[CR] ความบังเอิญเป็นเหตุ รีวิว Out of the Blue (1980) หนังที่น่าจะหาดูยากมากๆเรื่องหนึ่ง

Out of the Blue (1980)




เพราะความบังเอิญแท้ๆ เลยได้ดูหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ไม่ได้ตั้งใจจะดู และไม่มีข้อมูลมาก่อนว่าเป็นหนังของใคร เกี่ยวกับอะไร และเป็นการดูแบบไม่มีซับอีกต่างหาก(ไม่มีทั้งซับ eng และ thai) เลยดูแบบรู้เรื่องประมาณ 70 กว่าเปอร์เซ็นได้ เพราะงั้นการรีวิวครั้งนี้ไม่ใช่การตีเนื้อหาให้ละเอียดแต่อย่างใด แต่เป็นการบอกเล่าความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ผมว่ามันเป็นประสบการณ์การดูหนังที่ประหลาดที่สุดครั้งนึง


เรื่องราวนั้นเล่าได้คร่าวว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งอดีตเคยสนิทกับพ่อมาก แต่มีเหตุให้ผู้เป็นพ่อต้องเข้าคุก แต่มีชีวิติยู่อย่างตามมีตามเกิดกับแม่ซึ่งเป็นแค่ขี้ยาคนหนึ่ง

Linda Manz รับบทเป็น Cebe ซึ่งเป็นผู้ดำเนินเรื่องและแกนหลัก หนังทั้งหมดทั้งมวลเล่าเรื่องความรู้สึกเธอล้วนๆ


cebe เป็นเด็กที่หัวขบถแบบสุดขั้ว ผลพวงจากอิทธอพลจากพ่อของเธอและเพลงที่เธอฟังก็เป็นพวก punk ทั้งหลายแหล่และพูดอยู่เสมอว่า disco suck! เพราะงั้นหนังเรื่องนี้จึงมีการพูดถึงการเปลี่ยนของยุคสมัยอยู่ด้วย


ต่อจากนี้จะเป็นความรู้สึกในการดู หนังเรื่องเล่นเราอย่างหนักตั้งแต่ช่วง 10 นาทีแรกเลย กับเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มีจังหวะการเล่าเรื่องที่ประหลาดมาก stlye ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม ซึ่งระหว่างดูผมก็คุ้นๆมากกับการเล่าเรื่องแบบนี้ ซึ่งผมก็ได้มารู้ทีหลังว่า คนทำคือ Dennis Hopper คนทำ Easy Rider นั่นเอง ซึ่งก็ทำให้ผมเข้าใจได้ในทันที เพราะเรื่องนี้มีจังหวะจะโคนที่คล้าย Easy Rider อยู่มาก โดยเฉพาะในช่วงท้ายของหนัง

Out of the Blue นั้นเป็นหนังที่เต็มไปความ งุนงง สับสนในตัวเองอยู่ตลอดเรื่อง ทั้งจากตัวละครและเรื่องราวในหนังเอง เต็มไปด้วยคำถามทางศีลธรรมอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้เข้าใจยากเหมือน Easy Rider ทั้งหมดทั้งมวลคือเรื่องราวปัญหาครอบครัวที่ดำเนินไปพร้อมกับการ comming of age ไปในทางที่ไม่ดีนักของตัวละคร การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย พูดได้ว่าเป็นหนังที่ไม่ได้เข้าใจง่าย แต่ก้ไม่ยากจนเกินไป แม้ผมจะดูแบบไม่มีซับก็ตาม

ในตอนท้ายของหนังนั้นโหดเอาเรื่อง เหมือนที่ผมบอกว่าคล้ายๆกับ Easy Rider นั่นแหละถ้าใครเคยดู Easy Rider น่าจะนึกออก มันจะหลอนๆอึนๆแบบนั้นเลย

นี่คือการรีวิวจากการดูผ่านมาไม่ถึง 10 ชั่วโมง ตอนนี้อาจจะบอกได้ว่าผมยังไม่ตกผลึกกับหนังเรื่องนี้มากนัก แต่ถามว่าเสียดายเวลาไหมที่ได้ดู ขอบอกว่าไม่เลย นี่เป็นประสบการณ์การดูหนังครั้งนึงที่คุ้มค่ามาก ชีวิตนึงคุณจะไม่ได้ดูหนังแบบนี้บ่อยๆแน่นอน แม้คุณจะเป็นคอหนัง art หรือหนังอินดี้ แต่นี่มันเป็นประสบการณ์การดูที่หาไม่ได้ในหนังอินดี้ยุคปัจจุบัน


สรุปนี่ไม่ใช่หนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดแต่อย่างใด แต่เป็นที่น่าลองดูซักครั้งในชีวิต ในระยะเวลาประมาณชั่วโมงครึ่งของหนังเรื่องนี้ อาจจะเปิดประสบการณ์ให้กับใครหลายคนก็ได้ อมยิ้ม17
ชื่อสินค้า:   ภาพยนตร์
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่