เรื่องเริ่มต้นจากได้มีโอกาสไปช่วยงานวิ่ง-ปั่นการกุศลงานหนึ่ง ซึ่งเอาจริงๆตอนแรกไม่อินกับงานวิ่งๆ ปั่นๆอะไรแบบนี้เลย (ด้วยความขี้เกียจออกกำลังกาย เป็นสายกินอย่างเดียว) แต่ด้วยความอยากทำบุญ และงานนี้เค้าจัดเพื่อหาเงินช่วยผู้ป่วยยากไร้ใน รพ.ห่างไกลในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด รู้ดีว่า รพ.ตจว.ทั้งในตัวเมืองและที่อยู่ห่างไกลนั้น ขาดแคลนแค่ไหน รพ.รัฐในกรุงเทพที่ว่าแน่นแสนแน่น ขาดแสนขาด รอกันเป็นวันก็บ่นกันเป็นวรรคเป็นเวร ยังดูเด็กๆไปเลย เพราะที่ ตจว.เค้ารอกันข้ามวัน ที่เดินทางเหมารถมาจากที่อื่น เพราะจังหวัดตัวเองไม่มีเครื่องมือแพทย์ทันสมัย บ้างก็ต้องมาเช่าโรงแรม หาวัดนอนกว่าจะถึงคิวตรวจอุปกรณ์ก็น้อยยิ่งกว่าน้อย
ขนาดเราแค่ได้เฉียดไปเห็นสภาพ รพ.ใน ตจว. ยังสัมผัสได้ คุณหมอ พยาบาล และทีมงานทั้งหลายที่เห็นความเป็นไปอยู่ตรงนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน จะอินจัด จะสะเทือนใจขนาดไหน คุณหมอและทีมจาก มอ มข และ มช เลยจับมือกันริเริ่มโครงการ “3 สถาบัน วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ” นี้ขึ้นเพื่อผู้ป่วยทั้ง 3 ภาค (เหนือ อีสาน ใต้)
ปกติจากที่คุณหมอต้องถือเข็ม ถือเครื่องมือแพทย์ คราวนี้จะมาจับแฮนด์จักรยาน จะออกมาใส่รองเท้าวิ่งๆๆ ด้วยความหวัง อยากระดมทุนรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไปตามเส้นทางวิ่ง-ปั่นที่ผ่านไปซึ่งจากระยะทางที่กำหนดไว้โดยออกจากจุดสตาร์ทเดียวกันคือกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่คณะแพทยศาสตร์ในแต่ละภาค เชียงใหม่สายเหนือ 734 กิโลเมตร, สายอีสาน จังหวัดขอนแก่น 945 กิโลเมตร และสายใต้จากกรุงเทพฯ ถึงหาดใหญ่ 1,026 กิโลเมตรรวมระยะทางจากทั้ง 3 เส้นทางกว่า 2700 กม. โดยวิ่งต่อเนื่องกันตลอด 7 วัน (22-28 ก.ค.) ถ้าไม่รวบรวมแรงกาย แรงใจ รวมถึงแรงศรัทธา อยากได้เงินไปช่วยคนไข้อย่างที่สุดแล้ว บอกเลยว่าไม่ทางทำได้ เพราะเค้าเหล่านี้โดยปกติแล้วไม่ใช่นักวิ่ง นักกีฬา ต้องเสียสละเวลาเตรียมตัว เตรียมร่างกายสักแค่ไหน
ขนาดพวกเราที่เป็นทีมงาน นั่งรถตะลอนไปช่วยขายเสื้อโครงการ คอยช่วยเชียร์อัพให้กำลังใจเหล่าคุณหมอ และนักวิ่งอาสาสมัครตามจุดแวะผ่านตลอดทั้ง 7 วัน ไม่ได้ร่วมวิ่งอะไรกับใครเค้า ยังบอกเลยว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาด (เหนื่อยเดินทางซะมาก ไม่ได้วิ่งอะไรกับเค้าเลยสักแอะ) บ่นกระจองอแงอ้อนแม่บ้าง เพื่อนๆในโลกโซเชี่ยลบ้าง ไม่ได้สักกระผีกของพี่ๆน้องๆนักวิ่ง-นักปั่นทั้งหลาย ยังอดท้อนิดๆไม่ได้(โปรดประทานอภัยให้อีชั้นด้วย)
ในท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย (และงอแงหน่อยๆ) จากที่คิดว่าไปเป็นผู้ให้ ชั้นสวย ชั้นใจบุญ ชั้นเป็นนางฟ้า..
ภาพที่เห็น สิ่งที่ได้กลับมาในแต่ละวัน ทุกกิโลเมตรที่ผ่านไป
คือน้ำใจของผู้คนมากมายตามรายทาง
บ้างร่างกายไม่พร้อม แต่ใจนั้นพร้อมมากกกกก ยังมีจิตอาสา สมัครมาร่วมในขบวนวิ่ง-ปั่น ใจพี่หล่อมากมาย

