อยู่ด้วยกันมา 17ปี สามีเพิ่งมาบอกไม่เคยรักกันเลย ???

กระทู้สนทนา
ดิฉันอายุ 40 ปี รู้จักกับสามีมา 30ปี ค่อนชีวิตก็ว่าได้ ใช้ชีวิต สามีภรรยามา 17 ปี มีลูก 2คน ค่ะ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้แต่งกัน เพราะพอครอบครัวสามีรู้ว่าลูกชายมาชอบเราก็กีดกันพอสมควร แต่เราก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เรียกว่าเป็นช่วงทดสอบจิตใจกันเลย ก็มีบางเวลาที่ห่างกันพักนึง ซึ่งต่างคนก็มีคนที่เข้ามาให้เรียนรู้กัน  แต่ก็ผ่านมาและผ่านไปเท่านั้น เราสองคนตกลงเริ่มใช้ชีวิตครอบครัวเมื่อปี 2543 คือเรียนจบ ดิฉันมีงานทำแล้ว ครอบครัวดิฉันก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเพราะรู้จักสามีมาตั้งแต่เด็ก  ในช่วงที่อยู่ด้วยกัน ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง มีบ้างที่เถียงกันเพราะเมื่อก่อนสามีดื่มเหล้า เวลาเมาก็จะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องกันบ้าง จนมีลูกคนแรก ปี 2550 ถึงได้เข้าบ้านแม่สามีได้ เริ่มไปมาหาสู่กันบ้าง ปี2555 มีลูกคนที่2 เป็นลูกชาย แม่สามีมาเลี้ยงให้เพราะชอบเด็กผู้ชาย  หลังจากนั้น ปัญหาระหว่างแม่สามี ลูกสะใภ้ก็เริ่มเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้รุนแรง คือเราเป็นลูกก็สงบปากสงบคำพอสมควร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแม่กับลูกชายที่เถึยงกันมากกว่า
ระหว่างนี้ก็เริ่มมีหนี้สินเข้ามาเกิดจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันบ้าง ค่าใช้จ่ายสำหรับลูก บ้าง เพราะ เราทั้งคู่ไม่ได้มีต้นทุนมาก่อน แม่สามีเลี้ยงลูกให้2ปี ก็เลิกเลี้ยง แต่ก่อนไปก็ทิ้งระเบิดไว้คือ บอกกับลูกชายเค้าว่า จะไม่มาเหยียบบ้านนี้อีก ซึ่งเป็นที่มาว่า สามีเข้าใจว่าดิฉันต้องไปทำอะไรแม่เค้าไว้แน่ๆ ถึงได้พูดไว้แบบนี้ แต่หลังจากนั้นเราก็เลี้ยงลูกกันเอง2 คน ต้องสลับเวลากัน ดิฉันเข้างานกลางคืนเพื่อที่จะได้ดูแลลูกได้ในตอนกลางวัน ส่วนสามีทำงานกับครอบครัวพี่สาว เวลางานต้องเป็นเวลาปกติ  เป็นอยู่แบบนี้ ประมาณ 2ปี ค่ะ ระหว่างนี้ คือก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเลย (หรือตัวเองไม่สังเกตก็ไม่รู้) จนปีนี้ ดิฉันได้ทำงานเวลาปกติแล้วก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะ ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว แต่แล้วเมื่อเดือน พ.ค ก็เริ่มผิดสังเกต คือปกติ เครืองโทรศัพท์เรา 2 คนจะมีลายมือและรู้รหัสเปิดเครื่อง ซึ่ง สามีบอกว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้เปิดเครื่องได้ แต่เค้าลบรายนิ้วมือดิฉันออก เปลี่ยน Psw และเริ่มอยู่กับโทรศัพท์ตลอดเวลา แม้แต่เข้าห้องน้ำ เลยถามเค้าเล่นๆ มีกิ๊กเหรอ  เค้าก็ตอบว่าไม่ แต่พฤติกรรมก็ยังเหมือนเดิม เริ่มแยกไปนอนอีกห้อง  จนดิฉันทนไม่ได้ จับเข่าคุยเลย เพราะเค้าพูดมาตลอดว่า ลูกตั้ง 2 คนแล้ว ใครจะมีใหม่ ลูกยังเลี้ยงไม่ไหวเลย  แต่ผิดคลาดเค้ายอมรับเฉยเลย เอาก็อึ้ง พูดไม่ออก เสียใจ โกรธมาก เราเงียบไปหลายวัน ตั้งสติ ส่วนเค้าก็อาการหนักกว่าเดิม ไม่พูด ไม่คุย ไม่ชี้แจงอะไรสักอย่าง ผ่านไป3 วัน เราก็ไม่ไหวแล้ว ถามเค้าเลยว่า ถ้าทำแบบนี้ เลิกกันเลยไม๊ อารมณ์นั้นคือ ยอมรับว่าประชดค่ะ  แต่เค้าก็พยักหน้า พร้อมให้เหตุผลที่ต้องการเลิก คือสรุป เค้าต้องการเลิกอยู่แล้ว แต่ไม่พูด เหตุผลที่ต้องการเลิกคือ
1.บอกว่าดิฉันไม่แจงเรื่องหนี้สินกับเค้า คือหนี้เกิดขึ้นตอนเราอยุ่ด้วยกัน ไม่ได้ติดตัวดิฉันมานะคะ แล้วเค้าจะไม่รู้ได้อย่างไร ใช้อยู่ด้วยกัน และดิฉันไม่กิน ไม่เที่ยว ไม่เล่น
