สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ประมาทล้วนๆ ตามนิสัยแบบว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า"
1. ภัยธรรมชาติก็ส่วนหนึ่งไปห้ามไม่ได้ แต่มันเตรียมรับมือได้ ถามว่าช่วงเดือนนี้ของทุกปี มันก็มีพายุเข้าอยู่บ่อยๆ ทำไมไม่เตรียมรับมือให้ดีกว่านี้
2. เขื่อนแตก - เขื่อนถ้าบำรุงรักษาสภาพให้มันเต็ม 100% ตามที่ออกแบบมา ยากมากๆที่เขื่อนจะแตก ถามว่าก็รู้อยู่ว่าเข้าหน้ามรสุม ได้ตรวจสอบ ซ่อมแซม ทดสอบไหมว่ามันทำงานได้เต็ม 100% แล้วได้พร่องน้ำไว้รอไหม
3. ประเทศเราก็มีระบบพยากรณ์อากาศที่พอใช้ได้ พายุมันมาก็รู้ข่าวตั้งหลายวันกว่ามันจะเข้า ถามว่ามีใครได้ทำอะไรบ้างไหม ได้เตรียมความพร้อมอะไรบ้างไหม ได้ซ้กซ้อมอะไรบ้างไหม ได้ประกาศเตือนชาวบ้านบ้างไหม
ที่ถูกต้องแบบอารยประเทศเค้าทำคือ
- ก่อนเข้าหน้ามรสุม ต้องทดสอบความพร้อมระบบระบายน้ำทุกส่วน ให้ใช้งานได้ 100% ทุกอย่าง ไม่ว่า อ่าง, ฝาย, เขื่อน, ท่อ, คลอง, หนอง, บึง อันนี้ประเทศเราไม่เคยทำเลย ท่วมใหญ่ที ปีต่อไปก็ทำทีนึง แล้วปีต่อๆไปก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง แล้วมันก็ท่วมใหญ๋อีก
- แผนบริหารน้ำ ต้องทำรวมกับอุตุนิยมวิทยา อย่างเช่นรู้แน่แล้วว่าพายุก่อตัวในทะเล มีโอกาสเข้าไทย เอาแค่มีโอกาสก็ต้องพร่องน้ำรอแล้ว ไม่ใช่คิดว่ามันไม่มีทางเข้าไทย เพราะติดแนวเขาที่เวียดนามลาว ก็เพราะประมาทกันอย่างงี้ไง มันหลุดเข้ามาทีถึงท่วมละเนระนาด
- เมื่อรู้ว่าพายุหลุดเข้ามาแน่ๆแล้ว ต้องประกาศเตือนในทุกระดับ ทั้งทางทีวี วิทยุ วิทยุชมชน เสียงตามสาย เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่เตือนแบบขอไปทีแบบทุกวันนี้
วิธีเตือนที่ถูกต้องคือต้องบอกให้ชัดไปเลยว่า ณ วันนี้ ตรงที่ๆคุณอยู่ อยู่ในแนวรับน้ำของ อ่างไหน เขื่อนไหน แม่น้ำไหน ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลได้เตรียมการพร่องน้ำซ่อมเขื่อนไว้รอแล้ว สามารถรับฝนได้กี่ชั่วโมงกี่นาทีก็ว่าไป
แล้วก็บอกชาวบ้านไปชัดๆเลย ถ้าฝนที่บ้านคุณตรงนี้ ตกหนักไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทุกอย่างเอาอยู่
ถ้าเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป ให้รอฟังประกาศอพยพ (ซึ่งถึงตรงนี้ก็ต้องมีขั้นตอนว่า ถ้ามันตกหนักขนาดเกิน 1 ชั่วโมง ใครต้องทำอะไร หน่วยงานไหนต้องวิ่งไปเฝ้าเขื่อนดูว่าแตกไหม หน่วยงานไหนต้องเตรียมประกาศอพยพ ต้องตั้งตรงไหนเป็นศูนย์ปฏิบัติการ ใครมีอำนาจสั่งอะไรยังไง)
