“สมลักษณ์” : การเมืองในตุลาการ “กฎหมายไม่ใช่บังคับกับตระกูลเดียว”

กระทู้ข่าว
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “สมลักษณ์ จัดกระบวนพล” อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา-กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนจำเลยการเมือง-พิพากษานอกศาล

Q : ร่าง พ.ร.ป.วิฯ อาญานักการเมืองจะปฏิวัติกระบวนการศาลไปมาก-น้อยอย่างไร

ในเรื่องอายุความ ปัจจุบันมีบัญญัติไว้อยู่แล้วในประมวลกฎหมายอาญา หลักของการออกกฎหมายเมื่อมีบทบัญญัติเรื่องใดขึ้นเรื่องหนึ่ง กฎหมายต้องบังคับใช้ทั่วไป ไม่ใช่บังคับกับสถาบันใดสถาบันหนึ่ง คนในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง ถ้าจะต้องบัญญัติเฉพาะกับนักการเมือง ต้องมีเหตุผลว่า ทำไมถึงต้องมีบทบัญญัตินี้ไว้เฉพาะนักการเมือง ถ้าบอกว่า นักการเมืองมีอิทธิพลมาก เดี๋ยวก็หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศสบายมีสักกี่คน เท่าที่เคยเป็นผู้พิพากษามา 36 ปี ส่วนใหญ่ 99% ลำบาก ชีวิตไม่ได้มีความสุข เป็นการลงโทษตามสมควรแล้ว กฎหมายถึงได้บัญญัติเรื่องการกำหนดอายุความ

การพิจารณาคดีลับหลังบทบัญญัติในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาปัจจุบันกำหนดเงื่อนไขหลายประการ เช่น จำเลยต้องมีทนาย ต้องได้รับอนุญาตจากศาลให้พิจารณาคดีลับหลังได้ จำเลยเจ็บป่วย อัตราโทษไม่สูง ข้อเท็จจริงที่จะสืบพยานไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ไม่อยู่ในศาลกรณีจำเลยหลายคน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของรัฐ หรือประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีการกล่าวหากัน อีกฝ่ายหนึ่งไม่ดี อีกฝ่ายหนึ่งไม่ถูก แล้วไปคิดบทบัญญัตินี้มาเพื่อเป็นประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้ ต้องให้โอกาสจำเลยสืบพยาน ให้จำเลยต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม

ในเรื่องบทเฉพาะกาลให้รื้อคดีที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายเพราะจำเลยหลบหนีกลับมาพิจารณาคดีใหม่ได้ หลักการอะไรที่เป็นผลร้ายนำมาใช้ย้อนหลังไม่ได้ ขัดหลักนิติธรรม คดีอาญาศาลฎีกาเคยวางแนวพิพากษาว่า ถ้าเป็นผลร้ายใช้ย้อนหลังไม่ได้

https://www.prachachat.net/politics/news-11121

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่