ระบายยยยยยยยย

ขอพื้นที่ระบายหน่อยนะคะ ไม่รู้จะพูดให้ใครฟังจริงๆ

เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวจนเครียดมากๆค่ะ ถูกสถานการณ์บังคับให้เรียนสองมหาลัย ซึ่งเป็นความต้องการของพ่อ ต้องเกริ่นว่าพ่อกำลังมีปัญหาเรื่องสุขภาพทั้งกายและใจทำให้เราและครอบครัวไม่สามารถขัดใจ ไม่สามารถพูดให้กระทบกระเทือนจิตใจท่านได้ ด้วยหน้าที่ของลูกและความรักพ่อ

เริ่มจากเราตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าเราอยากเป็นอะไรตั้งแต่ยังอยู่ม.ต้น ซึ่งพี่ๆและที่บ้านก็เคยสนับสนุน คือไม่เคยมีใครมาบังคับหรือแนะนำเลย เราจึงมุ่งมั่นกับเป้าหมายนี้ ศึกษาและวางแผนการเรียนเองหมด พอม.ปลายก็เลือกสายการเรียนเอง ซึ่งที่บ้านก็ไม่ขัดค่ะ เลยตามเลยมาตลอด จนใกล้จะเข้ามหาลัย ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกว่าไม่มีวามสนใจมหาลัยหรือคณะอะไรเป็นพิเศษเลย เหมือนหาความชอบความถนัดจริงๆของตัวเองไม่เจอ ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ ให้เราตัดสินใจเอง เราเลยเลือกเรียนต่อที่มหาลัยแห่งหนึ่งเพื่อตามแผนสมัยม.ต้นค่ะ เพราะคอดว่าชอบที่สุดละ ขอแทนว่าม.Aนะคะ

เราเข้าเรียนประมาณสองปีครอบครัวก็เกิดปัญหาเรื่องพ่อ ซึ่งเราเข้าใจในสิ่งที่ท่านกำลังเจอนะคะ แต่อยู่ๆท่านมาคุยกับเราว่าอยากให้เราเป็นข้าราชการแต่คือคณะที่เราเลือกเรียนมันไปทางนี้ไม่ได้ ท่านจึงเริ่มพูดกับคนในครอบครัวซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยหมดและเสนอให้เราออกจากม.A และไปเรียนตามที่ท่านอยากให้เป็น เราแบบน้ำท่วมปากมาก พูดขัดอะไรก็ไม่ได้สักอย่างด้วยสถานการณ์ตอนนั้น
แล้วสองปีในม.Aของเราล่ะ แล้วอนาคตเราล่ะ มีใครอยากถามเรามั้ย คิดแค่นั้นจริงๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนมหาลัยคือเรามาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ เรียนยากมากๆสำหรับเรา เราก็สู้ทุกอย่าง แล้วจากเฉยๆก็กลายเป็นผูกพัน เริ่มฝัน เริ่มอยากทำให้สำเร็จ
เราก็เริ่มนอยด์ๆ ซึ่งครอบครัวอาจสงสารเราเลยให้ข้อเสนอเราว่า ถ้าไม่ออกจากม.Aก็ต้องเรียนสองที่ แน่นอน เราเลือกอย่างหลังอยู่แล้ว

จากที่เรียนม.Aยากอยู๋แล้วก็คูณสองต้องอ่านหนังสือหนักมาก สอบสองที่ สอบม.นี้เสร็จอ่านม.นู้นต่อ ถามว่าเรียนให้ได้มั้ย ก็เรียนให้ได้นะ แต่ต้องยอมรับว่าข้าราชการไม่ใช่สำหรับเราจริงๆ ไม่ได้จะสื่อว่าอาชีพนี้ไม่ดีนะคะ แต่เราไม่ชอบด้านนี้ ข้าราชการกับที่เราอยากเป็นนี่ไปคนละทางเลย

หลังจากเรียนสองที่ เวลาเจอพ่อท่านก็จะคอยถามถึงการเรียนของเราและจะจบประโยคว่าจบไปจะได้สอบเป็นข้าราชการให้พ่อ ซึ่งเป็นประโยคที่กดดันมาก แต่ที่กดดันที่สุด ท่านเคยพูดว่าอยากเห็นเราใส่ชุดข้าราชการมาหา แล้วท่านก็พูดว่า พ่อเชื่อว่าลูกทำให้พ่ออยู่แล้ว เราก็จะยิ้มๆ แต่คือจะร้องไห้แล้วค่ะ อยากบอกท่านจริงๆแต่ก็พูดไม่ได้ อยากให้ท่านเข้าใจ อยากให้รู้ว่าเราก็ยังรักพ่อไม่ว่าเราจะเป็นอะไร แต่เหมือนถ้าพูดอะไรไปก็เหมือนเราไม่รักท่าน มีครั้งนึงที่เราพยายามบอกพ่อ พอเดินลับตาพ่อมาพี่เราหันมาตบเราทันที แล้วว่าเรื่องที่เราพูดมะกี้ เข้าใจว่าพี่ไม่อยากให้พ่อคิดมาก เราก็เก็บเอาไว้ไม่ได้พูดอะไรต่อ

เราเริ่มเครียดมาตั้งแต่คิดว่าต้องย้ายม. ตอนนั้นร้องไห้คนเดียวตลอด นั่งๆอยู่ก็ร้อง เหมือนทุกอย่างจบแล้ว พังหมดแล้ว คิดแต่ว่าทำไมต้องมาเกิดตอนนี้ ตอนที่เราทำไปแล้ว ถ้าบอกเราตั้งแต่ก่อนเข้าม.เราพร้อมจะเรียนให้เลย เหมือนเรามาไกลมากๆเหมือนกำลังรักสิ่งที่ทำ คือเราร้องหนักมากแต่ไม่ให้ใครรู้ เจออะไรก็จะเก็บไว้จนกว่าจะอยู่คนเดียว ดีที่ว่าเราอยู่หอพัก แล้วมันสะสมมาเรื่อยๆ ตอนนี้เหมือนจะหนักขึ้น เครียดเรื่องเรียนทั้งสองที่ ทั้งเหนื่อยทั้งยากขึ้น ทั้งความกดดัน เวลาปรึกษาอะไรไปก็ไม่ได้ทางออกกลับทำให้เตรียดหนักกว่าเดิม ก็ไม่รู้จะไปทางไหน อนาคตนี่หมายถึงชีวิตเราทั้งชีวิตเลยนะ ก็ได้แต่เก็บมาร้องไห้ แค่มีคนถามถึงเรื่องนี้น้ำตาก็จะไหลละ

ตอนนี้ก็ยังหาทางออกไม่เจอหรอก เราแค่อยากเอามันออกมาจากหัวบ้าง อยากระบายออกไปบ้าง สำหรับคนไม่เคยเล่าปัญหาให้ใครฟังอย่างเราที่เดินยิ้มหน้าระรื่นเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นนี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเรา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่