Hydrangea Tears ( น้ำตาดอกไฮเดรนเยีย ) ตอนที่ 1 >นิยายรักแนว Politics

“ สิทธิเสรีภาพ ถึงไม่ได้ปรากฏ ไม่ได้หมายความว่ายังไม่มีอยู่”
คำสัมภาษณ์ของ ดร.เฟมาน สาวสวยดีกรีปริญญาเอก ด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกียรตินิยมอันดับ1 จากอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสถานี  WPC ของประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการกลับมาดำรงค์ตำแหน่ง หัวหน้าแกนนำกลุ่ม Peaceful Movement แทน ดร.เบนลี ผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตจากการลอบสังหารในช่วงการปฏิวัติในประเทศยาเนสคาเดีย

         หลายคนในนิยามเธอว่า ดอกไม้เหล็ก หรือ ฝาแฝด ดร.เบนลี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นนักปฏิวัติหัวก้าวหน้าที่ต้องการให้ประเทศยาเนสคาเดียบ้านเกิดของตนเอง เปลี่ยนการปกครองจากระบอบ Absolute Monarchy มาเป็น ประชาธิปไตย

        ความสวยเป็นใบเบิกทางชั้นดีของเฟมานที่ทำให้คนทั่วโลกนั้นรู้จักเธอในฐานะนักปฏิวัติ และเป็นใบปกป้องอย่างหนึ่งที่ทำให้กษัตริย์คาเดียที่3 ไม่กล้าที่จะจัดการเธอเสียให้พ้นทางได้ง่ายๆ เนื่องจากการที่เฟมานเป็นคนดังที่ทั่วโลกรู้จัก หากใช้แผนการลอบสังหารเฉกเช่นที่ทำกับพ่อของเธอก็เกรงว่าจะโดนประณามจากนานาอารยประเทศ รวมไปถึงการBoycott(การคว่ำบาตร)

       ก่อนหน้านั้นเมื่อประเทศยาเนสคาเดียได้มีการปฏิวัติ แต่กองกำลังกลุ่มสนับสนุนรวมถึงประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวคิดการพัฒนาประเทศของ ดร.เบนลี ได้แตกพ่ายและไม่สามารถต้านทานกองกำลังฝ่ายของฝ่ายกษัตริย์คาเดียที่ 3 ได้ ในเหตุการณ์ชุลมุนทำให้ ดร.เบนลีโดนลอบสังหารจากปืนสไนเปอร์ยิงตรงเข้าขั้วหัวใจและเสียชีวิตทันทีในเหตุการณ์จราจลในกรุงคาราโมนี เมืองหลวงของประเทศยาเนสคาเดีย

        มาดามเคส แม่ของเฟมานตัดสินใจพาเฟมานซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 9 ขวบหนีไปที่ทางตะวันตกติดชายฝั่งทะเลซานบราซ่าใกล้ประเทศเกอร์เจนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งโชคดีที่มีศาสตราจารย์จอร์จ อดีตเอกอัคราชทูตประจำประเทศเกอร์เจนได้ให้ความช่วยเหลือ และหาที่พักอาศัยให้กับเธอและแม่ได้อยู่ที่ประเทศเกอร์เจน รวมถึงการจัดหาการศึกษาในโรงเรียนอินเตอร์ให้กับเฟมานได้เรียนหนังสือที่ประเทศเกอร์เจน

เฟมานเป็นเด็กฉลาด มีรูปร่างเป็นทรัพย์ บวกกับประวัติปูมหลังที่แสนจะไม่ธรรมดาของเธอที่มีพ่อเป็นนักปฏิวัติที่สำคัญยิ่งของยาเนสคาเดีย ทำให้สื่อจากทั่วโลกพยายามทำข่าวเกี่ยวกับชีวิตของเธอและมาดามเคสอยู่เรื่อยๆ

       เฟมานเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์ที่ประเทศเกอร์เจน และสามารถพูดได้ทั้งหมด 7 ภาษา เธออาศัยในประเทศเกอร์เจนซึ่งเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยเหมืองแร่ทองคำ ,อัญมณี และน้ำมัน การที่อาศัยในประเทศนี้สอนให้เธอรู้จักการค้าขายกับต่างประเทศ และ รู้วิธีการเกร็งกำไรจากทองคำ เมื่อเธออายุเพียง 14 ปีเท่านั้น มาดามเคสแม่ของเธอตัดสินใจนำเงินเก็บของดร.เบนลีพ่อเธอเมื่อครั้งยังมีชีวิตนำมาเปิดโรงงานสิ่งทอที่ประเทศเกอร์เจนและธุรกิจได้เจริญงอกงามขายกิจการจนสร้างกำไรมหาศาลให้ 2 แม่ลูก

        เฟมานนั่งแท่นเป็นรองกรรมการผู้จัดการในบริษัทสิ่งทอแม้ว่าในตอนนั้นเธอจะอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ข่าวการนั่งแท่นขึ้นเป็นรองกรรมการผู้จัดการในบริษัทเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศเกอร์เจนรวมถึงประเทศยาเนสคาเดียประเทศบ้านเกิด เพราะมีไม่มากนักที่จะมีผู้หญิงอายุน้อยขนาดนี้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารในองค์กรขนาดใหญ่เท่าใดนัก

        เฟมานใช้ความดังและชื่อเสียงที่ปรากฏตามสื่อต่างๆในประเทศเกอร์เจน รวมถึงการที่หลายๆคนมองเธอเป็นเหมือนหนึ่งในไอคอนนำมาสร้างแบรนด์เสื้อผ้า Verda ซึ่งเป็นเสื้อผ้าสไตล์ Sexy Jumpsuits และ Sexy Professional Look ซึ่งได้รับ กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากวัยรุ่นสตรีในประเทศเกอร์เจนที่ชื่นชอบในแบรนด์เสื้อผ้าของเธอ แต่ถึงกระนั้นเธอตระหนักดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในตัวเธอคือในประเทศเกอร์เจนมีกฏห้ามให้สตรีแต่งกายเซ็กซี่ล่อแหลม และ  ไม่อนุญาตให้สตรีใส่กระโปรงสั้น ซึ่งการที่เธอนำเสื้อผ้าแบรนด์ Verda ออกสู่ตลาดในประเทศเกอร์เจน ซึ่งConcept ของเสื้อผ้าแบรนด์ของเธอคือขายความเซ็กซี่ในแบบสาวสมัยใหม่ที่ทำงานเก่งแต่ยังคงความเซ็กซี่และความเป็นผู้หญิงอยู่นั้น เป็นการแหกกฏหมายประเทศเกอร์เจนที่มีความอนุรักษ์นิยมอย่างมาก

           แบรนด์เสื้อผ้าของเธอถูกต่อต้านในสื่อต่างๆภายในประเทศเกอร์เจน ซึ่งเกิดจากการที่มีผู้หญิงยุคใหม่ในประเทศเกอร์เจนต่างพากันใส่เสื้อผ้าแบรนด์ของเธอและถ่ายรูปโชว์ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเยาะเย้ยกฏหมายไร้สาระของประเทศเกอร์เจนที่ไม่อนุญาตให้สตรีใส่เสื้อผ้าเซ็กซี่
รัฐบาลประเทศเกอร์เจนส่งหนังสือแจ้งเตือนมายังบริษัทเสื้อผ้า Verda ของเฟมานเพื่อให้หยุดจำหน่ายเสื้อผ้าเซ็กซี่ภายใต้แบรนด์ Verda เนื่องจากขัดข้อกฏหมายและความสงบของประเทศเกอร์เจน

           แต่นี่หาได้ทำให้เฟมนสะทกสะท้านกับหนังสือจากรัฐบาลเกอร์เจนที่ส่งให้เธอ เฟมานฉีกหนังสือแจ้งเตือนจากรัฐบาลทิ้งต่อหน้าพนักงานในบริษัทเสื้อผ้า Verda หลายสิบคน ก่อนที่จะเอ่ยปากเบาๆ  “แม้แต่โสเภณี ก็ไม่คู่ควรจะเจอกฏหมายบัดซบแบบนี้ในสังคม”

           นี่คือที่มาเบื้องตนของผู้หญิงที่มีนามว่า " เฟมาน "
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่