บ้างมีน้อยนิด แต่น้ำใจพวกเค้านั้นมหาศาล ยังแบ่งปันมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน


พระท่านได้บริจาคปัจจัยทำบุญที่ญาติโยมถวายส่งต่อบุญให้กับผู้ป่วยยากไร้ อนุโมทนาสาธุค่ะหลวงพี่


ได้รอยยิ้ม ได้กำลังใจในแต่ละที่ที่ขบวนนักวิ่งปั่น และพวกเราผ่านไป เห็นทีไรก็ชื่นใจทุกที
พี่รถขนน้ำขับผ่าน เจอขบวนวิ่ง แกรีบจอด กุลีกุจอลงมาช่วยแจกจ่ายน้ำให้นักวิ่ง ซึ้งจริงๆพี่จ๋า

คุณตา คุณยาย ลูกเด็กเล็กแดง เขียนหนังสือด้วยลายมือโย้ๆเย้ๆ มาชูให้กำลังใจ เห็นทุกข้อความนะจ๊ะ น้องๆหนูๆ


หรือแม้แต่พลังใจที่ได้จากเพื่อนสี่ขาน้องหมาที่ร้อยเอ็ดที่วิ่งเข้ามาร่วมทางเป็นเพื่อนนักวิ่ง ตอนแรกนึกว่ามันนึกสนุก เห็นคนวิ่งก็วิ่งตาม แต่น้องหมา (ที่ก็อตจิ เทยเที่ยวไทยตั้งนิคเนมให้ว่า ไมเคิล) มาร่วมวิ่งหลายสิบกิโลเมตร จากร้อยเอ็ด มาถึงมหาสารคาม เลยนะจะบอกให้


ทั้งหมดนี้ช่วยลบความเหนื่อยเมื่อยล้า เติมแรงให้ทุกคนสู้ต่อไป
ถามว่าต้องสู้แค่ไหน ..ต้องบอกเลยว่ามากกกกก
เอาเป็นว่ากันแดดที่ว่าดีขนาดไหน ถ้าต้องวิ่งฝ่าแดดร้อนๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ให้ดีให้ตายกระปุกละหมื่นแสนยังไง ก็ดำค่ะ
เจ้าของแขนสองสีท่านนี้ คือ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ที่ลงมือทำทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมพิธีการเปิด-ปิด ร่วมขบวนวิ่งตลอด 7 วัน และเดินรับบริจาคด้วยตัวเอง กราบบบบบค่ะ

แดดที่ว่าแรงแล้ว เจอพายุฝนเข้าไป ยังอยากกลับไปเจอแดดมากกว่า
ช่วงวันท้ายๆของการวิ่ง-ปั่น ขบวนเจอพายุฝนที่มีความเสมอภาค ตกแผ่กระจายไปในทุกภาค ได้รับฝนฉ่ำโดยทั่วกันทั้ง 3 ขบวน เหนือ อีสาน ใต้
แต่ชาวคณะก็ไม่หวั่น ยังคงวิ่งฝ่าสายฝนกันต่อไป



