เอาจริงๆความสามารถของจีฮโยใน running man ถึงระดับแม่ทัพได้ไหมถ้าตัดเรื่องคนในรายการยอมเพราะบท เห็นว่าเป็นหญิง

คือดู running man จะเห็นว่ามีหลายตอนที่พิธีกรและแขกรับเชิญจะยอมจีฮโยในหลายกรณี เช่น บทที่เขาได้รับต้องเป็นคนอ่อนแอ ถูกแกล้ง การแข่งขันยังไม่ใช่นัดสำคัญอะไร เห็นว่าเป็นหญิงเลยไม่จริงจังมาก ซึ่งในรายการจีฮโยจะมีฉายาว่าเอซ แม่ทัพ ก็เลยอยากรู้ว่าถ้าตัดกรณีที่ว่านี้ออกไปเจ้าตัวจะยังเหมาะกับฉายานี้อยู่ไหม และเพราะอะไรถึงทำให้จีฮโยได้ฉายานี้ทั้งที่อาจไม่สามารถชนะการต่อสู้ได้จริงๆ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
เราว่าฉายาพวกนี้ที่รายการตั้งให้ไม่ได้มาจากความสามารถในเรื่องของการต่อสู้ของมิสเลยค่ะ มิสไม่ใช่สายต่อสู้เน้อ กับกวางซูนั่นมันเป็นสไตล์พี่น้องตีกันมากกว่านะ คู่นี้คนเขารักกันตรงนี้แหละเราว่า บทจะรักกันก็เหลือกินเหลือใช้ บทจะตีกันก็ต้องจับใส่กรงแบบนั้นล่ะ ร้องไห้หาพ่อบ้างไรบ้างแหละ ฮ่าๆๆ แล้วของแบบนี้เราว่าทุกคนรู้อยู่แก่ใจนะคะว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันคงไม่ฮาหรอกค่ะถ้ารายการวาไรตี้ประเภทนี้จะมาเน้นที่การสู้กันอย่างกับไทยไฟต์อะไรแบบนั้น อีกทั้งตัวสมาชิกแล้วก็แขกรับเชิญชายเขาก็รู้ค่ะว่าขอบเขตมันอยู่ตรงไหน ตัวเองเต็มที่ได้เท่าไหร่ แม้กระทั่งตัวมิสเองยังรู้เลยค่ะเพราะตลอด 357 อีพีโดยประมาณที่มีมิสมงยืนอยู่เนี่ย เวลาแขกรับเชิญหญิงมานี่นับหัวได้เลยนะคะที่มิสจะไม่ออมแรงให้ (เพราะตัวมิสเองก็รู้ว่าตัวเองแข็งแรงกว่าแขกรับเชิญหญิงเหล่านั้น)ตัวมิสเองเคยพูดค่ะว่ามิสไม่ได้เน้นที่ชัยชนะในการเล่นเกม แต่เน้นที่ความสนุกสนานของแขกรับเชิญมากกว่า ซึ่งก็จริงนางเป็นพิธีกรไม่ใช้แชมป์ต้องป้องกันตำแหน่งอะไรขนาดนั้น(ถึงแม้สกิลด้านพิธีกรจะจัดว่าโคตรกากสำหรับแฟนคลับมิสมงแบบเราก็ตามเถอะ ฮ่าๆ สไตล์มิสไม่ใช่เม้าท์มอยคอยสร้างสีสันค่ะ แต่เป็นแบบคอยดูแลมากกว่า ต้องจับตาดูทีเผลอแล้วจะเจออะไรดีๆเยอะแยะ ผู้หญิงคนนี้เราว่านิสัยดีค่ะ จริงใจต่อคนรอบข้าง โลกส่วนตัวสูงจนกลายเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่ง แต่บางอารมณ์มิสก็แบบพูดน้อยต่อยหนักจริงๆนะ ฮ่าๆ เราว่านั่นแหละคุณชอนซูยอนตัวจริงล่ะ ขี้เมาหน่อยๆโมโหง่ายแล้วก็รู้สึกผิดกับมันไปเป็นปีๆอย่างที่ลุงยูว่า หรือไม่ก็ชอบเผลอสบถหรือเรื่องเยอะแบบที่กวางซูว่าบ้างไรบ้าง ก็ดูน่ารักดี)

