเรียน เงิน และกลุ่มเพื่อน ที่มันไม่ลงตัวไม่ลงเอยด้วยดี และคิดที่จะหาที่เรียนใหม่จนสมองไม่รู้จะคิดอะไรนอกจากอยากตายบ้าง อยากอยู่คนเดียวซักพักบ้างจนเครียดแล้วเลิกเรียนเลย แล้วกัลบมาอยู่บ้านซักพักเพื่อทำความเข้าใจกับตัวเองเราก็บอก B นะว่าขอกลับมาคิดทบทวนที่บ้านซักพักเพราะคิดไม่ออกจริงๆรู้นะว่าเราไม่อยากห่างกันเราเลยบอกว่าขอคิดซักพัก จนคิดพลาดทำให้ B รู้สึกไม่ดี แล้ว B ก็ไม่ติดต่อเรามาหลายวันมาก

  ช่วงเดือนเมษายนของปี 2560 มีคนทักเฟชมถามเราว่า "น้องรู้จักคนชื่อ B ไหม" เราก็บอกว่า "มันมีหลาย B อ่ะพี่ B ไหนขอดูรูปหน่อยซิ" แล้วคนที่ทักเรามาก็ส่งรูปแฟนเรามา แล้วถามว่า "รู้จักไหมเอ่ย?" เราเลยบอกว่า "รู้จักซิมีอะไรหรือเปล่าพี่" แล้วพี่คนนั้นก็ถามว่า "น้อง 2 คนได้เป็นแฟนกันไหม?" เราคิดในใจว่ามันต้องมีอะไรแน่อาจจะเป็นเรื่องไม่ดีก็ได้เลยบอกว่า "ใช่พี่เรา 2 คนเป็แฟนกันคบกันมานานแล้วอีกไม่กี่เดือนก็ครบรอบ 2 ปีของเรา 2 คนมีอะไรไหมพี่" แล้วพี่คนนั้นก็ตอบกลับมาว่า "ก็ B อ่ะบอกว่าไม่มีแฟนเลิกกับน้องนานแล้ว..และก็มาคบกับเพื่อนของพี่อ่ะ" เราได้ยินคำนี้ไปถึงกับพูดไม่ออกมือสันพิมพ์ถูกบ้างผิดบ้างเนาเลยถามไปว่า "คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่หรอพี่" แล้วพี่เค้าก็ตอบมาว่า "ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมานี่เอง" เราช็อคมากที่รู้เรื่องนี้จากนั้นเราจะไปถาม B แต่นางดันปิดเฟชหนีแล้วแกล้งบอกว่าเฟชโดนสแปมแล้วมาคุยในไลท์ต่อ B ถามว่า "เตงมีอะไรจะคุยกับเค้าหรอ?" เราก็บอกว่ามี...แล้วมีมากด้วยจากนั้นก็แคปบทสนทนากันพี่คนที่ทักเฟชมาหาเราให้ B ดู และสิ่งที่ B ตอบมาก็ทำให้เราถึงกับกลั่นน้ำตาไม่ได้ B ตอบว่า "เค้าคุยจริง" เราก็ถามว่า "ตั้งแต่เมื่อไหร่?" B บอกว่า "ตั้งแต่ที่เตงกลับบ้านได้ 2-3 วัน" เราโมโหมาก ณ ตอนนั้นคือโมโหสุดๆที่รู้เรื่องนี้แล้วเริ่มที่จะตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดอย่างถาวร B ได้แต่พูคำว่า "ขอโทษ" กับเราซ้ำไปซ้ำมาแต่จุดที่พีคที่สุดก็คือเพื่อนของพี่ที่ทักเฟชเรามาทักมาคุยกับเราเอง และพยายามพูดในเชิงให้เราท้อแล้วเลิกกับ B เราก็กลับมาคิด "เอะ !! มันแปลกๆนะ" เลยบอก B ไปว่า "ถ้าพี่เขาดีก็อยู่กับพี่เขาเถอะ" แล้วยังไม่พอเราก็ถามไปอีกว่า "ยังรักกันอยู่ไหม?" B ก็ตอบกลับมาว่า "รัก" เราเลยถามไปว่า "เรื่องทั้งหมดมันเป็มาอย่างไงเล่าให้ฟังหน่อยสิว่าทำไมถึงทำแบบนี้" ปากฎว่า B ก็เล่ามาบอกว่าเรานั้นจะย้ายไปเรียนที่อื่นก็กลัวการที่เราห่างกันแต่เราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรชัดเจนเลยว่าเราจะย้ายไปจริงๆ เราเลยถามไปอีกว่า "ทางบ้านรับไม่ได้กับที่เตงมีเค้าหรือเปล่า" พูดไปร้องไห้ไป B ก็บอกว่าไม่ เราเลยบอกได้แค่ว่า "ถ้ารักใครจริงๆให้เลือกคนนั้นไม่ต้องโกหกหรือตอบเบี่ยงเบนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนค่งมีความหวังหรือสร้างความหวังให้กับใคร" B เลยบอกว่าเลือกเราขอให้เราเข้าไปพูดคุยกับทางบ้านว่าเราจริงจัง พอเราเข้าไปถึงกับผง่ะอีกครั้งแทนที่จะได้มานั่งคุยปรับความเข้าใจกันว่าเราจริงจังรักกันจริงแต่โดนตอกกับด้วยคำพูดที่ว่า "ฝ่ายที่เค้าพึ่งมาอะดีเค้าจริงจังรักของพวกเรามันก็แค่ลมๆแร้งๆอยู่ได้ไม่นานเดี๋ยวเราก็หนี B ไป" และผู้ใหญ่ทางบ้าน B ก็พูดยกยอชมเชยว่าฝ่ายนั้นดีทุกอย่างจนทำให้ตัวเรานั้นรู้สึกท้อแล้วทนไม่ไหวน้ำตาก็จะไหลออกมาอีกครั้งเราเลยแกล้งบอกว่าแม่โทมาขอคุยกับแม่ก่อนทางบ้านก็หาว่าเราไร้มารยาทที่เดอนหนีออกมา จากนั้น B ก็เดินตามเราออกมาได้แต่พูดว่า "ขอโทษเค้ารักเตงนะ" เราก็ยอกว่า "รักเหมือนกัน เอางี้นะไปบอกกับทางบ้านเตงว่าเตงเลือกใครย้ำนะว่าไม่ต้องโกหกให้ซื่อสัตย์กับคำพูดแล้วก็อยู่กับคนที่ตัวเองเลือกซะ แต่ในถ้ากรณีที่เลือกเค้าเตงต้องเปลี่ยนตัวเองให้เค้าด้วยไม่ใช่แค่เค้าต้องเปลี่ยนตัวเองอยู่คนเดียวแต่มันต้องเปลี่ยนกันทั้งคู่เพื่อที่จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรใดๆ แต่ถ้าเลืกอีกคนเค้าก็ได้แค่พูดว่ารักกันดีๆอยู่ด้วยกันนานๆแล้วเค้าก็จะไม่ก้าวเข้าไปยุ่งกับชีวิตของเตงอีกเลยถือว่าเลือกแล้วเค้ารับความเป็นจริงได้" Bก็ตอบว่า "ได้จะเปลี่ยนตัวเอง" แล้วบอกทางบ้านว่าเลือกเรา เรื่องมันยังไม่จบเท่านั้นตอนที่มารู้ความจริงอีกที่ก็เป็นเพราะน้าสะใภ้ที่เป็นคนหา ผช. คนนี้ให้แฟนเรา ...เราก็ปล่อยไม่อยากมีเรื่องอะไรมากอีกเพราะเลือกแล้ว