บางที่วิ่งกันจน...ขาหาย

หายไปไหนนน..อ๋อ ไปอยู่ในน้ำ แหะๆ
จากแค่ วิ่ง-ปั่น เกือบจะต้องเป็น ไตรกีฬา เพิ่มว่ายน้ำเข้าไปแล้วไหมล่ะคุณหมอ
หลังจบการวิ่ง-ปั่นในแต่ละวัน ได้คุยกับเหล่าคุณหมอ พี่ๆพยาบาล ถามถึงความรู้สึกต่างๆ
ส่วนใหญ่จะตอบคล้ายๆกัน รวมความได้ว่า..ดีใจที่ทำสำเร็จ ชนะใจ ชนะร่างกายตัวเอง
ภูมิใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาส ไม่มีเงินรักษาอาการเจ็บป่วย
ความเหนื่อยล้า อ่อนแรง ท้อแท้ของพวกเราวันนี้ ยังเทียบไม่ได้กับความสิ้นไร้หนทาง
ความลำบากยากแค้นของคนที่กำลังรออยู่ที่ปลายทาง พอแรงจะหมดๆ นึกถึงเค้าเหล่านี้เลยมีแรงฮึดให้ไปถึงจุดหมายในแต่ละวัน
..อย่าว่าแต่วิ่งเลย ให้หมอช่วยทำอะไรก็ได้ อยากได้กำลังใจ อยากได้เงินบริจาคไปช่วยพวกเค้าเยอะๆ..
เจอคำตอบจากคุณหมอใจหล่อ ใจสวยทั้งหลาย อึ้งไปเลยจร้า
และที่ทำเอาชาวคณะอึ้ง และซึ้งใจสุดๆ คือได้รู้ว่า คนชอบปิดทองหลังพระ ทำบุญแบบไม่ต้องเอาหน้าในโลกหล้ามีอยู่จริง

ทั้งหมดคือความประทับใจ เท่าที่พอจะเล่า จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
บางอย่างก็ยังคงเป็นภาพ เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในใจเต็มไปหมด
จากการไปครั้งนี้ที่คิดว่าจะไป ให้ กลับ ได้
ได้มิตรภาพ ได้กำลังใจ ได้ความรู้สึกดีๆ กลับมามากมายไม่รู้เท่าไหร่ เงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้