2. เกี่ยวกับแม่เค้า เค้าคิดว่าดิฉันต้องล่วงเกินอะไรแม่เค้าแน่ๆ ไม่งั้นแม่คงไม่พูดแบบนั้น ข้อนี้ดิฉันก็บอกไปว่า ไม่เคยพูดไม่ดี หรือก้าวร้าว แต่ถ้าแสดงกิริยาอะไรโดยไม่ตั้งใจหรือไม่เหมาะสม อันนี้ไม่รู้ ก็ให้เค้าไปถามแม่เค้ามาว่าดิฉันทำอะไร เพราะจำไม่ได้จริงๆ
3. มีคนอื่น เค้าบอกจริงๆไม่เกี่ยวกับที่จะเลิกกับดิฉัน เพียงแต่มันเป็นตัวเร่ง คือ พูดดูดีมากค่ะ
4. คำพูดที่ฟังแล้วจุกอกมาก คืออยู่ด้วยกันมา ไม่เคยรักดิฉันเลย ที่อยู่ด้วยเพราะคิดว่าจะรักกันไปเอง  คือแล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ ทำไมไม่บอกตั้งแต่ก่อนที่จะมีลูก หรือก่อนที่ดิฉันจะอายุ30 เราทั้งคู่จะได้เปิดโอกาสให้ตัวเอง ไม่ต้องทำร้ายกันแบบนี้  คือวันนั้น ถ้ามีปืนในมือ สามีคงตายไปแล้ว โกรธมาก ร้องไห้หนักมาก เฝ้าคิดซ้ำไปวนมา ที่ผ่านมาไม่เรียกว่ารักเหรอ หรือดิฉันคิดไปเองคนเดียวมาตลอด เพราะ เรามีเค้าคนเดียวมาตลอด  และหลังจากทุกอย่างกระจ่าง เค้าก็จะมีคำพูดที่ทำให้เราเสียใจตลอด เช่น บอกเราว่ารักผู้หญิงคนนั้นมาก จนเรียกว่าหลง หรือ อยู่กับเราไม่มีอะไรดีขึ้น หรือ อยู่กับเธอเหมือนอยู่กับสาวโรงงาน ไม่มีอะไรที่จะพัฒนาขึ้นมาเลย  และ ว่าดิฉันว่า ที่ทำดีด้วยทุกวันนี้ดิฉันเสแสร้ง อยากจะกลับมาคืนดี คอยดูพอไม่มีหวัง เดี๋ยวก็เลิกทำ  หรือมีอีกหลายๆคำพูดที่ทำให้เราเจ็บใจเจียนตาย ก็ว่าได้ค่ะ
ยอมรับค่ะ เสียหลักเป็นเดือน ร้องไห้ทุกวัน คิดวนไปมา จะอยู่ต่อยังไง จะไปทางไหน แต่เวลาเจอลูกต้องยิ้มตลอด มาถึงตอนนี้เราตกลงว่าเลิกกัน แต่เค้าต้องส่งเสียลูก2 คน หลังจากตกลงกันดิฉันก็บอกแม่ บอกคนในครอบครัวตัวเอง ก็บอกหมดทุกอย่างที่เค้าพูดว่ามา ดีที่ครอบครัวเข้าใจ แม่เสียใจมากแต่ก็บอกกับดิฉันว่าอย่าไปเกลียด อย่าแช่งเค้า อย่าด่าหยาบคายนะลูก เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้มีคนอื่น ให้ดิฉันทำใจให้ได้ดูแลลูกให้ดี ไม่ไหวก็ให้เอากลับไปบ้าน มีคนช่วยดูแลเยอะแยะ  มาถึง ณ วันนี้ ตัวเองทำใจได้ระดับหนึ่งค่ะ คือพยายามไปอ่านธรรมะสอนใจเยอะๆ มีบทความนึง ทำให้คิดได้ คือหากเราไม่สามารถเปลี่ยนการกระทำของเค้าได้ แล้วจะไปเอาการกระทำของเค้าเก็บมาทุกข์ใจทำไม เราต้องเปลี่ยนเป็นไม่ทุกข์ในสิ่งที่เค้ากระทำ เพราะกรรม จะตามเค้าไปเอง ลืมบอก ผู้หญิงที่สามีไปมีสัมพันธ์ด้วย ก็ยังมีสามีอยู่ไม่ได้เลิกกัน และผู้หญิงก็รู้ว่า มีลูกเมียอยุ่แล้ว เพราะ สามีเราบอกเองว่า ผู้หญิงบอกเค้าว่าพี่ไม่ต้องเลิกกับเมียพี่หรอก เค้ายอมรับได้ แล้วถามเราหรือป่าว เรายอมรับได้หรือไม่ แม้กระทั้งฝากสามีมาบอกเราว่า ถ้าอยากรู้จักเค้า ให้นัดมาเจอกันเลยค่ะ เราฟังแล้วก็อึ้งไปพักนึง แล้วก็ได้คิดว่า เออ คนศิลเค้าเสมอกัน ถึงมีความคิดที่จะทำแบบเดียวกัน
ส่วนตัวเอง พอมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องดูแลเค้าแล้ว เพราะเค้าบอกให้ต่างคนต่างอยู่  ดิฉันก็เลิกสนใจเลยค่ะ ไม่ถามกินข้าวไหม หรือเช้ามากาแฟไม๊ ไม่เตรียมไว้ให้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราก็หันมาอ่านธรรมะเยอะขึ้น ใจก็เย็นลงเยอะเลยค่ะ  ทุกวันนี้ยังอยู่ร่วมบ้านกัน เค้ายังไม่ไป แต่ก็อยู่กันเหมือน Roommate  ไม่คุยถ้าไม่จำเป็น ใจเราก็คิดถึงแต่ลูก เอาความรักที่เคยให้เค้า มาลงไว้ทีลูกหมดแล้ว ในเมื่อคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเรา ก็คงต้องปล่อยไปค่ะ รอแค่จะไปเมื่อไหร่ .....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่