แม่ทัพเนี่ยได้มาเพราะความกล้าแบบคาดไม่ถึงค่ะนอกเหนือจากนั้นคือ มิสไม่บ่นไม่งอแงวุ่นวาย ถ้าให้ทำก็คือทำแต่จะได้มากน้อยแค่ไหนก็เอาเท่าที่ตัวเองทำเต็มที่ มิสเคยพูดในรถตอนอีพีที่ตัวเองต้องสวมรอยเป็นยูมส์บอร์นค่ะว่า มีสามสิ่งในชีวิตที่ฉันกลัวจริงๆคือ แมลง ซอมบี้ แล้วก็แม่ค่ะ หลายๆครั้งมิสมงที่เป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวก็ต้องเริ่มสตาร์ทภารกิจให้กับคนอื่นๆเป็นคนแรกนะคะ อย่างอีพีที่ทายหมาป่ากับแกะมิสก็ออกมาคนแรกเลยจนพีดีบอกว่าทุกคนช่วยออกมายืนให้เหมือนกับคุณซงจีฮโยด้วยครับ แถมอีพีนั้นตอนที่สู้กับแขกรับเชิญผู้หญิงยังผายมือให้อีกฝ่ายเข้ามากอดตัวเองแบบแฟร์ๆแล้วดึงป้ายออกพร้อมกันเลย หรือยอมขึ้นไปบนเจนก้า ปีนลงจากตึกก่อนคนแรก จับไก่ที่ฮาฮ่ากลัวให้อีกฝ่าย บอกให้ลูกทีมตัวเองย้ายข้างเพื่อให้อีกฝ่ายรอด บลาๆ นี่แหละเราว่าคือความเป็นแม่ทัพ แพ้ได้ ชนะได้ เสียสละเป็น

ส่วนฉายาเอซเนี่ยสำหรับเราได้มาเพราะความฉลาดค่ะ มิสมง มงจีฮโยหรือกึมจีฮโย หรือแม่ซงจียกเจ้าของร้านขายซุปในตำนานที่ด่าลูกค้าเป็นการต้อนรับเนี่ย เป็นคนที่หาของเก่งแล้วก็โชคดีที่สุดในรายการนะคะ ซึ่งการหาของเนี่ยถือว่าเป็นจุดบอดของลุงยูเลยค่ะขนาดเจ้าตัวยังเคยพูดเองเลย
ส่วนความฉลาดก็เป็นความฉลาดคนละประเภทกับพี่เสือค่ะ พี่เสือเราว่าฉลาดแบบน่ากลัว เรากลัวผู้ชายแบบพี่เสือนะ คือสัญชาตญาณการระวังภัยสูงมากจนบางทีเรายังแอบคิดด้วยซ้ำว่าพี่ท่านคิดได้เองรึเปล่า แล้วอีพีไหนได้หลอกใครนะ เนียนจนนักแสดงอาชีพอย่างมิสมงเนี่ยชิดซ้ายเลยนะคะ ถ้าใครดูรันนิ่งแมนย้อนไปย้อนมาบ่อยๆจะเข้าใจค่ะ คืออะไรแปลกนิดเดียวจะฉุกคิดได้ทันที(ตรงนี้ถ้าเป็นเกมเดี่ยวหรือเหลือกันน้อยๆพี่เสือจะจัดการมิสมงก่อนเลย อารมณ์อ่านทางออก)