แต่เงิน..แม้เพียงน้อยนิด ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยยากไร้ใน รพ.ห่างไกลได้นะจ๊ะ
วันนี้ แม้ว่าโครงการจะจบแล้ว แต่โอกาสในการให้ยังไม่จบ ทุกคนสามารถร่วมบริจาคได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้นะคะ
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 641-3-009595 พร้อมเพย์เลขที่ 09930 00268 05 9 ชื่อบัญชี : 3 สถาบันแพทย์ วิ่ง ปั่น ปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ / 3gether: Run&Ride for Life * ถึง 31 สิงหาคมนี้
หรือบริจาคโดยตรงที่บัญชีของแต่ละสถาบันฯ
1. สายใต้ : บริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ 641-0-17799-9 ชื่อบัญชีเพื่อผู้ป่วยอาคารเย็นศิระ
2. สายเหนือ : ธนาคารไทยพาณิชย์ 408-062768-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกเพื่อการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและผู้ป่วยระยะท้าย
3. สายอีสาน : ธนาคารกรุงเทพ 631-0-11644-4 ชื่อบัญชีมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ (กองทุนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์การแพทย์)
หมายเหตุ โครงการ '3 สถาบัน วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ 3gether Run&Ride for life' จัดโดยสถาบันแพทย์จาก 3 ภาคได้แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Facebook: 3getherRunRideforLife
เรื่องของทีมงานคนหนึ่ง ที่อยากจะแชร์ความประทับใจ 7 วันที่คิดว่าตัวเองไป “ให้” แต่ “ได้” กลับมามหาศาล
ขนาดเราแค่ได้เฉียดไปเห็นสภาพ รพ.ใน ตจว. ยังสัมผัสได้ คุณหมอ พยาบาล และทีมงานทั้งหลายที่เห็นความเป็นไปอยู่ตรงนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน จะอินจัด จะสะเทือนใจขนาดไหน คุณหมอและทีมจาก มอ มข และ มช เลยจับมือกันริเริ่มโครงการ “3 สถาบัน วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ” นี้ขึ้นเพื่อผู้ป่วยทั้ง 3 ภาค (เหนือ อีสาน ใต้)
ปกติจากที่คุณหมอต้องถือเข็ม ถือเครื่องมือแพทย์ คราวนี้จะมาจับแฮนด์จักรยาน จะออกมาใส่รองเท้าวิ่งๆๆ ด้วยความหวัง อยากระดมทุนรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไปตามเส้นทางวิ่ง-ปั่นที่ผ่านไปซึ่งจากระยะทางที่กำหนดไว้โดยออกจากจุดสตาร์ทเดียวกันคือกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่คณะแพทยศาสตร์ในแต่ละภาค เชียงใหม่สายเหนือ 734 กิโลเมตร, สายอีสาน จังหวัดขอนแก่น 945 กิโลเมตร และสายใต้จากกรุงเทพฯ ถึงหาดใหญ่ 1,026 กิโลเมตรรวมระยะทางจากทั้ง 3 เส้นทางกว่า 2700 กม. โดยวิ่งต่อเนื่องกันตลอด 7 วัน (22-28 ก.ค.) ถ้าไม่รวบรวมแรงกาย แรงใจ รวมถึงแรงศรัทธา อยากได้เงินไปช่วยคนไข้อย่างที่สุดแล้ว บอกเลยว่าไม่ทางทำได้ เพราะเค้าเหล่านี้โดยปกติแล้วไม่ใช่นักวิ่ง นักกีฬา ต้องเสียสละเวลาเตรียมตัว เตรียมร่างกายสักแค่ไหน
ขนาดพวกเราที่เป็นทีมงาน นั่งรถตะลอนไปช่วยขายเสื้อโครงการ คอยช่วยเชียร์อัพให้กำลังใจเหล่าคุณหมอ และนักวิ่งอาสาสมัครตามจุดแวะผ่านตลอดทั้ง 7 วัน ไม่ได้ร่วมวิ่งอะไรกับใครเค้า ยังบอกเลยว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาด (เหนื่อยเดินทางซะมาก ไม่ได้วิ่งอะไรกับเค้าเลยสักแอะ) บ่นกระจองอแงอ้อนแม่บ้าง เพื่อนๆในโลกโซเชี่ยลบ้าง ไม่ได้สักกระผีกของพี่ๆน้องๆนักวิ่ง-นักปั่นทั้งหลาย ยังอดท้อนิดๆไม่ได้(โปรดประทานอภัยให้อีชั้นด้วย)
ในท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย (และงอแงหน่อยๆ) จากที่คิดว่าไปเป็นผู้ให้ ชั้นสวย ชั้นใจบุญ ชั้นเป็นนางฟ้า..
ภาพที่เห็น สิ่งที่ได้กลับมาในแต่ละวัน ทุกกิโลเมตรที่ผ่านไป
คือน้ำใจของผู้คนมากมายตามรายทาง
บ้างร่างกายไม่พร้อม แต่ใจนั้นพร้อมมากกกกก ยังมีจิตอาสา สมัครมาร่วมในขบวนวิ่ง-ปั่น ใจพี่หล่อมากมาย
บ้างมีน้อยนิด แต่น้ำใจพวกเค้านั้นมหาศาล ยังแบ่งปันมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
พระท่านได้บริจาคปัจจัยทำบุญที่ญาติโยมถวายส่งต่อบุญให้กับผู้ป่วยยากไร้ อนุโมทนาสาธุค่ะหลวงพี่
ได้รอยยิ้ม ได้กำลังใจในแต่ละที่ที่ขบวนนักวิ่งปั่น และพวกเราผ่านไป เห็นทีไรก็ชื่นใจทุกที
พี่รถขนน้ำขับผ่าน เจอขบวนวิ่ง แกรีบจอด กุลีกุจอลงมาช่วยแจกจ่ายน้ำให้นักวิ่ง ซึ้งจริงๆพี่จ๋า
