JJNY : เสดตะกิดดี๊ดี...ซี้จุกสูญ แบงก์ออมสินเผยประชาชนยังกังวล ศก.ไม่ฟื้น ค่าครองชีพสูง-กดดัชนีฐานรากไตรมาส 2 ปี 60 ทรุด

กระทู้คำถาม
แบงก์ออมสินเผยประชาชนยังกังวลเศรษฐกิจไม่ฟื้น ค่าครองชีพสูง-กดดัชนีฐานรากไตรมาส 2 ปี 2560 ทรุด

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากประจำไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั่วประเทศจำนวน 1,903 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีฐานราก ไตรมาส 2 ปี 2560 อยู่ที่ระดับ 46.3 ปรับลดลงจากไตรมาส 1 ที่อยู่ระดับ 47.2 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2559 ที่อยู่ระดับ 44.1 เนื่องจากประชาชนระดับฐานรากรู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าและค่าครองชีพสูง ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม สำหรับดัชนีฐานราก ในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าประชาชนระดับฐานรากมีมุมมองที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 47.4 เนื่องจากความคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ เทียบกับไตรมาสก่อน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการออม และโอกาสในการหางานทำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนด้านความสามารถจับจ่ายใช้สอย ความสามารถในการชำระหนี้สิน การหารายได้ และภาวะเศรษฐกิจปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่า ประชาชนระดับฐานรากมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น ด้านความสามารถในการชำระหนี้สิน การออม และโอกาสในการหางานทำ ส่วนด้านการหารายได้ และภาวะเศรษฐกิจนั้นทรงตัว ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ คาดการณ์ว่าดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมาตรการจากภาครัฐที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่มีการขยายตัว และแนวโน้มปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น

นายชาติชาย กล่าวว่า นอกจากนี้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้บริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลแบงกิ้ง ของประชาชนฐานรากทั่วประเทศจำนวน 1,768 ตัวอย่าง เมื่อสอบถามถึงลักษณะการใช้บริการทางการเงินของประชาชนระดับฐานราก พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด 96.9% ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินด้วยตนเองมีเพียง 3.1% เท่านั้นที่ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านบุคคลอื่น โดยเป็นบุคคลในครอบครัว 86.4% และเพื่อน 13.6%

นายชาติชาย กล่าวว่า ส่วนช่องทางหลักในการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชนระดับฐานราก พบว่า 3 อันดับแรก ใช้บริการผ่านเครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติเอทีเอ็ม 68.8% ผ่านสาขาธนาคาร 59.0% และผ่านเครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ 38.0% โดยธุรกรรมทางการเงินที่ประชาชนระดับฐานรากส่วนใหญ่ใช้บริการ คือ การถอนเงิน การฝากเงิน ฝากสลากฯ/ฝากเช็ค และบริการโอนเงินระหว่างบัญชี มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้บริการชำระสินค้า/ค่าบริการต่างๆ และสอบถามยอดเงินในบัญชี

นายชาติชาย กล่าวว่า เมื่อถามเหตุผลที่ประชาชนระดับฐานรากเลือกใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆ พบว่ากลุ่มที่ใช้มือถือ และอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมและตรวจสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา 59.1% มีความง่ายในการใช้งาน 33.3% และมีความสะดวก ประหยัดเวลา5.3% ส่วนกลุ่มที่ใช้ผ่านเครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) เครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ และ ตู้เติมเงิน เพราะมีความง่ายในการใช้งาน 35.3% มีความปลอดภัยในการใช้บริการ 22.8% และสะดวก ประหยัดเวลา 13.4% สำหรับกลุ่มที่ใช้บริการกับบุคคลผ่านสาขาธนาคาร สถาบันการเงินชุมชุน ตัวแทนรับชำระ และพนักงานนอกสถานที่ เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ 25.8% สะดวก ประหยัดเวลา 24.0% และมีความปลอดภัยในการใช้บริการ 18.2%
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่