ถ้ามีประกาศอพยพ ชาวบ้านมีเวลาหนีกี่นาที แล้วหนีให้หนีไปไหนยังไง
จริงๆแผนรับมือเนี่ย นอกจากประกาศให้ชัดเจนแล้วยังต้องมีการซ้อมทุกปีด้วย ถ้าจะให้ดีก็ให้ชาวบ้านซ้อมไปด้วย หรืออย่างน้อยๆ หน่วยราชการต้องซ้อมกันเองให้หนัก เช่น ถ้าถึงขั้นอพยพแล้ว กำลังเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่พอไหม คนไหนต้องไปอยู่ตรงไหน ใครต้องรับผิดชอบอพยพพื้นที่ไหน
ถ้าคนไม่พอต้องไปขอจากไหน(ค่ายทหารไหน อะไรก็ว่าไป) ขอแล้วกี่นาทีถึงมาได้ แล้วมาได้กี่คน รถกี่คัน กระจายไปได้กี่จุด แล้วใครจะรับหน้าที่ประสานงาน
ประสานงานต้องใช้วิธีไหน ถ้าไฟดับใช้อะไร วิทยุคลื่นไหน ก่อนเกิดเหตุต้องให้ จนท. ทุกคนสำรองชาร์ตแบตวิทยุไว้คนละกี่ก้อน ต้องใช้ว.ขั้นต่ำกี่ตัว สำรองกี่ตัว
คือวิธีป้องกันมันมีหมดล่ะ แต่ประเทศนี้ ไม่เคยใส่ใจ เพราะมองว่าเรื่องป้องกันไร้สาระ สิ้นเปลือง ขี้เกียจ ไม่รู้ทำไปทำไม
ทำแล้วเกิดพายุไม่เข้าล่ะ เขื่อนไม่แตกล่ะ
1. ภัยธรรมชาติก็ส่วนหนึ่งไปห้ามไม่ได้ แต่มันเตรียมรับมือได้ ถามว่าช่วงเดือนนี้ของทุกปี มันก็มีพายุเข้าอยู่บ่อยๆ ทำไมไม่เตรียมรับมือให้ดีกว่านี้
2. เขื่อนแตก - เขื่อนถ้าบำรุงรักษาสภาพให้มันเต็ม 100% ตามที่ออกแบบมา ยากมากๆที่เขื่อนจะแตก ถามว่าก็รู้อยู่ว่าเข้าหน้ามรสุม ได้ตรวจสอบ ซ่อมแซม ทดสอบไหมว่ามันทำงานได้เต็ม 100% แล้วได้พร่องน้ำไว้รอไหม
3. ประเทศเราก็มีระบบพยากรณ์อากาศที่พอใช้ได้ พายุมันมาก็รู้ข่าวตั้งหลายวันกว่ามันจะเข้า ถามว่ามีใครได้ทำอะไรบ้างไหม ได้เตรียมความพร้อมอะไรบ้างไหม ได้ซ้กซ้อมอะไรบ้างไหม ได้ประกาศเตือนชาวบ้านบ้างไหม
ที่ถูกต้องแบบอารยประเทศเค้าทำคือ
- ก่อนเข้าหน้ามรสุม ต้องทดสอบความพร้อมระบบระบายน้ำทุกส่วน ให้ใช้งานได้ 100% ทุกอย่าง ไม่ว่า อ่าง, ฝาย, เขื่อน, ท่อ, คลอง, หนอง, บึง อันนี้ประเทศเราไม่เคยทำเลย ท่วมใหญ่ที ปีต่อไปก็ทำทีนึง แล้วปีต่อๆไปก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง แล้วมันก็ท่วมใหญ๋อีก
- แผนบริหารน้ำ ต้องทำรวมกับอุตุนิยมวิทยา อย่างเช่นรู้แน่แล้วว่าพายุก่อตัวในทะเล มีโอกาสเข้าไทย เอาแค่มีโอกาสก็ต้องพร่องน้ำรอแล้ว ไม่ใช่คิดว่ามันไม่มีทางเข้าไทย เพราะติดแนวเขาที่เวียดนามลาว ก็เพราะประมาทกันอย่างงี้ไง มันหลุดเข้ามาทีถึงท่วมละเนระนาด