คุณตา คุณยาย ลูกเด็กเล็กแดง เขียนหนังสือด้วยลายมือโย้ๆเย้ๆ มาชูให้กำลังใจ เห็นทุกข้อความนะจ๊ะ น้องๆหนูๆ
หรือแม้แต่พลังใจที่ได้จากเพื่อนสี่ขาน้องหมาที่ร้อยเอ็ดที่วิ่งเข้ามาร่วมทางเป็นเพื่อนนักวิ่ง ตอนแรกนึกว่ามันนึกสนุก เห็นคนวิ่งก็วิ่งตาม แต่น้องหมา (ที่ก็อตจิ เทยเที่ยวไทยตั้งนิคเนมให้ว่า ไมเคิล) มาร่วมวิ่งหลายสิบกิโลเมตร จากร้อยเอ็ด มาถึงมหาสารคาม เลยนะจะบอกให้
ทั้งหมดนี้ช่วยลบความเหนื่อยเมื่อยล้า เติมแรงให้ทุกคนสู้ต่อไป
ถามว่าต้องสู้แค่ไหน ..ต้องบอกเลยว่ามากกกกก
เอาเป็นว่ากันแดดที่ว่าดีขนาดไหน ถ้าต้องวิ่งฝ่าแดดร้อนๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ให้ดีให้ตายกระปุกละหมื่นแสนยังไง ก็ดำค่ะ
เจ้าของแขนสองสีท่านนี้ คือ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ที่ลงมือทำทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมพิธีการเปิด-ปิด ร่วมขบวนวิ่งตลอด 7 วัน และเดินรับบริจาคด้วยตัวเอง กราบบบบบค่ะ
แดดที่ว่าแรงแล้ว เจอพายุฝนเข้าไป ยังอยากกลับไปเจอแดดมากกว่า
ช่วงวันท้ายๆของการวิ่ง-ปั่น ขบวนเจอพายุฝนที่มีความเสมอภาค ตกแผ่กระจายไปในทุกภาค ได้รับฝนฉ่ำโดยทั่วกันทั้ง 3 ขบวน เหนือ อีสาน ใต้
แต่ชาวคณะก็ไม่หวั่น ยังคงวิ่งฝ่าสายฝนกันต่อไป
บางที่วิ่งกันจน...ขาหาย
หายไปไหนนน..อ๋อ ไปอยู่ในน้ำ แหะๆ
จากแค่ วิ่ง-ปั่น เกือบจะต้องเป็น ไตรกีฬา เพิ่มว่ายน้ำเข้าไปแล้วไหมล่ะคุณหมอ
หลังจบการวิ่ง-ปั่นในแต่ละวัน ได้คุยกับเหล่าคุณหมอ พี่ๆพยาบาล ถามถึงความรู้สึกต่างๆ
ส่วนใหญ่จะตอบคล้ายๆกัน รวมความได้ว่า..ดีใจที่ทำสำเร็จ ชนะใจ ชนะร่างกายตัวเอง
ภูมิใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาส ไม่มีเงินรักษาอาการเจ็บป่วย
ความเหนื่อยล้า อ่อนแรง ท้อแท้ของพวกเราวันนี้ ยังเทียบไม่ได้กับความสิ้นไร้หนทาง
ความลำบากยากแค้นของคนที่กำลังรออยู่ที่ปลายทาง พอแรงจะหมดๆ นึกถึงเค้าเหล่านี้เลยมีแรงฮึดให้ไปถึงจุดหมายในแต่ละวัน
..อย่าว่าแต่วิ่งเลย ให้หมอช่วยทำอะไรก็ได้ อยากได้กำลังใจ อยากได้เงินบริจาคไปช่วยพวกเค้าเยอะๆ..
เจอคำตอบจากคุณหมอใจหล่อ ใจสวยทั้งหลาย อึ้งไปเลยจร้า
และที่ทำเอาชาวคณะอึ้ง และซึ้งใจสุดๆ คือได้รู้ว่า คนชอบปิดทองหลังพระ ทำบุญแบบไม่ต้องเอาหน้าในโลกหล้ามีอยู่จริง
ทั้งหมดคือความประทับใจ เท่าที่พอจะเล่า จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
บางอย่างก็ยังคงเป็นภาพ เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในใจเต็มไปหมด
จากการไปครั้งนี้ที่คิดว่าจะไป ให้ กลับ ได้
ได้มิตรภาพ ได้กำลังใจ ได้ความรู้สึกดีๆ กลับมามากมายไม่รู้เท่าไหร่ เงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้
แต่เงิน..แม้เพียงน้อยนิด ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยยากไร้ใน รพ.ห่างไกลได้นะจ๊ะ
วันนี้ แม้ว่าโครงการจะจบแล้ว แต่โอกาสในการให้ยังไม่จบ ทุกคนสามารถร่วมบริจาคได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้นะคะ
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 641-3-009595 พร้อมเพย์เลขที่ 09930 00268 05 9 ชื่อบัญชี : 3 สถาบันแพทย์ วิ่ง ปั่น ปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ / 3gether: Run&Ride for Life * ถึง 31 สิงหาคมนี้
หรือบริจาคโดยตรงที่บัญชีของแต่ละสถาบันฯ
1. สายใต้ : บริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ 641-0-17799-9 ชื่อบัญชีเพื่อผู้ป่วยอาคารเย็นศิระ
2. สายเหนือ : ธนาคารไทยพาณิชย์ 408-062768-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกเพื่อการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและผู้ป่วยระยะท้าย
3. สายอีสาน : ธนาคารกรุงเทพ 631-0-11644-4 ชื่อบัญชีมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ (กองทุนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์การแพทย์)
หมายเหตุ โครงการ '3 สถาบัน วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ 3gether Run&Ride for life' จัดโดยสถาบันแพทย์จาก 3 ภาคได้แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Facebook: 3getherRunRideforLife