คณะผู้แทนจากสถานทูตต่างๆ รวมถึงองค์กรด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และกรรมการสิทธิมนุษยชน ติดตามการรายงานตัวของนายประวิตร โรจนพฤกษ์ เจ้าของรางวัลเสรีภาพสื่อนานาชาติขององค์กรซีพีเจ ซึ่งถูกตำรวจกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก
นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ เจ้าของรางวัลเสรีภาพสื่อนานาชาติประจำปี 2017 ของคณะกรรมาธิการปกป้องสื่อระหว่างประเทศ (ซีพีเจ) เดินทางไปรายงานตัวที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่านายประวิตรกระทำผิดในข้อหายุยงปลุกปั่น หรือละเมิดมาตรา 116 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวประมาณ 5 ข้อความ ซึ่งตำรวจไม่ได้แจ้งให้นายประวิตรทราบว่าเป็นข้อความใด
นายประวิตรให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้ารายงานตัว โดยยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นทางสื่อต่างๆ เป็นการทำหน้าที่ทั้งในฐานะพลเมืองและสื่อคนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อรักษาพื้นที่สื่อและพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกอันน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่ในสังคมไทย
ด้าน พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก. กองกำกับการ 5 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข้อกล่าวหาที่มีต่อนายประวิตร ก็ต้องดำเนินเรื่องไปตามขั้นตอน ขณะที่เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ จากศูนย์ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของนายประวิตร ระบุว่าได้มีการติดต่อประสานมายังพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ให้คำมั่นและยืนยันว่าวันนี้จะไม่มีการควบคุมตัว เมื่อนายประวิตรรับทราบข้อกล่าวหาแล้วก็จะปล่อยตัว
การดำเนินคดีนายประวิตรได้รับความสนใจจากตัวแทนสถานทูตของประเทศต่างๆ ทั้งฝรั่งเศส แคนาดา อังกฤษ เยอรมนี สวีเดน สหภาพยุโรป และผู้ประสานงานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจแก่นายประวิตรที่ ปอท.ในวันนี้
ขณะที่นายคิงสลีย์ แอ็บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโส โครงการเอเชีย-แปซิฟิก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ระบุว่าไอซีเจจะติดตามคดีของนายประวิตรอย่างใกล้ชิด เพราะการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ควรเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการตั้งข้อหาปลุกปั่นอาจเข้าข่ายการใช้กฎหมายคุกคามผู้สื่อข่าว และเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ทั้งในสื่อออนไลน์และการแสดงความคิดเห็นในช่องทางอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมถึงองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ซึ่งออกแถลงการณ์ลงวันที่ 7 สิงหาคม เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีทางอาญาแก่นายประวิตร ทั้งยังระบุว่านายประวิตรถูกคุกคามมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการรับทราบข้อมูลข่าวสารตามปกติ
ด้านนายสตีเวน บัตเลอร์ ผู้ประสานงานประจำภูมิภาคเอเชียของซีพีเจ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม โดยระบุว่า การกล่าวหาผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแข็งขันว่ากระทำการยุยงปลุกปั่นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงให้เห็นว่าเสรีภาพด้านสื่อของไทยนั้นเสื่อมถอยลงอย่างหนักในยุคนี้
ส่วนการจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับรางวัลเสรีภาพสื่อนานาชาติที่นายประวิตรเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลในปีนี้จะจัดขึ้นที่สหรัฐฯ ในวันที่ 23 ตุลาคม และพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้ยังไม่อาจระบุได้ว่านายประวิตรจะมีโอกาสเดินทางไปรับรางวัลได้หรือไม่ เพราะเมื่อปีที่แล้ว นายประวิตรถูกทางการไทยสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปเข้าร่วมงานด้านเสรีภาพสื่อกับยูเนสโกมาแล้วครั้งหนึ่ง
JJNY : คณะทูต-องค์กรสากลจับตาไทยกรณี 'ประวิตร โรจนพฤกษ์'
นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ เจ้าของรางวัลเสรีภาพสื่อนานาชาติประจำปี 2017 ของคณะกรรมาธิการปกป้องสื่อระหว่างประเทศ (ซีพีเจ) เดินทางไปรายงานตัวที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่านายประวิตรกระทำผิดในข้อหายุยงปลุกปั่น หรือละเมิดมาตรา 116 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวประมาณ 5 ข้อความ ซึ่งตำรวจไม่ได้แจ้งให้นายประวิตรทราบว่าเป็นข้อความใด
นายประวิตรให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้ารายงานตัว โดยยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นทางสื่อต่างๆ เป็นการทำหน้าที่ทั้งในฐานะพลเมืองและสื่อคนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อรักษาพื้นที่สื่อและพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกอันน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่ในสังคมไทย
ด้าน พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก. กองกำกับการ 5 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข้อกล่าวหาที่มีต่อนายประวิตร ก็ต้องดำเนินเรื่องไปตามขั้นตอน ขณะที่เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ จากศูนย์ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของนายประวิตร ระบุว่าได้มีการติดต่อประสานมายังพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ให้คำมั่นและยืนยันว่าวันนี้จะไม่มีการควบคุมตัว เมื่อนายประวิตรรับทราบข้อกล่าวหาแล้วก็จะปล่อยตัว
การดำเนินคดีนายประวิตรได้รับความสนใจจากตัวแทนสถานทูตของประเทศต่างๆ ทั้งฝรั่งเศส แคนาดา อังกฤษ เยอรมนี สวีเดน สหภาพยุโรป และผู้ประสานงานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจแก่นายประวิตรที่ ปอท.ในวันนี้
ขณะที่นายคิงสลีย์ แอ็บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโส โครงการเอเชีย-แปซิฟิก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ระบุว่าไอซีเจจะติดตามคดีของนายประวิตรอย่างใกล้ชิด เพราะการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ควรเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการตั้งข้อหาปลุกปั่นอาจเข้าข่ายการใช้กฎหมายคุกคามผู้สื่อข่าว และเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ทั้งในสื่อออนไลน์และการแสดงความคิดเห็นในช่องทางอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมถึงองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ซึ่งออกแถลงการณ์ลงวันที่ 7 สิงหาคม เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีทางอาญาแก่นายประวิตร ทั้งยังระบุว่านายประวิตรถูกคุกคามมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการรับทราบข้อมูลข่าวสารตามปกติ
ด้านนายสตีเวน บัตเลอร์ ผู้ประสานงานประจำภูมิภาคเอเชียของซีพีเจ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม โดยระบุว่า การกล่าวหาผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแข็งขันว่ากระทำการยุยงปลุกปั่นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงให้เห็นว่าเสรีภาพด้านสื่อของไทยนั้นเสื่อมถอยลงอย่างหนักในยุคนี้
ส่วนการจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับรางวัลเสรีภาพสื่อนานาชาติที่นายประวิตรเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลในปีนี้จะจัดขึ้นที่สหรัฐฯ ในวันที่ 23 ตุลาคม และพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้ยังไม่อาจระบุได้ว่านายประวิตรจะมีโอกาสเดินทางไปรับรางวัลได้หรือไม่ เพราะเมื่อปีที่แล้ว นายประวิตรถูกทางการไทยสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปเข้าร่วมงานด้านเสรีภาพสื่อกับยูเนสโกมาแล้วครั้งหนึ่ง