- เมื่อรู้ว่าพายุหลุดเข้ามาแน่ๆแล้ว ต้องประกาศเตือนในทุกระดับ ทั้งทางทีวี วิทยุ วิทยุชมชน เสียงตามสาย เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่เตือนแบบขอไปทีแบบทุกวันนี้
วิธีเตือนที่ถูกต้องคือต้องบอกให้ชัดไปเลยว่า ณ วันนี้ ตรงที่ๆคุณอยู่ อยู่ในแนวรับน้ำของ อ่างไหน เขื่อนไหน แม่น้ำไหน ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลได้เตรียมการพร่องน้ำซ่อมเขื่อนไว้รอแล้ว สามารถรับฝนได้กี่ชั่วโมงกี่นาทีก็ว่าไป
แล้วก็บอกชาวบ้านไปชัดๆเลย ถ้าฝนที่บ้านคุณตรงนี้ ตกหนักไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทุกอย่างเอาอยู่
ถ้าเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป ให้รอฟังประกาศอพยพ (ซึ่งถึงตรงนี้ก็ต้องมีขั้นตอนว่า ถ้ามันตกหนักขนาดเกิน 1 ชั่วโมง ใครต้องทำอะไร หน่วยงานไหนต้องวิ่งไปเฝ้าเขื่อนดูว่าแตกไหม หน่วยงานไหนต้องเตรียมประกาศอพยพ ต้องตั้งตรงไหนเป็นศูนย์ปฏิบัติการ ใครมีอำนาจสั่งอะไรยังไง)
ถ้ามีประกาศอพยพ ชาวบ้านมีเวลาหนีกี่นาที แล้วหนีให้หนีไปไหนยังไง
จริงๆแผนรับมือเนี่ย นอกจากประกาศให้ชัดเจนแล้วยังต้องมีการซ้อมทุกปีด้วย ถ้าจะให้ดีก็ให้ชาวบ้านซ้อมไปด้วย หรืออย่างน้อยๆ หน่วยราชการต้องซ้อมกันเองให้หนัก เช่น ถ้าถึงขั้นอพยพแล้ว กำลังเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่พอไหม คนไหนต้องไปอยู่ตรงไหน ใครต้องรับผิดชอบอพยพพื้นที่ไหน
ถ้าคนไม่พอต้องไปขอจากไหน(ค่ายทหารไหน อะไรก็ว่าไป) ขอแล้วกี่นาทีถึงมาได้ แล้วมาได้กี่คน รถกี่คัน กระจายไปได้กี่จุด แล้วใครจะรับหน้าที่ประสานงาน
ประสานงานต้องใช้วิธีไหน ถ้าไฟดับใช้อะไร วิทยุคลื่นไหน ก่อนเกิดเหตุต้องให้ จนท. ทุกคนสำรองชาร์ตแบตวิทยุไว้คนละกี่ก้อน ต้องใช้ว.ขั้นต่ำกี่ตัว สำรองกี่ตัว
คือวิธีป้องกันมันมีหมดล่ะ แต่ประเทศนี้ ไม่เคยใส่ใจ เพราะมองว่าเรื่องป้องกันไร้สาระ สิ้นเปลือง ขี้เกียจ ไม่รู้ทำไปทำไม
ทำแล้วเกิดพายุไม่เข้าล่ะ เขื่อนไม่แตกล่ะ
แสดงความคิดเห็น
สรุปแล้วสาเหตุน้ำท่วมสกนครหนักในรอบ 100 ปี เกิดจากสาเหตุใดครับ ?
1.ภัยธรรมชาติ
2.เขื่อนแตก
3.อื่นๆ
สรุปแล้วสาเหตุน้ำท่วมสกนครหนักในรอบ 100 ปี เกิดจากสาเหตุใดครับ