   จากนั้นมาอีกไม่นานก็มีทะเลอะกันบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงมากนักไม่ตบตีเน้นคุยด้วยเหตุผล เพราะเราคนนึงที่คิดว่าการใช้กำลังมันไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากจะทำให้แย่ลงเลยคุยกันด้วยเหตุผลแล้วดีกัน

       ผ่านมาอีกซักพักเราได้รู้ว่า B แอบคุยกับแฟนเก่าของตัวเองแล้วเรารู้เราก็บอกว่า "รู้นะว่าเพื่อนกันแต่ทำไมต้องลงทุนแอบไปคุยกันอีกเฟชแล้วคุยในเชิงเหมือนเป็นแฟนกันล่ะ" B ก็พูดกระแทกน้ำเสียงใส่เราพูดได้แค่ว่า "ก็เป็นแค่เพื่อนอะจะคิดอะไรมากว่ะ" เราก็ถามไปว่า "ถ้ามันเป็นแค่เพื่อนจริงๆทำไมต้องแอบไปคุยกันด้วยล่ะ เห็นบอกว่าแอบไปคุยในไลท์ต่อด้วยไม่ใช่รึ ? ถ้าเป็นแค่เพื่อนจริงๆทำไมต้องลบแชททำไมต้องแอบคุย?" สิ่งที่ B ตอบเรามาแต่ละหนมันไม่มีเหตุผลเลยนะได้แต่ตอบว่า "ก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนจะคิดอะไรมากว่ะกูก็ไม่ได้คิดอะไรกันป่าวว่ะแค่คุยกันแบบเพื่อน" เราเลยถามไปอีกตามที่เราเห็นทุกอย่างแล้วมีหลักฐานนะไม่ใช่ไม่มีเราเลยถามไปว่า "แล้วทำไมต้องคุยเค้า เอง จุฟด้วยล่ะในเมื่อถ้าคิดแค่เพื่อน" B ก็เงียบกับเราแทบไม่คุยอะไรพอถามก็ตอบว่า "ก็แค่เพื่อน" แล้วตะคอกเสียงใส่เรา ....เราเลยตัดสินใจบอก "เลิก" จากนั้น B ก็ร้องไห้เกาะขาเราแล้วบอกว่าไม่เลิกได้ไหม? เราก็พูดได้แค่ว่า "ถ้าบอกว่าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนให้ได้สิ ไม่ใช่ได้แต่พูดถ้าพูดแล้วไม่เปลี่ยนมันจะมีอะไรดีขึ้น กูรู้ว่าสันดารคนมันเปลี่ยนยากแต่ทำไมกูเปลี่ยนให้ได้ ทั้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกเจ้าชู้ เลิกเที่ยวกลางคืน ตามใจทุกอย่างสาระทุกสุขดิบที่อยากได้กูก็เอามาประเคนให้ ..แล้วต้องการอะไรอีกไหม?" B ได้แต่เงียบฟังเราพูดแต่ก็มีบางครั้งที่เถียงเราแบบสุดๆ ตอนนี้ก็ได้แต่คุยกันไปเรื่อยๆ เพราะเรายังคิดไม่ได้เลยว่าจะกับไปคบต่อไหมในเมื่อเรานั้นให้ "โอกาส" กับนางมาเยอะมากแล้วกับเรื่องที่ทะเลอะกันเรื่องนี้ ... 😊 ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวเองเลยคุยไปเรื่อยๆเมื่อนางเหงา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่