
ประเด็นเรื่อง “ออมเงิน” ก็เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อหลายๆคนอยากจะหาสูตรสำเร็จว่า ถ้ามีเงินเดือนประมาณนี้ เราควรจะออมเงินแบบไหนดี ?
ถ้าให้ตอบแบบตรงๆก็คือออมให้เยอะที่สุดเท่าที่เราไหวนั่นแหละ เพราะการ “ออมเงิน” ยิ่งเยอะเท่าไหร่ จะทำให้โอกาสในชีวิตเรามีมากขึ้นเท่านั้น อันนี้ผมยืนยันรับประกันเลยทีเดียว
อย่างเช่น เราวางแผนว่าอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าก็ต้องใช้เงินลงทุน หรือเราจะวางแผนว่าเราอยากจะมี Passive Income ก็ต้องใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างทรัพย์สินอยู่อีกเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่าโลกเราเป็นโลกทุนนิยม ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงินอยู่ ณ ตอนนี้ หรือเราจะวางแผนซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน แน่นอนว่าก็ต้องมีเงินดาวน์และเตรียมเงินผ่อนสำรองไว้ด้วย
แล้วบางคนอาจจะบอกว่าการใช้เงินบางทีก็มีประโยชน์นะ อย่างเช่น ไปสังสรรค์กับเพื่อนพูดคุยกัน ก็อาจจะได้ธุรกิจกลับมาก็ได้ ซึ่งถ้าเราประเมินแล้วว่ารายจ่ายที่เราออกจากกระเป๋าเราไม่ใช่การสิ้นเปลือง แต่จะมีอะไรบางอย่างกลับมา ส่วนตัวก็มองว่าเป็นการลงทุนรูปแบบนึงเช่นกัน
คนส่วนใหญ่ตอนที่เรียนอยู่ได้เงินค่าขนมต่อเดือนกันเนี้ย ยังไงก็ไม่น่าจะถึงเงินเดือนที่ได้รับกันตอนทำงานแน่ๆ เราก็ยังอยู่รอดกันมาได้ แต่ทำไมพอทำงานแล้วรายได้เยอะขึ้นแต่กลับไม่ค่อยพอใช้กัน คิดว่ามันแปลกมั้ย ?
ผมเลยชอบพูดเสมอว่าปริมาณเงินออมจริงๆแล้วไม่ได้ขึ้นอยู่รายได้เลย เพราะเมื่อเรามีรายได้ที่มากขึ้น แนวโน้มโดยทั่วไปเราก็จะใช้เงินเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าใครที่ไม่มีเงินออมเลย ลองนึกย้อนดูว่าทำงานมาหลายปี รายได้ก็เพิ่มขึ้นทุกปีแต่ทำไมเงินเราไม่เคยเหลือเลยล่ะ...
เคยเจอคนรายได้เป็นแสนต่อเดือนแต่สุดท้ายก็เป็นหนี้ชักไม่ถึงหลัง แล้วก็เคยเจอคนที่รายได้แค่ 8,000 บาทแต่ออมเงินได้เดือนนึง 2,000 บาทก็มี เห็นชัดๆเลยว่ารายได้เยอะขึ้นไม่ได้การันตีว่าเราออมเงินได้อย่างที่ตั้งใจ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเริ่มออมเงิน ถ้าอยู่ดีๆจะให้ออม 50% เลย ก็อาจจะโหดร้ายไปหน่อย ช่วงแรกเริ่มต้นสัก 5-10% ก่อนก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วนะ แล้วก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณการออมให้มากขึ้น เพราะปัญหาหลักของการออมเงินก็คือค่าใช้จ่าย การทำ "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ก็ช่วยทำให้เราเห็นรายจ่ายว่าตรงไหนสามารถปรับลดได้บ้าง ทำไปเรื่อยๆเราก็สามารถออมเงินจนสร้างเงินล้านได้แน่นอน
[แทรก เทคนิคออมเงินสร้างเงินล้าน]
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.moneybuffalo.in.th/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99
สุดท้ายผมไม่ได้บอกว่าให้ออมเงินกันเป็นบ้าเป็นหลังกันเน้อ ทุกอย่างต้องมีทางสายกลาง อะไรเบาไปก็ไม่ดี หนักไปก็ไม่งาม อย่าลืมว่าเป้าหมายการเงินก็สำคัญ แต่ความสุขระหว่างการเดินทางก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่าถ้าเราอยากมีเงินออมมากกว่าที่เคยเป็นมา เราอาจจะลำบากขึ้นหน่อยเพราะต้องประหยัดมากขึ้น แต่จริงๆแล้วชีวิตเราก็สามารถมีความสุขได้ตั้งหลายวิธีโดยไม่ใช่เงินได้เหมือนกัน
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://goo.gl/iCwEgu
ติดตามเรื่องเล่าเข้าใจง่ายๆของ Money Buffalo ได้ที่
Website
http://www.moneybuffalo.in.th หรือ
FB Page :
fb.com/moneybuffalo
LINE :
https://goo.gl/GAQxF8
เงินเดือน 20,000 บาท มีวิธี "ออมเงิน" ยังไงให้เหมาะสม ?
