ผมมีเรื่องของโรคที่เป็นกันแค 100 ใน 4 นันคื่อโรคที่เรียกว่า โรคแพนิค ครั้งแรกผมรู้ตัวว่าป่วยตอนปายปี 59 ตอนนั้นผมกำลังประชุมเรื่องของ ซอฟต์แวร์ ทีจะเอาบริหารในองกรณ์....ผมขอเเนะนำตัวเองก่อนผมเป็นโปรแกรมเมอร์ถนัดที่สุดคื่องเรื่อของ Computer Network เเละเขียนโปรแกรมผมถนัด VB2010 ทำโปรเจ็คให้บริษัท มากอยู่ ผมยังคิดเลยว่า เอาไปขายให้คู่เเข่งดีหรือป่าว บจก.ผมจะเป็น ... บมจ.ให้ได้ภายใน 3 ปีเเละ บจก.หาที่ปรึกษาที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ภายใน 3 ปี ถึงขนาดจ้างที่ปรึกษา Top 4 ในประเทศ มาทำงาน ผมไม่หักหลังที่ทำงานตัวเองเเน้เพราะเงินเดื่อนผม ระดับ 30,+
ต่อมาผมทุ่มเทกับงานเเละอนาคตที่ตัวเองจะได้มากเกินไป จากโรคแพนิค มันกลายเป็นโรคซึมเซ้า ผมรู้ซึกได้เลยว่าไอ้โรคบ้าที่เรียกว่าโรคซึมเซ้า ผมเคยมีความสุขกับลูกเมีย แต่ผมกลับคิดต่าง เวลาผมเห็นลูกตัวเองกับรู้ซึกลำคานว่าอย่ามายุ้งกับพ่อ ผมทำไม่ถูก แฟนผมรู้ว่าผมเป็นโรคซึมเศร้าเค้าเอาใจผมทุกอย่าง ทุกเรื่องแม้กะทั่งเรื่องนอนด้วยกัน แต่ผมไม่ความยินดีที่จะทำผมพูดตรงๆว่าอย่าเลยไม่ต้องการ กิจกรรมที่ผมทำมันไม่มีความสุขเอาซะเลย
ผมมีสติแต่มันขัดแย้งกับสติเเละความสุขที่มีผมดันไม่รู้ศึกอะไร (ผมรักษาเเละกินยาตลอด)
ผมมีเรื่องของโรคที่เป็นกันแค 100 ใน 4
ต่อมาผมทุ่มเทกับงานเเละอนาคตที่ตัวเองจะได้มากเกินไป จากโรคแพนิค มันกลายเป็นโรคซึมเซ้า ผมรู้ซึกได้เลยว่าไอ้โรคบ้าที่เรียกว่าโรคซึมเซ้า ผมเคยมีความสุขกับลูกเมีย แต่ผมกลับคิดต่าง เวลาผมเห็นลูกตัวเองกับรู้ซึกลำคานว่าอย่ามายุ้งกับพ่อ ผมทำไม่ถูก แฟนผมรู้ว่าผมเป็นโรคซึมเศร้าเค้าเอาใจผมทุกอย่าง ทุกเรื่องแม้กะทั่งเรื่องนอนด้วยกัน แต่ผมไม่ความยินดีที่จะทำผมพูดตรงๆว่าอย่าเลยไม่ต้องการ กิจกรรมที่ผมทำมันไม่มีความสุขเอาซะเลย
ผมมีสติแต่มันขัดแย้งกับสติเเละความสุขที่มีผมดันไม่รู้ศึกอะไร (ผมรักษาเเละกินยาตลอด)