ส่วนความฉลาดของมิสมงจะเป็นแบบ อ่านสถานการณ์แล้วก็คอยมองเกมเก็บข้อมูลอยู่ห่างๆค่ะ ประมาณตนเองได้ในระดับหนึ่งว่า ควรจะช่วยใคร ไว้ใจใคร หลอกใช้ใคร หรือปรากฏตัวเข้ามามีส่วนร่วมกับคนอื่นเพื่อพลิกเกมตอนไหน ไม่ยืนคลุกวงในตั้งแต่ต้นเกมแบบลุงละมั่งเพื่อเรซสตาร์ทเด็ดขาด แต่บางครั้งก็ตั้งใจยืนมึนปล่อยให้เขาดึงป้ายซะก็มี ที่รู้ว่าปล่อยก็เพราะมิสพิสูจน์มาแล้วว่าตัวเองมีความระมัดระวังป้ายชื่อของตนสูงมาก แบบใครมาจ้องป้ายชื่อนางนี่นางจะขำเป็นการทักทายก่อนเลย
สมาชิกคนอื่นอาจจะสู้กันด้วยกำลังแต่มิสรู้ว่าตัวเองด้อยในเรื่องนี้เลยต้องวิ่งหาไอเทมเพื่อพลิกเกมก่อนเลย แล้วมันก็ไม่ได้ผลสำเร็จจนตัวมิสชนะทุกครั้งไปจนทำให้มันน่าเบื่อด้วย เพราะมิสมงโดนหลอกเองก็มี ถ้าย้อนไปดูสมัยอีพีแรกเราว่ามิสมงโหดกว่านี้เยอะนะคะ กำลังมีน้อยแต่ความไวเป็นเลิศค่ะ ยังจำฉากดึงป้ายคิมซูโรได้ติดตา ขนาดลุงยูยังร้องลั่นเลยบอกว่าฉันเตือนนายแล้วว่าให้ระวังซงจีฮโยไว้! ดึงจากชินฮวาจนอีกฝ่ายถึงขั้นรับไม่ได้ก็ทำมาแล้ว หรือชิงดึงป้ายคนที่จู่ๆก็วิ่งเข้ามาดึงป้ายตัวเองแบบอีพีที่ 345 ก็แสดงให้เห็นเลยว่าถ้ามิสเอาจริงเนี่ยเป็นยังไง ฉากวิ่งล่าเชชานเพื่อเปลี่ยนหมวกก็ยังเจ๋งอยู่สมเป็นเอซ
เราจำได้ว่าเคยอุทานว่าบิชแบบโคตรทึ่งเลยอะ (ไม่ได้อุทานเชิงด่านะคะ) ตอนอีพีที่มิสหลอกกวางซูเรื่องแผ่นรองเท้าอะคือสะใจมาก รู้สึกโคตรพีคซ้อนพีค สมัยที่พวกเขายังละอ่อนกันเวลาแขกรับเชิญมานี่ดูช่วงตัดภาพตอนแขกคุยกันนี่ทุกคนจะเอ่ยชื่อ ซงจีฮโย จีฮโยนูน่า หรือไม่ก็จีฮโยออนนี่ว่าเป็นบุคคลที่ต้องระมัดระวังสูงหรือกำจัดออกก่อนในตอนแรก เป็นชื่อที่สองรองจากคิมจงกุกแทบทุกครั้งนะคะ เขาไม่ได้ระวังเรื่องพละกำลังค่ะ นั่นมันของพี่เสือเขา แต่เขากลัวสิ่งที่มิสจะพลิกแพลงหรือเรื่องคาดไม่ถึงที่มิสจะทำต่างหาก
แต่ก็นั่นแหละ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นอดีตไปหมดแล้วค่ะ เหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีต่อใจมากๆ เจ็ดปีผ่านไปเจออะไรมาเยอะแยะ รายการก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนกันไป ให้เขียนร้อยบรรทัดเกี่ยวกับมิสมงเรายังเขียนได้ไม่จบเลย ไม่แน่จริงมิสยืนระยะไม่ได้นานขนาดนี้หรอกค่ะ จิตใจนางเทพสุดในรันนิ่งแมนแล้ว ไม่งั้นคนอื่นๆในทีมไม่ยอมรับหรอกค่ะ สำหรับเราซงจีฮโยเหมาะสมแล้วด้วยคำว่าแม่ทัพหรือเอซ....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่