ประเด็นเรื่อง “ออมเงิน” ก็เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อหลายๆคนอยากจะหาสูตรสำเร็จว่า ถ้ามีเงินเดือนประมาณนี้ เราควรจะออมเงินแบบไหนดี ?
ถ้าให้ตอบแบบตรงๆก็คือออมให้เยอะที่สุดเท่าที่เราไหวนั่นแหละ เพราะการ “ออมเงิน” ยิ่งเยอะเท่าไหร่ จะทำให้โอกาสในชีวิตเรามีมากขึ้นเท่านั้น อันนี้ผมยืนยันรับประกันเลยทีเดียว
อย่างเช่น เราวางแผนว่าอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าก็ต้องใช้เงินลงทุน หรือเราจะวางแผนว่าเราอยากจะมี Passive Income ก็ต้องใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างทรัพย์สินอยู่อีกเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่าโลกเราเป็นโลกทุนนิยม ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงินอยู่ ณ ตอนนี้ หรือเราจะวางแผนซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน แน่นอนว่าก็ต้องมีเงินดาวน์และเตรียมเงินผ่อนสำรองไว้ด้วย
แล้วบางคนอาจจะบอกว่าการใช้เงินบางทีก็มีประโยชน์นะ อย่างเช่น ไปสังสรรค์กับเพื่อนพูดคุยกัน ก็อาจจะได้ธุรกิจกลับมาก็ได้ ซึ่งถ้าเราประเมินแล้วว่ารายจ่ายที่เราออกจากกระเป๋าเราไม่ใช่การสิ้นเปลือง แต่จะมีอะไรบางอย่างกลับมา ส่วนตัวก็มองว่าเป็นการลงทุนรูปแบบนึงเช่นกัน
คนส่วนใหญ่ตอนที่เรียนอยู่ได้เงินค่าขนมต่อเดือนกันเนี้ย ยังไงก็ไม่น่าจะถึงเงินเดือนที่ได้รับกันตอนทำงานแน่ๆ เราก็ยังอยู่รอดกันมาได้ แต่ทำไมพอทำงานแล้วรายได้เยอะขึ้นแต่กลับไม่ค่อยพอใช้กัน คิดว่ามันแปลกมั้ย ?
ผมเลยชอบพูดเสมอว่าปริมาณเงินออมจริงๆแล้วไม่ได้ขึ้นอยู่รายได้เลย เพราะเมื่อเรามีรายได้ที่มากขึ้น แนวโน้มโดยทั่วไปเราก็จะใช้เงินเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าใครที่ไม่มีเงินออมเลย ลองนึกย้อนดูว่าทำงานมาหลายปี รายได้ก็เพิ่มขึ้นทุกปีแต่ทำไมเงินเราไม่เคยเหลือเลยล่ะ...
เคยเจอคนรายได้เป็นแสนต่อเดือนแต่สุดท้ายก็เป็นหนี้ชักไม่ถึงหลัง แล้วก็เคยเจอคนที่รายได้แค่ 8,000 บาทแต่ออมเงินได้เดือนนึง 2,000 บาทก็มี เห็นชัดๆเลยว่ารายได้เยอะขึ้นไม่ได้การันตีว่าเราออมเงินได้อย่างที่ตั้งใจ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเริ่มออมเงิน ถ้าอยู่ดีๆจะให้ออม 50% เลย ก็อาจจะโหดร้ายไปหน่อย ช่วงแรกเริ่มต้นสัก 5-10% ก่อนก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วนะ แล้วก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณการออมให้มากขึ้น เพราะปัญหาหลักของการออมเงินก็คือค่าใช้จ่าย การทำ "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ก็ช่วยทำให้เราเห็นรายจ่ายว่าตรงไหนสามารถปรับลดได้บ้าง ทำไปเรื่อยๆเราก็สามารถออมเงินจนสร้างเงินล้านได้แน่นอน
[แทรก เทคนิคออมเงินสร้างเงินล้าน]
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สุดท้ายผมไม่ได้บอกว่าให้ออมเงินกันเป็นบ้าเป็นหลังกันเน้อ ทุกอย่างต้องมีทางสายกลาง อะไรเบาไปก็ไม่ดี หนักไปก็ไม่งาม อย่าลืมว่าเป้าหมายการเงินก็สำคัญ แต่ความสุขระหว่างการเดินทางก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่าถ้าเราอยากมีเงินออมมากกว่าที่เคยเป็นมา เราอาจจะลำบากขึ้นหน่อยเพราะต้องประหยัดมากขึ้น แต่จริงๆแล้วชีวิตเราก็สามารถมีความสุขได้ตั้งหลายวิธีโดยไม่ใช่เงินได้เหมือนกัน
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/iCwEgu
ติดตามเรื่องเล่าเข้าใจง่ายๆของ Money Buffalo ได้ที่
Website http://www.moneybuffalo.in.th หรือ
FB Page : fb.com/moneybuffalo
LINE : https://goo.gl/GAQxF8